กฎ 8 ข้อของชีวิตที่บางครั้งควรฝ่าฝืน! - CLEO Thailand Online Magazine

กฎ 8 ข้อของชีวิตที่บางครั้งควรฝ่าฝืน!

 

 

ก่อนที่จะตั้งกฎเกณฑ์ตายตัวกับเรื่องใดๆ ในชีวิต ให้ลองนึกถึงข้อยกเว้นของกฎเกณฑ์ต่อไป

 

1. เป็นตัวของตัวเอง

 

ยกเว้นถ้า…คุณเป็นพวกนอกคอก
พวกนักรณรงค์และผู้รู้ด้านจิตวิทยาทั้งหลายออกมาเรียกร้องว่า “เป็นต้องของตัวเองสิ!” แต่ถ้าคุณเป็นคนแปลก ไม่ถูกยอมรับแม้แต่คนในครอบครัวเอง อย่าว่าแต่ในสังคมเลย! จะเป็นยังไงล่ะ กิ๊ก อายุ 26 ปี เป็นหนึ่งในนั้น เธอเป็นศิลปินที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวห่างจากเพื่อนและครอบครัว เธอชอบ “ความแปลก” ที่เธอเรียกของเธอเอง แต่ก็รู้มานานแล้วว่าบางครั้งเธอก็ต้องยอมตามแห่บ้าง กิ๊กบอกว่า “เราคิดว่าการเป็นตัวของตัวเองสำคัญมาก แต่เวลาเราเข้าสัมภาษณ์งานหรือพบลูกค้า เราไม่ได้ใส่กางเกงเลอะสีหรอกนะ พวกเขาอยากคุยเรื่องธุรกิจไม่ใช่เรื่องศิลปะสักหน่อย” เช่นเดียวกัน เธอจะซ่อนวิญญาณศิลปินไว้เวลาอยู่กับครอบครัวของแฟน พวกเขาจะได้ไม่เห็นเธอในอารมณ์หดหู่ “เราดีใจนะที่สามารถเป็นตัวเองถึง 80% ขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำไม่ได้เลย”

 

2. ซื่อสัตย์
 

ยกเว้นถ้า…กับคน(หรือสิ่งของ)ที่ผิดกฎหมาย
ความซื่อสัตย์ยังคงเป็นหนึ่งในนิสัยของคนดีในสังคม และเป็นสิ่งที่ยากจะทำได้มากขึ้นทุกที คู่แต่งงานนอกใจกัน ลูกจ้างหักหลังบริษัท และพลเมืองทรยศประเทศตัวเองทุกวันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ความซื่อสัตย์ก็เป็นดาบสองคม และต้องนำมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ตัวอย่างที่เห็นชัดคงเป็นการซื่อสัตย์กับคนรักที่ทำร้ายคุณ เพราะยิ่งเป็นการส่งเสริมเขา เขาจะรู้สึกมีอำนาจ และควบคุมคุณมากขึ้น เพราะคุณยอมอยู่กับเขาทั้งที่เขาทำร้ายคุณ ลูกจ้างหลายคนยังรู้สึกได้ถึงเงื้อมมือกฎหมายที่เข้าถึงพวกเขาในโลกธุรกิจเมื่อถูกจับได้ว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำผิดของเจ้านาย จำไว้ว่ากฎหมายไม่ยกโทษให้กับความไม่รู้กฎหมาย คุณควรรู้อะไรผิดและถูกไม่ว่าคุณจะเคยอ่านตัวบทกฎหมายหรือเปล่า

 

