นอนน้อยแล้วมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้นะ - CLEO Thailand Online Magazine

นอนน้อยแล้วมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้นะ

รู้สึกไม่กระตือรือร้น ดีลกับความเครียดได้น้อยลง แถมยังจะรู้สึกหงุดหงิด เศร้า และ อารมณ์แปรปรวนได้ง่ายหรือเปล่า? ถ้าใช่ สาวๆ อาจจะกำลังเป็นโรคซึมเศร้าก็ได้นะ

 

แต่ก่อนที่จะมองหาสาเหตุที่ลึกลงไปในจิตใจ เราขอให้สาวๆ ลองถามตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันสาวๆ นอนกันไปกี่ชั่วโมง เพราะการนอนน้อยแน่นอนจะทำให้สาวๆ รู้สึกง่วง ส่งผลให้มีการตอบสนองต่อคนรอบข้างน้อยลง การทำกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำให้อารมณ์ดี และรู้สึกพอใจในตัวเองก็จะยากขึ้นไปด้วย และมันยังส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆ ของสมอง ทั้งคอร์เทกซ์กลีบหน้าผากส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจต่างๆ และต่อมทอนซิลที่ควบคุมความกลัว ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า หมดหวัง อาย กลัว และรู้สึกผิดได้ การนอนให้เต็มอิ่มจึงเป็นวิธีที่ช่วยป้องการอาการซึมเศร้าได้ดีมากๆ

 

 

อารมณ์ของสาวๆ และการนอนมีส่วนเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่คุณคิด จริงๆ ก็มีการวิจัยแล้วหลายครั้ง ค้นพบว่าคนที่มีอาการนอนไม่หลับมักจะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าถึง 10 เท่า ส่วนอาการวิตกกังวลก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า 17 ท่าด้วย เวลาสาวๆนอนไม่หลับก็มักจะตื่นกลางดึกบ่อยๆ ใช่มั้ยหล่ะ นั้นแหละทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายมาก มีการวิจัยกลุ่มคนทั้งหมด 19,000 คนแล้วเจอว่าคนที่ตื่นกลางดึกบ่อยๆ การทำงานของสมองและสารเคมีในสมองจะทำงานไม่ปกติ ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความคิดทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 5 เท่า

 


มากกว่าการได้นอนครบชั่วโมง คือการนอนที่มีประสิทธิภาพ

เขาว่ากันว่าคนเราต้องการการนอนทั้งหมด 8 ชั่วโมง 36 นาทีในแต่ละวัน แต่เอ๊ะทำไมนอนครบชั่วโมงแล้วยังรู้สึกไม่เฟรช หรือรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มสักที แบบนี้ต้องลุกขึ้นมาหาวิธีแก้ให้นอนได้อิ่มจนพุงกางกันเลย!!!

 

สังเกตการนอนของตัวเอง

สังเกตไม่ยากเลย แค่ไม่ตั้งนาฬิกาปลุกสัก 2-3 วัน และลองเข้านอนก่อนเวลาปกติสักชั่วโมง ลองดูซิว่าร่างกายคุณจะตื่นเองตอนกี่โมง ทำแบบนี้แล้วจะรู้เลยว่าตามธรรมชาติร่างกายของคุณต้องการการพักผ่อนมากแค่ไหน เพราะทุกคนอาจจะไม่ได้ต้องการการนอน 8 ชั่วโมงเท่ากันก็ได้ ถ้าคุณเป็นสายฟิต ต้องใช้พลังงานตลอดทั้งวัน ร่างกายก็อาจจะต้องการการนอนมากว่า 8 ชั่วโมงก็ได้นะ!!

พอสรุปจำนวนชั่วโมงได้แล้วทุกอย่างก็ง่ายเลย ถ้าคุณต้องการการนอน 7 ขั่วโมง แล้วคุณต้องตื่นไปทำงานตอน 7 โมง แบบนี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยว่าคุณควรจะหยุดดู Netflix และรีบล้มตัวลงนอนตอนเที่ยงคืน!

 

กาแฟจ๋า เจอกันแค่ตอนเช้านะ 

ใช่แล้ว เพราะคาเฟอีนจะเข้าไปอยู่ในเลือดของสาวๆ ซึ่งมันจะค่อยๆ หายไปทุกๆ 6 ชั่วโมง สมมุติว่าคุณดื่มกาแฟแก้วแรกตอนเที่ยง ปริมาณคาเฟอีนครึ่งหนึ่งจะหายไปตอน 6 โมงเย็นและเมื่อถึงเที่ยงคืนคาเฟอีนก็จะลดลง แต่ก็ยังเหลืออยู่ในร่างกายมากถึง 25% แบบนี้ร่างกายก็ไม่ได้พักผ่อนเลยนะซิ!!

เราแนะนำให้ดื่มกาแฟแค่ช่วงเช้า เซ็ทไปเลยว่ากินได้ถึงกี่โมงอาจจะกินถึงแค่บ่าย 2 (กะตามเวลาที่เข้านอน) แล้วถ้าติดรสกาแฟมากๆ เราแนะนำให้ดื่มกาเฟแบบดีคาฟช่วงบ่ายแทนการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 

 

26 is the Magic Number

NASA ได้พิสูจน์แล้วว่าการแอบงีบแค่ 26 นาทีจะทำให้การทำงานดีขึ้น รู้สึกเฟรชและตื่นตัวมากๆ แต่อย่าเกิน 26 นาทีนะ เพราะตอนกลางคืนจะหลับไม่ได้เอา!!!

 

CAUTION!! อย่ากินยานอนหลับนะ มันทำให้คุณติดได้ ใช่อยู่ที่คืนนั้นคุณอาจจะนอนหลับได้ แต่ร่างกายข้างในจะไม่ได้ถูกฟืนฟูเลยสักนิด และคืนถัดไปนี่ซิไม่รอด!! วนกลับมาที่เดิมเลยค่ะคุณ!!!

HOROSCOPE