ขอเป็นฮีโร่บนโลกโซเชียล กำจัดเหล่าร้ายให้สิ้นซาก - CLEO Thailand Online Magazine

ขอเป็นฮีโร่บนโลกโซเชียล กำจัดเหล่าร้ายให้สิ้นซาก

 

 

ซุปเปอร์แมนไม่ต้อง สไปเดอร์แมนโปรดหลบ แก๊งค์อเวนเจอร์ถอยไป เพราะฮีโร่ยุคใหม่ที่กำจัดคนชั่วได้แบบเห็นผลจริง คือพวกเราสาวกโซเชียลมีเดียนี่เอง!!!  

 

 

พลังโซเชียลกู้โลก

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2014 นิตยสารไทมส์เขียนถึง “ผู้ชายที่มีคนเกลียดมากที่สุดในโลก” เขาคนนั้นไม่ใช่ผู้นำขบวนการก่อการร้าย หรือผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ที่ไหนหรอก แต่ตำแหน่งอันทรงเกลียดนี้ตกเป็นของหนุ่มอเมริกันวัย 26 ปีที่โด่งดังจากการสอนผู้ชายให้ได้แอ้มสาว 

 

เขาชื่อจูเลี่ยน บล็องค์ เราอาจเคยเห็นชื่อเขาผ่าน ๆ มาบ้างในเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ เพราะมีแฮชแท็ค #takedownJulienBlanc เพื่อต่อต้านเขาโดยเฉพาะเลย เคยมีนักข่าวเขียนเรื่องของเขาลงในหนังสือพิมพ์ที่สิงคโปร์ว่า “จูเลี่ยน บล็องค์เป็นนักล่าผู้หญิงที่เหยียดผิวและต้องมีใครซักคนหยุดเขา” มีวีดีโอของเขาเดินเตร่อยู่ในโตเกียว แล้วกดหัวผู้หญิงให้ลงมาซบเป้าแล้วตะโกนว่า “ปิกาจู้!!” กับ “ทามาก๊อตจิ” ด้วยล่ะ แหวะเนอะ

 

ยิ่งกว่านั้นยังมีผู้ชายคนอื่นมาร่วมพฤติกรรมที่น่าขยะแขยงนี้กับเขาด้วย เขานำกลุ่มผู้ชายให้คุกคามผู้หญิง ที่ร้ายกว่านั้นคือพวกผู้ชายที่มาเข้ากลุ่มเนี่ย จ่ายเงินเพื่อลงเรียนกับเขาเลย 

 

ตอนที่เขาจะจัดงาน “สัมมนา” ที่ออสเตรเลีย งานของเขาต้องยกเลิกเพราะหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลียยกเลิกวีซ่าของเขา ความซวยเลยตกไปอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะเขาเปลี่ยนแผนมุ่งหน้าไปที่นั่นแทน เดือดร้อนชาวสิงคโปร์ต้องตั้งเรื่องร้องเรียนใน Change.org เพื่อต่อต้านการเข้าประเทศของจูเลี่ยน บล็องค์ แคมเปญนี้ริเริ่มโดยชารีส มาห์และมีคนเข้าร่วมเซ็นชื่อด้วยถึง 8,500 รายชื่อ 

 

หลังจากนั้นไม่นานทางการสิงคโปร์ก็ออกมาบอกว่าจูเลี่ยน บล็องค์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยเฉพาะถ้าเขาจะเข้ามาจัดรายการสัมมนาที่ก่อให้เกิดความรุนแรงกับผู้หญิง งานนี้ชาวสิงคโปร์มีเฮ ธรรมะย่อมชนะอธรรม มันต้องอย่างนี้สิ 

 

 

พลังอยู่ในมือเรา

 

เราได้บทเรียนหลายอย่างจากเหตุการณ์จูเลี่ยน บล็องค์ VS ประชาชนชาวโลก ตัวร้ายทั้งหลายคงรู้ซึ้งล่ะว่าจะประมาทพลังของโซเชียลมีเดียไม่ได้เลย จูเลี่ยน บล็องค์อาจเป็นข่าวอยู่แค่ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงเรื่องใหม่ที่กำลังมาแรง นั่นคือ “ความเป็นธรรมในโซเชียลมีเดีย” 

 

จูเลี่ยน บล็องค์ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ถูกล้มโดยโซเชียลมีเดีย เรื่องราวของคนที่มีชื่อเสียงบางคนอย่างวูดดี้ อัลเลน และบิลล์ ครอสบี้ ที่เคยถูกกล่าวหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง โดยการใส่แฮชแท็ค การทวีต และการแชร์ในเฟซบุ๊ค 

 

แต่คนธรรมดา ๆ ก็อาจถูกโซเชียลทำร้ายได้ด้วยเหมือนกัน ตัวอย่างนึงที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักคือกรณีของจัสทีน ซัคโค สาวชาวนิวยอร์คที่ทวีตว่า “ไปอัฟริกาล่ะนะ หวังว่าคงจะไม่ติดเอดส์กลับมา ล้อเล่นน่า ฉันเป็นคนขาวนะ!” ก่อนขึ้นเครื่องไปอัฟริกาใต้ ตอนที่เธออยู่บนเครื่องบิน ทวีตของเธอถูกเผยแพร่ใน Buzzfeed แล้วก็ทวีตต่อมากถึง 2,000 ครั้ง พอเธอลงจากเครื่องก็ต้องพบว่าตัวเองถูกไล่ออกจากงานซะแล้ว เงิบเลยสิ 

 

 

ชาวโซเชียล เราจะจับมือกันสู้ต่อไป

 

แน่นอนว่ามันคือธรรมชาติของคนเราที่จะตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และการตัดสินทางความคิดของสาธารณชนนั้นก็มีคู่กับสังคมมนุษย์มาช้านานแล้ว แต่ความแตกต่างก็คือตอนนี้เรามีพลังที่จะทำให้คน หรือแม้แต่องค์กรและรัฐบาลรู้สึกถึงความไม่พอใจ ต้องขอบคุณสื่อดิจิตัล เสียงเล็กๆ ของเราสามารถผนึกกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เรากำลังอยู่ในยุคของประชาธิปไตยทางดิจิตัล ที่มีผู้คุมกฎก็คือตัวเราเอง 

 

 

HOROSCOPE