ตกลงคุณจริงใจ หรือว่า..ก็แค่พูด ไปอย่างนั้นล่ะ?

มาย ก้อด! ไม่รู้จริงๆ ว่าบางทีการพูดอะไรออกไปแบบไม่คิดนี่ ทำให้คนอื่นเขาสะดุ้งกันได้ขนาดนั้น ถึงเวลาแล้วล่ะที่คุณต้องหันมามองตัวเองสักนิด จะได้ไม่เป็นพิษกับสังคมนะ

 

“ก็ชั้นพูดความจริงนี่นา”

อีกประโยคฮิตที่เรามักได้ยินบ่อยๆ เวลาเจอคำวิจารณ์อะไรตรงๆ ให้ต้องหันหน้าไปมองเขาด้วยแววตาว่า “เธอหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ สิ?” แล้วคนพูดก็ยืนยันว่า พูดจริงเจ๊ โห! เจ็บเลย จะว่าก็ว่าไม่ลง ก็เจ๊เล่นบอกว่า พูดออกมาจากใจจริง เฮ้อ! หรือสิ่งนี้จะมาจากคำคมที่เหล่านักคิดทั้งหลายชอบพูดกันว่า “เราต้องปะทะความจริง” คนเราเลยงัดความจริงมากๆ จากใจสาดออกมากันเฉยเลย แต่ความจริงกว่าความจริงก็คือ มันไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง เราชอบคิดว่าเราน่ะกำลังช่วยผู้อื่นโดยบอกความจริงให้เขารู้ แต่สิ่งที่เขารู้อาจไม่ทำให้เขาตาสว่าง แต่กลับทำให้เขาเจ็บไปนานเลย นักจิตวิทยาออสเตรเลีย แองเจล่า แบรดลีย์ บอกไว้ว่า “คนบางคนคิดว่าคอมเมนท์จากเขา คือสิ่งที่ซื่อตรงที่สุด และนั่นเป็นสิ่งที่เขามักใช้เปิดทางให้บทสนทนา ก่อนจะเปิดปากพูดเลยมั้ง” แองเจล่าขยายความว่า “มันไม่ใช่แค่ว่าสิ่งที่คุณคิดว่าคือ “ความจริง” มันจะโอเคสำหรับคนอื่น ความจริงกับความซื่อสัตย์นี่มีเส้นบางๆ คั่นนะ มันดูซื่อตรงกับใจก็จริง แต่มันใจคุณคนเดียวไง มันคือความเห็นของคุณคนเดียวด้วย” ซึ้งเลย! แองเจล่าเลยมอบแง่คิดให้เราว่า ถ้าอยากรู้ว่าเราพูดตรงไปมั้ย จนแลดูงี่เง่ามากกว่าจริงใจ ลองเช็คตามนี้ดู

d6463b20af2a1a3a6cef2e0e5f98efd0

 

Step 1: ถามใจตัวเองดูจริงๆ

เอาง่ายๆ เลยอย่างเวลาเราเจอคนหน้าโทรมๆ ขอบตาคล้ำๆ แล้วเราไปจ้องหน้าเขาพร้อมเอามือชี้ไปที่ผิวหน้า และรอบตาเขาบอกว่า “เธอๆ เธอรูขุมขนกว้างแน่ะ และก็รอบตาดำมากเลย” ก่อนเปิดปากเมนท์ออกไป ถามใจตัวเองนิดว่า “สิ่งที่เราบอกเขา จะทำให้เขามีความสุขขึ้นมั้ย?” และถามอีกข้อว่า “เขาถามเราหรือเปล่า?” ถ้าคำตอบคือไม่ เป็นความเผือกล้วนๆ ของเรา ก็สงบปากไว้ดีกว่ามั้ย?

Step 2: เลี่ยงให้พองาม เอาล่ะ!

ผ่านการฝึกระงับปากมา สองขั้นตอนละ มาถึงอีกเรื่องคือ แล้วถ้าอีกฝ่ายถามเราที่เป็นความจริงขึ้นมาล่ะ จะตอบตรงๆ จากใจได้มั้ย เช่น “เธอว่าฉันใส่กางเกงตัวนี้แล้วก้นใหญ่มั้ย?” ปากเรากำลังจะตอบว่า “ใหญ่มากเลยจ้า” แต่ในความเป็นจริงอันสวยงามกว่า ตอบว่า “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ เอ! แต่เคยเห็นเธอใส่อีกตัวดูดีกว่านะ” อะไรแบบนี้ จะสร้างกำลังใจให้อีกฝ่ายแบบน่ารักๆ เลยล่ะ

Step 3: มีคนอื่นอยู่รอบๆ นั้นมั้ย นอกจากเราพูดไปให้เขาเซ็งเล่นแล้ว

เรายังพูดกับเขา พร้อมๆ กับมีธารกำนัลเรียงรายตรงนั้นอีกเพียบ โอ้ว! ไม่นะ! “ความซื่อตรงคือสิ่งน่ากลัว” ท่องประโยคนี้ไว้ก่อนพูด อย่าพุ่งเป้าใส่ใคร และอย่าหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า “ฉันพูดเพราะฉันอยากบอกความจริงนะ” เอาใจเขาสำคัญกว่าปากเราเถอะ

Step 4: ถามก่อนว่า อยากให้เมนท์มั้ย เป็นกันมั้ย

เวลาได้ยินใครพูดอะไร หรือบ่นอะไร ปากไปละ แนะนำไปก่อนเลย คือบางทีคนพูดเขาก็พูดบ่นๆ ไปงั้น เขาไม่ต้องการคำตอบเลยด้วยซ้ำ อย่างถ้าเจอคนพูดว่า “เฮ้อ เมื่อวานแฟนฉันกลับดึกมากเลย แล้วก็ไม่โทร.มาด้วย” ปากเรานี่อยากจะพูดว่า “เขาไปกับคนอื่นรึเปล่า?” ยั้งไว้ๆ เพราะเธออาจรู้นิสัยเขา ก็แค่ขอบ่น แองเจล่าแนะนำว่า “ให้ถามเขากลับว่า อยากแชร์มั้ย หรืออยากให้เราแนะนำอะไรมั้ย” รับรองเธอจะสบายใจขึ้นมาเลย

 

ถ้าเราเป็นฝ่ายโดนบ้างล่ะ?

มีเพื่อนสาวผู้หวังดีเกินไป ชอบเมนท์เรื่องชีวิตเราจัง แรกๆ ก็พอฟังไหวหรอกนะ แต่นานไปเธอชักกำเริบ พูดๆ เมนท์ๆๆๆ จนเราเริ่มนอยด์แฮะ วิธีตอบกลับเธอก็คือ ถ้าคุณมาถึงจุดที่ไม่สนใจเธอแล้ว ก็ตอบไปซื่อๆ บ้างว่า “ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยสักนิด” หรือถ้าอยากรักษาความสัมพันธ์กันไว้อยู่ ก็ตอบประมาณว่า “เจ๊จ๊ะ รู้ว่าเจ๊ไม่ได้คิดแย่กับเรา รู้ว่าเจ๊หวังดีนะ แต่ว่าสิ่งที่เจ๊พูดมาน่ะ ฉันฟังแล้วจึ้กใจมากเลย คือชีวิตก็แย่พอแล้ว ขอให้เจ๊อยู่ข้างๆ เฉยๆ ดีกว่านะจ๊ะ” วิธีนี้จะพูดออกมา หรือส่งข้อความ อีเมล์อะไรก็ถือว่าโอเคเลยล่ะ

HOROSCOPE