“Airry” จากน้ำหนักเกือบ 100 กิโล ตอนนี้เธอมีซิกแพคเบาๆ ได้ใน 7 เดือน

เขียนโดย BeamHoneyB

พี่แอร์ วรรณพร กอพยัคฆินทร์ หรือที่นักเรียนชอบเรียกกันว่า “แอร์รี่” คือคุณครูสอนภาษาอังกฤษวัย 34 ปี แต่ที่มากกว่านั้นเธอคือสาวนักสู้ที่ลดน้ำหนักจาก 98 กิโลกรัมเหลือ 60 กิโลในเกือบ 7 เดือน ไม่พึ่งยาลดน้ำหนัก ใช้แค่วิธีธรรมชาติเท่านั้นแต่ก็โหดสุดๆ เหมือนกัน เป้าหมายของเธอคือหนัก 55 กิโลซึ่งก็เหลืออีกแค่อีก 5 กิโลเอง!!

 

มื้อเย็นและน้ำอัดลมศัตรูตัวดี!!

เมื่อก่อนพี่แอร์อ้วนมากก สูง 160 เซนติเมตรแต่น้ำหนัก 98 กิโลกรัม คอมีรอยพับสีคลำกว่าสีผิว ตอนนั้นเธอก็บอกกับตัวเองว่า “น่าเกลียดแล้วนะ” แต่ก็ยังไม่หยุดกินเพราะ “มันแฮปปี้” พี่แอร์อ้วนมาตั้งแต่เด็กแถมยังเป็นคนเดียวในบ้านที่อ้วนด้วย ถูกตามใจตามสไตล์ลูกสาวคนเล็กของบ้าน ของโปรดของเธอคือแป้งและน้ำอัดลมแถมมื้อโปรดของพี่แอร์ก็ต้องเป็นมื้อเย็น “เมืองไทยของกินเยอะที่สุดก็คือตอนกลางคืน อาหารมื้อที่อร่อยที่สุดก็คือมื้อเย็น” แถมบางทีเลิกงานดึกที่ทำงานก็จะไปกินข้าวกัน เลยกลายเป็นกินมื้อดึกอีก ยิ่งอ้วนเข้าไปใหญ่!

 

ที่บ้านกลุ้มใจหนักจนต้อง “จ้างลด”

พี่แอร์เล่าว่าที่บ้านเครียดกับความอ้วนของเธอมากขนาดจ้างให้ลดความอ้วน “เพราะเราอ้วนมาตั้งแต่เด็ก เขาก็จะอยากให้เราผอม” ตอนเด็กๆ พ่อแม่จ้างลดกิโลละ 1,000 บาท แล้วก็เคยบอกว่าถ้าลดจาก 82 กิโลกรัมให้เหลือ 65 ได้จะให้เงิน 100,000 บาท แล้วเขาก็ให้จริงๆ แต่พี่แอร์ไม่เอา ขอเป็นอุปกรณ์ทำขนม เพราะตอนนั้นชอบทำขนม อย่างอื่นที่เคยจ้างลดคือจะออกรถให้ ตอนนี้พอลดได้แล้วเขาก็ไม่ค่อยเน้นย้ำว่าเคยดีลอะไรไว้ ไม่เหมือนตอนที่พี่แอร์อ้วนมากๆ แต่ก็แอบบอกนะว่าถ้าลดได้ครั้งนี้จะมีของขวัญพิเศษให้!

 