3. จงกล้าหาญ
 

ยกเว้นถ้า…เป็นอันตรายต่อตัวเอง
ความกล้าอย่างโง่ๆ เป็นเรื่องปกติในทุกวันนี้ ผู้หญิงหลายคนต้องเสียใจมาแล้วที่ขัดขืนโจรวิ่งราว และบางรายถึงกับเสียชีวิตที่ต่อสู้กับอาชญากร บางครั้งก็น่าเศร้าแต่ก็จริงที่เราต้องจ่ายค่าโง่ “แต่อะไรล่ะคือความโง่” เจน เหยื่อโจรวิ่งราวบอกว่า “ในช่วงฉุกเฉินนั้น ความคิดแวบแรกของคุณคือต่อสู้ จริงๆ แล้วต้องใช้ความกล้าที่จะขัดขืนสัญชาติญาณนี้มากกว่าที่จะสู้อาชญากรสิ้นคิดนะ” 

 

4. จงถ่อมตัว
 

ยกเว้นถ้า…โอกาสมาถึงแล้ว
ทุกคนถูกคาดหวังให้ใช้ชีวิตเท่าเทียมกันไม่ว่าเราจะทำงานอะไร แต่การถ่อมตัวอาจทำให้คุณสูญเสียโอกาสดีๆ กิ๊ฟ อายุ 29 ปี เคยได้บทเรียนกับตัวเองมาแล้วว่าไม่มีใครขายของได้ด้วยการถ่อมตัว การเน้นความสำเร็จของคุณในการทำธุรกิจจะทำให้คุณแข่งขันได้ง่ายขึ้นมาก กิ๊ฟ บอกว่า “เราไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเราคุยโอ้อวดไง ดังนั้นทุกครั้งที่เราพูดคุยกับคนในแวดวงเดียวกัน เราจะพยายามถ่อมตัวเต็มที่ แต่พอทำอย่างนั้น เรากลับเสียโอกาสที่จะสร้างความประทับใจในงานของเราเอง ทำให้เราสูญยอดขายไปเยอะเชียวล่ะ!” ไม่มีใครขายตัวคุณแทนคุณ ดังนั้นจงถ่อมตัวกับทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความสำเร็จของตัวเอง

 

5. จงช่วยเหลือคนอื่น

 

ยกเว้นถ้า…ตัวคุณเองต้องการความช่วยเหลือ
ถ้าด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัวเพียงอย่างเดียวก็ต้องบอกว่าการช่วยเหลือคนอื่นทำให้คุณรู้สึกดี ทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูดี และช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายได้ด้วย แต่คุณควรทำการกุศลไม่ว่าจะอยู่ในสภาพยังไงงั้นเหรอ “ตุ๊ก อายุ 29 ยอมรับว่า “เราปฏิเสธไม่เป็นเวลามีคนขอให้ช่วย ทุกครั้งที่มีการรับบริจาค เราจะเป็นคนแรกๆ ที่บริจาคเสมอ” ตุ๊กทำรายการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติให้กับหน่วยงานการกุศลหลายรายมาตลอดหลายปีนี้ แต่เมื่อเธอเริ่มเจอปัญหาเงินขาดมือ ไม่มีเงินส่งค่าผ่อนบ้าน เธอก็รู้ว่าไม่สามารถบริจาคเงินขนาดนั้นอีกแล้ว “เรารู้สึกแย่นะที่เลิกบริจาค แต่เราใกล้จะเป็นขอทานเองอยู่แล้ว! การช่วยเหลือคนอื่นไม่ควรทำให้คุณเดือดร้อนนะ”

 

6. จงนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง
 

ยกเว้นถ้า…ทำให้แย่มากกว่าช่วยให้ดีขึ้น
การนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเป็นสิ่งดี แต่ถ้าทำแบบนี้ในที่ทำงานมีแต่จะเป็นผลเสียกับตัวเอง “ในโลกขององค์กรทุกอย่างเป็นเรื่องของการช่วยเหลือกัน แต่บางครั้งการไม่เห็นแก่ตัวในที่ทำงานอาจทำให้เกิดผลร้ายได้” การช่วยเหลือในลักษณะนั้นก็เช่นปกปิดว่าเพื่อนร่วมงานมาสาย แต่ก็มีตัวอย่างร้ายแรงกว่านั้นเช่นการแบ่งยอดขายเพื่อให้เพื่อนร่วมงานทำยอดถึงเป้า คนมีน้ำใจคนนี้ทำร้ายอาชีพการงานของเพื่อนมากกว่าเป็นผลดี การช่วยเหลือเขา เท่ากับทำให้เขาคิดว่าจะรอดตัวได้ด้วยการโกง และแม้จะทำเพียงพักเดียว ถึงที่สุดแล้วตัวตนจริงของเขาก็จะแสดงออก ลูกจ้างที่เฉื่อยแฉะแทบทุกคนมักจะเฉื่อยแฉะตลอดไปไม่ว่าจะทำงานที่ไหน 

 

7. จงทะเยอทะยาน
 

ยกเว้นถ้า…คุณเสียมากกว่าได้
ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งดี แต่เช่นเดียวกับหลายๆ เรื่องคือต้องมีการพบกันครึ่งทาง หลายคนหลอกตัวเองว่ายิ่งคุณไต่เต้าในอาชีพได้สูงเท่าไหร่ คุณจะมีเวลาให้ตัวเองและคนที่คุณรักมากขึ้นเท่านั้น  น่าเสียดายที่ความจริงมักเป็นตรงกันข้าม ปุ๊ ผู้จัดการวัย 29 ปี และคุณแม่ลูกหนึ่งได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อปีที่แล้วซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก เธอยอมรับตำแหน่งแต่ก็ต้องเสียใจทีหลัง “เรารู้ว่ามันจะทำให้เรามีเวลาอยู่กับครอบครัวน้อยลง แต่ก็คิดว่าเราพร้อมรับมือได้ แต่พอเรากลับจากสัมมนาธุรกิจนานสองอาทิตย์แล้วลูกชายจำเราไม่ได้ เราหัวใจสลายเลยนะ” ปุ๊เลยลาออก เธอหางานทำในบริษัทเล็กๆ ใกล้บ้าน เพื่อจะได้กลับบ้านก่อนหกโมงเย็นทุกวัน แม้ว่ารายได้น้อยลงมาก แต่อย่างน้อยลูกชายก็สนิทสนมกับเธอ ปุ๊บอกว่า “เหมือนในคำโฆษณานั่นล่ะ บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้”

 

8. แต่งงาน
 

ยกเว้นถ้า…คุณไม่มีความสุข
คำแนะนำส่วนมากเกี่ยวกับชีวิตมักจะเป็นเรื่องของความรักและชีวิตคู่ และการค้นหาคู่รักที่ดีที่ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น กฎข้อแรกของการพบความสุขคือความสุขนั้นควรมาจากภายใน ความรักไม่สามารถทำให้คุณมีความสุขได้ถ้าคุณเองไม่มีความสุข กฎข้อที่สอง ทำสิ่งที่คุณมีความสุข ถ้านั่นหมายถึงการเป็นโสด คุณก็ควรฉายเดี่ยว สังคมเราเต็มไปด้วยภรรยาที่อยากอยู่คนเดียว แต่ต้องแต่งงานตามความต้องการของพ่อแม่ พวกเธอต้องใช้ชีวิตอย่างขมขื่นกับคนที่ไม่ได้เกลียดแต่ก็ไม่ได้รัก อย่าแต่งงานถ้าคุณไม่อยากแต่ง และอย่าเป็นโสดต่อไปถ้าคุณอยากแต่งงาน ไม่ว่าทางไหน อย่านำความสุขมาไว้ในสมการนี้ ความสุขไม่สามารถพบได้จากการมีความรัก มันเป็นอิสระจากกันอย่างสิ้นเชิง คนรักอาจเติมเต็มความสุขของคุณได้ แต่คนเดียวที่สามารถทำให้คุณมีความสุขได้คือตัวคุณเอง 

 

 

HOROSCOPE