ทำไมเราถึงติดหวานหรือติดเค็มกันนะ? - CLEO Thailand Online Magazine

ทำไมเราถึงติดหวานหรือติดเค็มกันนะ?

ทำไมเราถึงติดหวานหรือติดเค็มกันนะ?

โอยยย เดี๋ยวอยากหวาน เดี๋ยวอยากเค็ม บางทีเราเองก็ตามอารมณ์ไม่ทันเหมือนกันว่าเป็นอะไร

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่าทำไมนะ?

 


รู้หรือไม่?

เขาบอกว่าน้ำตาล เกลือ และ ไขมันคือสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อการอยู่รอดอยู่แล้ว แต่เมื่อก่อนมันเป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ และลำบากมากกว่าจะได้มา กว่าจะได้เกลือหรือน้ำตาลมาต้องผ่านหลายขั้นตอน อย่างเกลือก็ต้องไปเก็บจากทะเล ไปเก็บน้ำทะเลมาแล้วทำให้น้ำระเหยกลายเป็นเกร็ด เสร็จแล้วค่อยขูดออกมา ส่วนน้ำตาลก็ต้องเก็บผลไม้และน้ำผึ้งแล้วก็สกัดออกมา

เพราะความยากกว่าจะได้มานี่แหละทำให้สมองและร่างกายของเรารู้สึกว่าต้องได้รับน้ำตาลและเกลือที่เพียงพอ เราก็เลยเอ็นจอยกับรสชาติเป็นพิเศษ ความอยากเป็นอะไรที่บิ้วด์เข้ามาในตัวเรานี่เอง!!!

 


 

โอ๊ยย…….ร่างกายต้องการความเค็ม

ไม่ได้หมายถึงนิสัยขี้งก แต่หมายถึงรสเค็มที่กินมากๆ แล้วจะเป็นโรคไตอะ มันมีหลายสาเหตุของความยากนะ…

 

เครียด!!!!!

ความอยากจะเกิดขึ้นตอนที่สาวๆ รู้สึกเครียดมากๆ ร่างกายต้องพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมความเครียดนี่ ซึ่งเจ้าเกลือมันสามารถลดปริมาณฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดที่จะถูกผลิตขึ้นมาทุกครั้งที่สาวๆ เครียดได้ แล้วรู้มั้ย? การเพิ่มปริมาณโซเดียมในร่างกายแค่ 1% ถึง 2% ก็สามารถลดฮอร์โมนนี้ได้แล้ว!!! อีกอย่างเกลือสามารถเพิ่มฮอร์โมนอ๊อกซิโตซิน หรือฮฮร์โมนของความรู้สึกดีได้ด้วยนะ!!!

 

อยากน้ำ

สังเกตร่างกายดีๆ  สาวๆ จะอยากเค็มเวลาที่หิวน้ำด้วย อย่างเวลาที่กำลังฟิตหุ่นแล้วเหงื่อออกมากๆ เสียปริมาณน้ำในร่างกายไปเยอะๆ มันเลยต้องมีเกลือแร่ไง!!!

 

ความเค็ม+ ความแป้ง

แต่เดี๋ยวก่อน….จริงๆ มันไม่ใช่อาหารรสเค็มจานไหนก็ได้หรอกนะที่สาวๆ จะรู้สึกอยาก ต้องผสมกับแป้งด้วย อย่างเฟรนช์ฟรายส์ พิซซ่า ไก่ทอด เหล่าคอมฟอร์ทฟู้ดทั้งหลายที่มีส่วนผสมของแป้งและความเค็มเยอะๆ นี่แหละใช่เลย มันถึงได้มีชื่อว่าคอมฟอร์ทฟู้ดไง กินแล้วรู้สึกสบายใจ หายกังวล

 

แต่กินเค็มเยอะๆ ก็ไม่ดีนะ

เพราะมันจะเพิ่มความดันโลหิตและการกักเก็บน้ำ อีกอย่างพวกอาหารคอมฟอร์ทฟู้ดทั้งหลายที่ใส่เกลือเยอะๆ ส่วนใหญ่จะผ่านกระบวนการผลิตเยอะมากๆ มีไขมันทรานส์แล้วก็จะชอบใส่แป้งเยอะด้วย ซึ่งไม่ดีต่อร่างกายเลยสักนิด

แล้วทำยังไงดีละ?

