“มะเร็งเต้านม” เป็นได้ตั้งแต่ 20 กว่าๆ ลดความเสี่ยงไว้คือดีที่สุด!

จำได้ว่าเดือนตุลาคมของทุกปี จะเป็นเดือนที่ผู้หญิงจะต้องนึกถึงแคมเปญมะเร็งเต้านม บางคนบอกว่าต้องเป็นสาวใหญ่วัยเกิน 40 ขึ้นไปหรือเปล่าพี่ แต่ที่ผ่านมาเราเห็นมาเยอะมากที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อายุไม่เยอะก็พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านม เราช่วยๆ กันดูแลการใช้ชีวิต และตรวจเช็คร่างกายตัวเองเป็นประจำอาจทำให้เจอตั้งแต่ต้น รักษากันได้ทัน จะได้อยู่กับคนที่รักนานขึ้นอีก

 

คลีโอไปหาข้อมูลมาจากบทความเรื่อง Breast Cancer: Reduce Your Risk จากนิตยสาร Good Health แล้วเจอข้อมูลเด็ดๆ เลยอยากมาบอกต่อ เพราะว่าผู้หญิง 1 ใน 8 คนตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมในออสเตรเลีย นักวิจัยเลยสืบไปว่าการใช้ชีวิตวันหนึ่งของผู้หญิงอาจทำให้มีแนวโน้มเป็นมะเร็งเต้านมได้ง่ายขึ้น และเราควรรู้ด่วน

 

3 สิ่งที่เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม (และเราเปลี่ยนมันได้)

1. ดื่มแอลกอฮอล์ ตอนกินก็สนุกหรอก แต่แค่เราดื่มไวน์ 2 แก้วต่อวัน ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้พุ่งขึ้น 51% ยิ่งซัดเข้าไป 3-6 แก้วก็บวกเข้าไปอีก 15% เพราะว่าแอลกอฮอล์เข้าไปเปลี่ยนฮอร์โมนในร่างกาย กระตุ้นให้ผลิตสารที่เป็นสาเหตุของมะเร็งและไปบล็อคกลไกหนึ่งในระบบร่างกายที่ช่วยปกป้องการเกิดมะเร็งด้วย

2. น้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือจะเรียกว่าอ้วนนั่นแหละ ถ้าเราปล่อยให้ตัวเอง overweight ไปนานๆ ยาวไปถึงช่วงหมดประจำเดือนเลยเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ถึง 42% เซลล์ไขมันจะไปสร้างเอสโตรเจนที่กระตุ้นให้เป็นมะเร็งเต้านมที่มีตัวรับสัญญาณเป็นบวก ทำให้มะเร็งพัฒนาและโตขึ้น บริเวณที่มีไขมันสะสมมากๆ ก็มีผลด้วยนะ อย่างไขมันหน้าท้องเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากกว่าไขมันที่สะสมตรงจุดอื่นของร่างกาย

3. การให้ฮอร์โมนทดแทน หรือเรียกว่ายากลุ่ม Hormone Replacement Therapy ยากลุ่มนี้จะให้กับผู้หญิงในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน วัยอย่างคุณแม่พวกเรานี่ล่ะ ยาพวกนี้จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นสองเท่าให้มะเร็งพัฒนาขึ้นไป ยิ่งกินต่อเนื่องนาน ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นไปอีกและการรักษาด้วยฮอร์โมนที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนจะเสี่ยงมากกว่าใช้การรักษาแบบเอสโตรเจนอย่างเดียว แต่ศูนย์มะเร็งในออสเตรเลียบอกไว้ว่าการกิน HRT จะเพิ่มความเสี่ยงเมื่อใช้ไปประมาณ 3 ปี แต่เวลาที่ปลอดภัยจริงๆ ยังไม่แน่ชัด ยานี้ให้ปรึกษาคุณหมอระหว่างที่ใช้ไปด้วย

 

“ยาคุมทำให้เป็นมะเร็งเต้านมจริงมั้ย?”

การกินยาคุมมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมอยู่บ้าง อายุมากขึ้นเท่าไหร่ตอนที่กิน ยิ่งเสี่ยงสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงก็จะค่อยๆ ลดลงภายใน 10 ปีหลังหยุดยา

3 อย่างนี้อาจทำให้ความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมลดลงไปได้
ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าทางไหนจะป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้ แต่ถ้าอะไรที่ทำได้ช่วยให้เราไม่เสี่ยงมากก็น่าลองดูเหมือนกัน ที่สำคัญลดแอลกอฮอล์ลง ไปตรวจร่างกายเป็นประจำ

1. ออกกำลังกายแบบมีคุณภาพทุกวัน 15 นาที

ลองพวกเดินเร็วๆ วิ่งจ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอย่างคุณแม่ แต่สาวๆ ก็ควรทำตั้งแต่ตอนนี้ คนที่ออกกำลังอย่างนี้ประจำจะลงความเสี่ยงได้ลง 20% อย่างแรกเลยการออกกำลังทำให้เราลดน้ำหนักลงได้ และกิจกรรมที่ใช้ร่างกายช่วยรักษาระดับฮอร์โมนอีกด้วย

2. ลองกินแบบเมดิเตอเรเนียนไดเอท

เพราะที่มีการศึกษาคนที่กินอาหารด้วยน้ำมันมะกอกคุณภาพดี ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้มากถึง 68% เขาอธิบายว่าในน้ำมันมะกอกช่วยยับยั้งยีนส์และโปรตีนที่ไปพัฒนาตัวมะเร็งได้ และอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียนจะมีผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ปลาและไก่อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จำกัดเนื้อแดงอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่อเดือน และใช้สมุนไพรแทนพวกเกลือ

3. กินอาหารเย็นไม่ดึกไป

บางคนกลัวหิวเลยจัดมื้อเย็น 3 ทุ่ม ความจริงแล้วให้เราอดช่วงหลังมื้อเย็นถึงเช้าได้ 12-14 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่กินเที่ยงคืนแล้วกินอีกทีเที่ยงนะ อาจจะกินตอน 5 โมง และกินอีกที 7 โมงเช้า ทำแบบนี้ร่างกายจะลดระดับกลูโคสในเลือดลงบ้าง เพราะกลูโคสที่ขึ้นสูงๆ มีความเกี่ยวโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของมะเร็งเต้านม

 

3 สิ่งต้องรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

1. ไม่มีคนในครอบครัว ไม่ได้แปลว่าจะไม่เป็น
คนที่เป็นมะเร็งเต้านม 5-10% จะมีความเกี่ยวข้องกับประวัติทางพันธุกรรมเท่านั้นเอง แปลว่าที่เหลือส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านม ไม่มีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อนก็ได้

2. ไม่ใช่แค่หาก้อนแปลกปลอม
พวกก้อนแข็งๆ อาจเป็นจุดที่เราสังเกตง่ายสุด แต่ไม่ใช่แค่อย่างเดียวนะ ต้องดูลักษณะต่อไปนี้ด้วย…
– ขนาดและรูปทรงเต้านมเปลี่ยนไป
– หัวนมมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ลอก หรือมีสีแดง
– มีสารคัดหลั่งออกมาทางหัวนมโดยที่เราไม่ได้บีบ
– ปวดแบบผิดปกติและไม่หายปวดเลย หรือสังเกตผิวที่เต้านมเปลี่ยนไป มีสีแดงหรือขรุขระ

3. ตรวจด้วยแมมโมแกรมเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าเราอายุเกิน 40 ปี ควรตรวจมะเร็งเต้านมปีละ 1 ครั้ง การตรวจแมมโมแกรมจะเป็นการตรวจแบบละเอียดด้วยรังสีคล้ายๆ เอ็กซ์เรย์ ถ้าพบจุดที่สงสัย วิธีนี้จะดีกว่าการตรวจแบบอื่น เพราะสามารถเห็นจุดหินปูนในเต้านม เพราะบางครั้งหินปูนพวกนี้ก็อาจจะเล็กมาและคลำเองไม่เจอ