ก่อนลดน้ำหนักได้ขนาดนี้ ก็พลาดมาแล้วหลายหน

พี่แอร์เล่าวันที่จริงเมื่อก่อนเคยลดน้ำหนักลงไปถึง 52 กิโลกรัมเล้วนะ ตอนนั้นอายุ 23 คุณแม่พาไปหาหมอลดความอ้วนก่อนไปเรียนเมืองนอก หมอจะสั่งยาขับไขมัน เป็นยากึ่งๆ ลดความอ้วนที่ผายลมกับถ่ายออกมาน้ำมันจะออกมาด้วย แต่เธอก็คิดว่ามันอันตรายก็เลยตัดสินใจเลิกกิน ตอนนั้นก็ลดไปเลย 30 กิโลกรัม แต่พอลดได้ตามเกณฑ์ก็ตะบะแตกเพราะย้ายมาอยู่กรุงเทพเอ็นจอยกับการกินมาก ก็เลยน้ำหนักขึ้นยาว ลดไม่ลงกันเลย ส่วนยาลดความอ้วนพี่แอร์ก็เคยกินนะ กินตอน ม. 4 แต่ก็กินแค่แป๊บเดียวเพราะถอดใจ ไม่มีเงินซื้อและรู้สึกว่ามันอันตราย ส่วนสูตรการกินลดความอ้วนพี่แอร์ก็เคยลอง ใช้สูตรอเมริกันที่ให้ลดแป้งน้ำตาล กินได้แค่ผักกับเนื้อสัตว์ แต่สักพักก็เริ่มโหย เพราะจริงๆ ร่างกายเราต้องการอาหารครบ 5 หมู่แถมของโปรดของพี่แอร์ก็ยังเป็นแป้งและน้ำตาลด้วย มันก็เลยไม่เวิร์ค!

 

 

อยู่เมืองนอกมาเป็น 10 ปี น้ำหนักขึ้นก็ยังชิลล์

พี่แอร์ใช้ชิวตอยู่ที่ออสเตรเลีย 4 ปี ที่อเมริกา 6 ปี รวมๆ แล้วอยู่เมืองนอกเป็น 10 ปีเลยนะ ย้ายไปย้ายมาระหว่างออสเตรดลีย อเมริกา เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่อยู่เมืองนอกก็ไม่ได้ลดความอ้วนอย่างจริงจัง น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ พี่แอร์บอกว่าที่โน่นถ้าเรียกใครว่า “fat” คือจะหยาบคายมากๆ เธอบอกว่า “ไปอยู่เมืองนอกยิ่งรู้สึกสบาย” เพราะมีไซส์เสื้อผ้าให้ใส่หมด พวกสายเดี่ยว แขนกุด ที่ไม่กล้าใส่ที่ไทย เวลาอยู่เมืองนอกจะใส่ได้อย่างมั่นใจ ก็เลยยิ่งมีความสุขกับการกิน แต่เวลาต้องไปปาร์ตี้เห็นเพื่อนแต่งตัวสวยๆ ในขณะที่เธอต้องไปซื้อเสื้อผ้าของคนหุ่นโอเวอร์ไซส์ ซึ่งมันก็จะแก่ๆ หน่อย ก็เลยยังมีความรู้สึกแย่อยู่บ้าง

 

ถึงจะอวบแต่ก็ฮอตไม่เบา

พี่แอร์คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์ตรงคำพูด บวกกับที่ชอบเทคแคร์คนอื่นด้วยก็เลยดึงดูดหนุ่มๆ เข้ามาไม่ขาด ถ้าชอบมากจีบก่อนก็ได้ไม่แปลกอะไร อย่างแฟนคนปัจจุบันก็เข้าไปจีบก่อนเลย รู้จักกันจากกันทางเฟสบุ๊คแล้วก็แลกพินบีบีกัน เขาเด็กกว่าพี่แอร์ตั้ง 11 ปี แซ่บเว่อร์ พี่แอร์เล่าว่าตอนคุยกันช่วงแรกเธอไม่กล้าเปิดกล้องให้แฟนเห็นว่าอ้วนเพราะแฟนเป็นนักเทนนิส มีซิกแพค เธอตัดสินใจบอกแฟน “รอสัก 3 เดือนนะเดี๋ยวจะคุยเปิดกล้อง” หลังจากนั้นก็ฟิต วิ่งตั้งแต่เช้า กินข้าวแค่สองช้อนโต้ะ แต่เน้นกับ แล้วตอนนั้นก็ลดลงไป 30 กิโลกรัม “แอร์เป็นคนมุ่งมัน ถ้าจะทำก็ต้องทำให้ได้” แล้วก็ตัดสินใจนัดเจอแล้วก็ตกลงคบกันหลังจากนั้น แต่พอคบกันไปสักพักก็กลับไปสู่โหมดเดิม เริ่มกินแล้วกลายเป็นโยโย่เอฟเฟค กลับไปหนัก 98 กิโลกรัม!!!

