เรื่องบน เตียง แบบนี้ที่เธอต้องร้อง OMG แน่! - CleoThailand

เรื่องบนเตียงแบบนี้ที่เธอต้องร้อง OMG แน่!

ว่ากันด้วยเรื่องนอน ที่หลายคนเฝ้ารอเป็นสิ่งแรกทันทีที่ลืมตาตื่นว่าขอแค่ให้ได้กลับมาล้มตัวลงบนเตียงเมื่อจบวัน แต่ก็มีบางคนที่ขอทำทุกอย่างในโลกให้ได้ภายในหนึ่งวัน และสิ่งสุดท้ายที่จะนึกถึง ก็คือการนอน..

 

ทำไมเราถึงต้องมานั่งบ่นให้ฟังเหมือนอาจุมม่าแก่ๆ ว่าการนอนนั้นสำคัญมากขนาดไหน? ก็เพราะหลายเรื่องจริงที่เขาได้ค้นพบมาอย่างนี้ไงล่ะ!

 

  1. ช่วงเวลานอนของเรา ไม่ได้รวบตึงม้วนเดียวจบนะ แบ่งได้ตั้ง 5 ขั้นแหนะ

ขั้นที่หนึ่ง: หลับอ่อนๆ กล้ามเนื้อเริ่มทำงานช้าลงแล้ว (ใครมาสะกิดหน่อย จะสะดุ้งตื่นง่ายมาก) เคยกึ่งๆ ฝันว่าตกเก้าอี้หรือสะดุดอะไรสักอย่าง แล้วตื่นมาจับได้ว่าตัวเองกระตุกจริงๆ มั้ย? อยู่ในการนอนขั้นนี้แหละ

ขั้นที่สอง: ขั้นนี้ ใช้เวลาเยอะสุดในทุกขั้น การหายใจและการเต้นของหัวใจจะเริ่มช้าลง อุณหภูมิร่างกายก็ค่อยๆ ลดลง

ขั้นที่สาม: เริ่มหลับลึกแล้ว สมองเริ่มปล่อยคลื่นการทำงานที่ช้าลง ผ่อนคลาย ใครละเมอ ใครแอบฉี่ราด ก็จะอยู่ในขั้นที่สามนี้แหละ

ขั้นที่สี่: หลับลึกมาก ร่างกายไม่ค่อยมีการขยับมาก ขั้นนี้ถ้าใครเกิดปลุกเราเมื่อไหร่ โอ้โห บอกเลยจะตื่นยากมาก (ข้ออ้างสำหรับคนขี้เซา เอาไว้บอกใครก็ตามที่มาปลุกเราว่า ที่ฉันไม่ตื่นเพราะเธอปลุกผิดเวลา! ก็มันกำลังหลับขั้นสี่อยู่!)

ขั้นที่ 1-4 เราจะเรียกว่า NREM sleep หรือการนอนแบบ non-rapid eye movement (ดวงตาไม่ค่อยมีการกระตุกเคลื่อนไหวตอนหลับ)

ขั้นที่ 5:  ขั้นนี้แหละ ที่เรียกว่า REM sleep หรือ Rapid eye movement คือจะสังเกตได้เลยว่า ถึงเราจะหลับตาอยู่ แต่ดวงตาจะมีการกระตุกเคลื่อนไหวใต้เปลือกตาของเรา คลื่นสมองเริ่มเร่งสปีด จะเริ่มฝันก็ตรงขั้นนี้แหละ รู้รึเปล่าว่า ถ้าเราตื่นขึ้นมาจากการหลับช่วง REM sleep นี้ เราจะไม่ง่วงและรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะสมองเรายากที่จะจับได้ว่า นี่ฉันฝันอยู่หรือมันเป็นเรื่องจริง พอตื่นปุ๊ป สมองกำลังแล่นด้วยความสนุกเร็วจี๋ เราก็จะตื่นได้แฮปปี้ ไม่ค่อยสะลึมสะลือ

 

2. แล้วคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเป็นประจำ จะเกิดอะไรขึ้น

เสี่ยงมากต่อการเป็นโรคซึมเศร้า, ความผิดปกติทางจิต, เส้นเลือดอุดตันในสมอง, สมองเสื่อม, โรคอ้วน, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, มึนๆ อ๊องๆ ระหว่างวัน เสี่ยงต่อการประสบอุบัติเหตุได้เพราะความเบลอ, และความต้องการทางเพศของเราก็จะน้อยลง ทำให้มองหน้าแฟนแล้วก็จะรู้สึก หึ่ยยยย ไม่เอาอ่ะ ไม่มีเซ็กส์คืนนี้ดีกว่า ไม่มีอารมณ์…

 

3. ตอนเราหลับ สมองก็ไม่ได้พักนะ แต่

แค่เป็นอาการแอคทีฟที่ต่างจากตอนตื่น จากการทดลอง เจอว่าถ้าระหว่างวัน เราได้เรียนรู้ทักษะอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือด้านความคิดจิตใจ แกนในสมองมันจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตอนเราหลับ ยิ่งแกนเราเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ วันต่อมาเราก็จะทำงานที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาได้ดีขึ้น ถ้านอนน้อย แกนสมองก็พัฒนาก็ได้ไม่เต็มที่น่ะสิ