ต้องแอบปรับระบบการกินซะใหม่ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าต้องใช้เวลาอดทน 2 อาทิตย์ในการเทรนตัวเองให้ชินและรู้สึกพอใจกับระดับการกินเกลือที่ลดลง แล้วหลังจากนั้นจะง่ายขึ้นมาก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกกินอาหารรสชาติจัดๆ หมายถึงพวกรสเผ็ด รสเครื่องเทศ อย่าง ปาปริก้า โรสแมรี่ พริก พริกไทย ชินนาม่อน ไทม์ และ ลูกจันทร์แทน

 

ตัวช่วยง่ายๆ เวลาอยากเค็มมากๆ คือการดื่มน้ำอุ่น เพราะน้ำเย็นจะยิ่งทำให้สาวๆ อยากเค็มเข้าไปใหญ่!!!

 


 

 

โอ๋ยย……ร่างกายต้องการความหวาน

ติดหวานเหลือเกินนนน แอบกลัวจะเป็นเบาหวานอยู่เหมือนกัน มีการศึกษามาแล้วว่าความหวานเป็นอะไรที่ติดได้ง่ายมากๆ แต่ทำไมเราถึงอยากหวานจังนะ

กินหวานแล้วยิ่งอยากหวาน

เขาว่ากันว่าระดับน้ำตาลในเลือดมันจะลดลงเวลาเรากินคาร์โบไฮเดรตชนิดแย่ๆ เข้าไป ยกตัวอย่างก็ขนมหวานและบิสกิต ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อส่วนของสมองที่ควบคุมแรงกระตุ้น และในที่สุดก็จะกลายเป็นอาการอยากน้ำตาล

ถ้ายังไม่เข้าใจ เราจะอธิบายให้ฟัง สมมุติตอนเช้าสาวๆ กินอาหารที่หวานมากๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงสาวๆ ก็อาจจะมีอาการอยากหวานอีกก็ได้ แล้วขอบอกนะจ๊ะว่าห้ามใจยากมากๆ

 

ร่างกายอาจจะมียีสต์มากไป

ยิ่งอยากหวานมาก อาจจะเป็นสัญญาณว่ามียีสต์โตในลำไส้มากไป เพราะน้ำตาลทำให้ยีสต์เพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ความอยากน้ำตาลเพิ่มขึ้นไปด้วย แล้วมันก็จะวนเป็นวงจรเลยหล่ะ!!!

 

แต่กินหวานไปก็ไม่ดีนะ!!

รู้ๆ กันอยู่ว่ากินหวานไปเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน แต่รู้มั้ยว่ากินหวานมากไปอาจทำให้สาวๆ มีภูมิคุ้มกันต่ำลงและสุขภาพลำไส้ก็จะแย่ไปด้วย อีกอย่างน้ำตาลทำให้เกิดอาการอักเสบง่ายมากซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการป่วยชนิดเรื้อรัง

แล้วทำยังไงดีละ?

ความอยากจะเข้ามาเรื่อยๆ  และแต่ละครั้งจะอยู่ยาวนานถึง 20 นาที แบบนี้ต้องอดทนรอจนกว่ามันจะเฟดหายไปนะจ๊ะ รีบปลีกตัวห่างจากช็อคโกแลตซะนะ ให้กินน้ำแทนนะ เพราะการกระหายน้ำทำให้ยากน้ำตาลได้! อีกอย่างที่ช่วยได้คือหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจตัวเอง

 

ไม่หิวก็ไม่ต้องกินหรอกนะ!!! แค่คุณมีอาการอยากน้ำตาลไม่ได้หมายความคุณต้องหาของหวานๆ เฮลธ์ตี้ๆ มากินทดแทนนะ เพราะจริงๆ อาการยากมันคือการต้องการอาหารที่ไม่จำเป็น เราแนะนำให้ออกไปเดินเล่น หรือจะลองโทรไปคุยเล่นกับหวานใจ เมสเสจไปหาเพื่อนรักก็ได้อยู่ แต่ถ้าคุณอยากแบบมากจริงๆ เราว่ากินแค่ผลไม้ หรือพวกผลไม้แห้งก็โอเคนะ แต่ถ้ากินพวกลูกเกดหรือแครนเบอร์รี่ก็อย่าให้เกิน 2 ช้อนโต๊ะนะจ๊ะ

 

 

 

HOROSCOPE