 

 

เคยโดนนักเรียนท้าลดเลยยิ่งฟิตขึ้นไปอีก

เริ่มช่วงทำงานเครียดและกดดัน น้ำหนักลดลงไปเลย 7 กิโลกรัม แล้วก็มาโดนเร้าด้วยคำท้าของนักเรียนอีก คือเธอตั้งเป้าการลดน้ำหนักไว้อยู่แล้ว แต่พอนักเรียนเข้ามาท้าก็ยิ่งฮึด พี่แอร์เล่าให้เด็กๆ ฟังว่าอยากลดให้ได้ 10 กิโล สิ่งที่เด็กตอบกลับมาคือ “ครูทำไม่ได้หรอก ครูกินขนมทุกกลางวัน ซื้อขนมมาเต็มโต๊ะ…..ถ้าครูทำได้ผมวิ่งรอบสนาม 10 รอบ” พี่แอร์ก็ไม่ยอมซิ จนทุกวันนี้ที่เธอลดไปได้แล้ว 37 กิโลกรัม น้องๆ ก็ยังไม่ได้วิ่งกันเลย แต่พี่แอร์ก็ไม่ว่าอะไร “เราทำได้ เราก็ชนะใจตัวเองแล้ว” เวลาสอนนักเรียนก็เลยเอาความสำเร็จนี้มาช่วยสอน เป็นแนวคิดการตั้งเป้าหมายช่วยให้นักเรียนมีแรงฮึดบ้าง

 

แรงบันดาลใจที่ดีที่สุดคือตัวเอง

ถึงครอบครัวจะจ้างลดน้ำหนักด้วยของราคาแพงขนาดไหน แรงบันดาลใจที่ดีที่สุดก็คือตัวเอง การมองเห็นรูปร่างตัวเองที่ดีขึ้นในกระจก “ทุกครั้งที่อยากกินก็จะหันไปมองกระจก” เท่านั้นยังไม่พอเธอยังมีชุดตัวเก่งอยู่ตัวหนึ่งที่เอาไว้เป็นโมติเวชั่น เธอบอกว่าถ้าใส่ชุดนี้ได้ก็จะไม่ลดแล้วเพราะมันตัวเล็กมาก ซึ่งก็น่าจะเหลืออีกกแค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้น! เธอเล่าต่ออย่างมีความสุขว่าเดี๋ยวนี้ใส่เสื้อผ้าไซส์คนธรรมดาได้แล้วนะ ไปช้อปก็ไม่ต้องถามแล้วด้วยว่าใส่ได้มั้ย

 


 

สูตรลดสไตล์ “Airry” 

สูตรลดความอ้วน 7 เดือนที่เรียบง่ายแต่ต้องเป๊ะมาก

 

เดือนที่ 1-2

ไม่ได้ซีเรียสมาก เป็นขั้นตอนของการปรับตัวและร่างกาย

เช้า: อาหารปกติ แต่กินข้าวน้อยมาก เน้นกับข้าวแทน

กลางวัน: ก๋วยเตี๋ยว

เย็น: สลัดหรือไม่ก็ยำ

ออกกำลัง: เต้นแอโรบิค 45 นาที

*ผลลัพธ์คือลดลงไปเกือบ 20 กิโลกรัม ความมั่นใจก็เริ่มมา

 

เดือนที่ 3-4

เช้า: กินขนมปังธัญพืช 1แผ่น +นมไขมันต่ำ

กลางวัน: อาหารทำเอง เน้นผักไม่เน้นแป้ง

เย็น: น้ำผลไม้ หรือ ผลไม้สด 2 ลูก

ออกกำลัง: เต้นแอโรบิค 45 นาที

*ทำกับข้าวไปกินที่ทำงานเอง เน้นทูน่า ผัก ชีวจิต ธัญพืช เนื้อสัตว์ก็จะเป็นอกไก่ สันในไก่ หมูสับก็มีบ้างแต่ไม่บ่อย ส่วนข้าวก็น้อยมาก เส้นก๋วยเตี๋ยวก็กินแต่ไม่เยอะ แต่ก็จะชอบหาอาหารมาทดแทน ดูเมนูจากเพจสุขภาพต่างๆ แล้วก็มาประยุกต์เอง เมนูประจำก็มี ผัดวุ้นเส้น ผัดไทยวุ้นเส้น สลัดผัก ยำ ลาบทูน่า ลาบเห็ด เน้นผักเยอะๆ

**หลังไปเต้นแอโรบิคก็จะเริ่มไม่ทานอาหารเย็น ทานมากสุดก็จะดื่มน้ำผลไม้สดปั่น “หวานน้อย” หรือผลไม้ 2 ลูก

 

