ร้องไห้ได้ไม่มีใครว่า เพราะน้ำตา “ดีต่อตา ดีต่อใจ”

เคยสงสัยกันไหมว่า ‘น้ำตา’ มีไว้ทำไม มีไว้ไหลออกมาเมื่อเราเสียใจและอ่อนไหวเท่านั้นเหรอ วันนี้เลยจะพาทุกคนมารู้จักกับน้ำตาและคุณค่าของมันให้มากขึ้น เพราะน้ำใสๆ ในดวงตานี้ มีส่วนประกอบและหน้าที่สำคัญต่อดวงตา และไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่าที่คิด

น้ำตาจะสำคัญต่อตา ดีต่อใจขนาดไหน มาดูกันเลย!

ไม่ใช่แค่หยดน้ำ! น้ำตามี 3 ชั้น

หลายคนน่าจะคิดว่าน้ำตาประกอบด้วยน้ำและที่มีรสเค็มเพราะมีส่วนประกอบของเกลือ ขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่ใช่! มาทำความรู้น้ำตากันใหม่ด่วนๆ

น้ำตามี 3 ชั้น ประกอบด้วย

ชั้นไขมัน : ชั้นนอกสุด ป้องกันการระเหยของน้ำตา ช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาให้คงที่ ทำหน้าที่หักเหแสงช่วยในการมองเห็น

ชั้นน้ำ : ประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก และมีเกลือแร่ โปรตีน เอนไซม์ต่างๆ ที่ฆ่าเชื้อโรคได้ จึงมีหน้าที่ทำความสะอาด ปกป้องและให้สารอาหารและออกซิเจนแก่ผิวดวงตา นอกจากนี้ยังช่วยปรับผิวตาดำให้เรียบ ช่วยให้มองเห็นดีขึ้น

ชั้นเมือก : ทำให้ผิวกระจกจับชั้นนำได้ดี ช่วยให้ปรับผิวกระจกตาให้เรียบ มองเห็นชัดขึ้น ช่วยให้น้ำตากระจายตัวทั่วผิวหน้าลูกตา

 

  • หล่อลื่นให้ดวงตาชุ่มชื่น

น้ำตาให้ความชุ่มชื่นและเป็นสารหล่อลื่น ช่วยลดแรงเสียดสีระหว่างลูกตาและหนังตา เราจึงกลอกตา กะพริบตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกระคายเคือง

  • ตามัว น้ำตาช่วยให้เห็นชัด

ที่เรามองเห็นได้ชัด ก็เพราะเรามี ‘น้ำตา’ ตามที่ได้บอกหน้าที่ของน้ำตาทั้ง 3 ชั้นไป คือชั้นไขมันช่วยหักเหแสง ชั้นน้ำและชั้นเมือกคอยหล่อลื่นและปรับผิวกระจกตาให้เรียบ ทำให้เกิดการหักเหของแสงที่สม่ำเสมอ จึงทำให้เรามองเห็นภาพชัด

  • ล้างสิ่งสกปรกที่เข้าตา

น้ำตาช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ดวงตา เช่น ฝุ่นละออง ควัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อของกระจกตา โดยชั้นน้ำมีแอนติบอดี และเอนไซม์ต่างๆ ที่ฆ่าเชื้อโรคได้ ส่วนชั้นเมือกจะทำหน้าที่จับแปลกปลอมที่เข้าสู่ดวงตา เช่น เชื้อโรค เป็นการป้องกันลูกตาติดเชื้อ และชะล้างสิ่งปลกปลอมด้วยการไหลออกมาเป็นหยดน้ำตานั่นเอง

  • น้ำตาเป็นแหล่งอาหารตาชั้นเริ่ด

ใครว่าคนหรือสิ่งของสวยๆ หล่อๆ เป็นอาหารชั้นเริ่ดเท่านั้น ‘น้ำตา’ ต่างหากเป็นอาหารตาของจริง เพราะผิวดวงตาไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงเหมือนอวัยวะอื่นๆ จึงต้องอาศัยออกซิเจนจากอากาศภายนอก และน้ำตาที่เต็มไปด้วยโปรตีน เกลือแร่ วิตามินเอ วิตามินอี สารต้านจุลชีพ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแหล่งอาหารสำคัญให้กับดวงตาของเรา

  • ร้องออกมาเถอะ แล้วเธอจะรู้สึกดีขึ้น

หลังจากร้องไห้เรามักจะรู้สึกดีขึ้น…จริงไหม? วิลเลียม เฟรย์ นักชีวเคมีที่ศึกษาเรื่องน้ำตา พบว่าในน้ำตาที่ไหลออกมาจากการร้องไห้มีแมงกานีสที่มีส่วนทำให้เกิดความเครียด และในน้ำตามีแมงกานีสมากกว่าในเลือดถึง 30 เท่า ดังนั้นการร้องไห้จึงช่วยลดความเครียดได้

นอกจากนี้การร้องไห้ยังเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข เพราะมีการตรวจพบเอ็นดอร์ฟินในน้ำตาจากการร้องไห้ตอนเครียดด้วย เราจึงมักจะรู้สึกโล่งสบายหลังได้ระบายความรู้สึกออกมาเป็นหยดน้ำตายังไงล่ะคะ

โอ้โห! เป็นยังไงบ้างคะ รู้คุณค่าของน้ำตามากขึ้นแล้ว ต่อไปนี้เราต้องหันมาดูแลน้ำตาตัวเองกันให้มากขึ้นแล้วล่ะ และสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์รู้ไหมคะว่า ความรู้สึกสบายตา ตาไม่ล้า ตาไม่แห้งนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาตามธรรมชาติของเราด้วยนะ

รอติดตามเทคโนโลยีคอนแทคเลนส์ชนิดใหม่ ที่มีคุณสมบัติ ”เข้ากันดีกับชั้นน้ำตา”  พร้อมอัพเดตทิปส์ การดูแลสุขภาพดวงตาและทุกเรื่องราวเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ ได้ที่เพจ Johnson & Johnson Vision

กดติดตาม Johnson & Johnson ได้เลยที่ Facebook : Johnson & Johnson vision  >> www.facebook.com/JJVisionCareThailand

ค้นหาสาขาร้านเพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา และทดลองคอนแทคเลนส์นวัตกรรมล่าสุด คลิก https://goo.gl/78Gf2W