 

4. สมองตอนเราหลับ เป็นตัวตัดสินใจว่าความทรงจำไหนจะเก็บไว้ ความทรงจำไหนจะทิ้ง

เพื่อป้องกันภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรงหรือโรค PTSD คุณหมอจีน่า โพแห่ง UCLA แนะนำให้อย่าล้มตัวลงนอนทันที ให้ตื่นก่อนสักประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพราะถ้าเราหลับทันทีหลังเหตุการณ์ทำร้ายจิตใจรุนแรงนั้น สมองเราจะจัดเก็บมันลงในความทรงจำระยะยาว แล้วคอยหลอกหลอนเราไม่หยุดหย่อนทันที (จะใช้ได้กับอาการเพิ่งโดนบอกเลิกด้วยรึเปล่า ต้องลองดู)

 

5. ทุกสิ่งในโลกที่มีชีวิต จะตายจากการอดนอน ก่อนการขาดอาหารซะอีก

ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ต้องนอน! แต่มีรูปแบบแตกต่างกันไป ค้างคาวสีน้ำตาลนอนวันละประมาณ 20 ชั่วโมง! ยีราฟจะนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง / ม้าจะนอนตอนกลางคืนโดยครึ่งหนึ่งยืนครึ่งหนึ่งล้มตัวลงนอน / โลมาจะแบ่งสมองหลับคนละซีก ถ้าสมองซีกซ้ายหลับอีกซีกก็จะตื่น เพื่อให้ยังคงว่ายน้ำได้เรื่อยๆ มนุษย์นี่ล่ะ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในโลก ที่ยอมอดหลับอดนอน ไม่ว่าจะง่วงแค่ไหน วั๊ย แปลกกกกกก

 

6. ใครที่นอนไม่หลับ อาจเป็นเพราะแสง! แล้วแต่ละแสงเพิ่มระดับความตาค้างให้เราขนาดไหน?

เรียงตามลำดับสิ่งของที่มีแสงสีฟ้า หรือแสงที่รบกวนการหลับเรามากที่สุดเลยนะ

  • เทียนไข: ปลอดภัย ไม่มีแสงสีฟ้ารบกวน
  • หลอดไฟ: ทำให้หลับดีเลย์ไป 55 นาที
  • Kindle หรือเครื่องอ่านหนังสือผ่านจอ (ถึงแม้จะเป็นจอสีดำก็ตาม): ทำให้หลับดีเลย์ไป 58 นาที
  • สมาร์ทโฟน: ทำให้หลับดีเลย์ไป 67 นาที
  • แท๊บเล็ต: ทำให้หลับดีเลย์ไป 96 นาที

 

7. ทำไมเราถึงรู้สึกฝันร้ายบ่อยกว่าฝันดี?

พอเราหลับอยู่ในช่วง NREM sleep ยิ่งขั้นที่ 2 นะ เราจะฝันแบบจิ๋วๆ เหมือนเป็นเทรลเลอร์หนัง แล้วเราจะฝันอย่างยิ่งใหญ่อลังการก็ในขั้นสุดท้ายเนี่ยแหละ หลายครั้งเราจะรู้สึกถึงความน่ากลัวของฝัน มากกว่าความสวยงามของฝัน นั่นเป็นเพราะฝันร้าย มันจะกระตุ้นระบบทั่วร่างกายของเราแรงกว่า และทำให้เราตื่น คนเรามักจะจำฝันได้ตอนฝันสุดท้ายก่อนตื่นนั่นเอง

 

8. ความฝันทำให้เรารู้สึกกริ๊บกริ๊ววววว

จริงๆ แล้ว ช่วงเวลาที่หลับ สำหรับผู้ชาย ไม่ว่าจะฝันเรื่องทะลึ่งหรือไม่ทะลึ่ง น้องชายของเขาก็จะตั้งแข็ง.. สำหรับผู้หญิงเหมือนกัน เลือดจะไหลเวียนไปตรงช่องคลอดสูบฉีดวู้บว้าบ

 

9. สถิติการอดนอนที่ยาวนานที่สุดตกเป็นของงงงงง

มาจากเด็กนักเรียนคนหนึ่งในแคลิฟอร์เนียชื่อแรนดี้ การ์ดเนอร์ ในปี 1964 โดยอดนอนไปทั้งสิ้น 11 วัน!! ขอบอกว่านี่อันตรายมาก ห้ามเลียนแบบเด็ดขาด ปาฎิหารย์มากที่เขาไม่ตายจากเหตุการณ์นี้

 

การนอน เป็นเรื่องสำคัญกับร่างกายเราพอๆ กับการกินดีและออกกำลังกาย ถ้าเราบาลานซ์สามสิ่งนี้ให้ได้ อารมณ์เราก็จะดี หัวใจเราก็จะแฮปปี้ ความลับของการมีชีวิตที่ใช่ เหมือนจะยาก แต่ถ้าตั้งสติจัดตารางดีๆ แค่นี้ก็ทำได้สบาย ไม่ยากเลย

 

เขียนโดย @mafuangr

อ่านคอนเทนต์อื่นเพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand

HOROSCOPE