เดือนที่ 5-6

กินอาหารที่เน้นโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและเต้นแอโรบิค 3 ครั้งทุกวัน + ซิทอัพวันล่ะ 300 ครั้ง (100 ครั้งต่อช่วงเวลาการออกกำลัง)

เช้า: ขนมปังธัญพืช 2แผ่น

กลางวัน: สลัด ยำ ส้มตำหรือก๋วยเตี๋ยว

เย็น: น้ำผลไม้ หรือ ผลไม้สด 2 ลูก

ตารางชีวิตสุดโหด:

-ตื่นตี 4:45 เปิดยูทูบเต้นแอโรบิค 20 นาที ซิทอัพ 20 ครั้ง 5 เซ็ท (เท่ากับ 100 ครั้ง) เสร็จแล้วก็กินข้าว หลังกินก็ไม่นั่ง ต้องขยับตลอดเวลา

-ทานอาหารเที่ยงตอนช่วง 10:30-11:00 น. เพราะเธอตื่นเช้ามาก หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงก็จะกลับมาเต้นแอโรบิคต่อ 20 นาที และซิทอัพ

-บ่ายโมงก็จะหยุดกินแล้ว

-เย็นก็จะเต้นแอโรบิคอีก 1 ชั่วโมงแล้วซิทอัพ

หลังออกกำลังก็จะดื่มน้ำผลไม้ ไม่ก็ผลไม้สด 1-2 ลูก แล้วแต่ความหิว

-เข้านอน 21:30

*เธอจะตื่นและนอนเร็ว เพราะไปเจอมาว่าการนอนช่วง 22:00-2:00 น.จะมีโกรทฮอร์โมนออกมา ยิ่งจะได้สวย และตื่นเช้าแทนประมาณตี 5 ทำให้การลดน้ำหนักครั้งนี้มีแต่คนบอกว่าดูไม่โทรม ผิวดี

**ถ้าวันไหนไม่ได้ออกกำลังตามตารางเวลานี้ ก็จะไปออกกำลังแบบดับเบิ้ลชดเชยในช่วงเวลาทีว่าง

 

เดือนที่ 7 (ปัจจุบัน)

ต้องกินเพิ่มขึ้นถึงจะลด!!

พี่แอร์อัพเดทมาว่า พอลดน้ำหนักได้มากแล้ว จะมีช่วงที่ร่างกายจะหยุดเผาผลาญ ถึงแม้จะกินน้อยกว่าแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการก็ตาม เธอเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็เจอเลยว่าเวลาร่างกายทานอาหารไม่ถึงแคลอรี่ที่ต้องการมันจะหยิบเอากล้ามเนื้อมาใช้ทดแทนเอง ก็เลยเป็นสาเหตุที่น้ำหนักไม่ลดสักที เธอเลยลองกินเพิ่มขึ้นให้เท่ากับเกณฑ์แคลอรี่แต่จะเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ ทานข้าวกล้องแทนขนมปังและจะเน้นโปรตีน ผลลัพธ์คือน้ำหนักไม่ขึ้น แถมลงด้วยซ้ำ!!

ส่วนการออกกำลังกายจะเพิ่มซิทอัพมากขึ้น เป็น 450ครั้ง ต่อวัน!! ปรับเป็น 30 ครั้ง 5 เซ็ท และทำในช่วงการออกกำลัง 3 ครั้งต่อวัน

 

More Tips

  • ถ้าหิวกินได้ แต่ต้องเป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น กล้วยปิ้ง ผลไม้ ใส่กล่องติดกระเป๋าไว้ แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดี
  • สิ่งแวดล้อมมีผลต่อการลดความอ้วนมาก ถ้าต้องเข้าสังคม นัดกินข้าวกับเพื่อนบ่อยๆ จะอันตรายมาก
  • การลดความอ้วนต้องอาศัยการมีวินัย “ถ้าเราปล่อยใจก็จะอ้วนขึ้นได้ง่ายๆ”
  • สาเหตุหลักที่ทำให้เราลดน้ำหนักไม่สำเร็จเพราะ ผลัดวันประกันพรุ่ง
  • ถ้าเป็นคนที่เวลาโกรธหรือหงุดหงิดแล้วจะต้องหาอะไรเข้าปาก ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นออกกำลังแทน! ฟิตคูณสอง!

 

HOROSCOPE