12 วิธีรักตัวเองได้ อย่างง่ายเว่อร์ - CLEO Thailand Online Magazine

12 วิธีรักตัวเองได้ อย่างง่ายเว่อร์


รู้หรอกน่าว่าอยากเข้าฟิตเนสทุกวัน เล่นโยคะทุกอาทิตย์ แต่แหม บีซี่ขนาดนี้จะหาเวลาจากไหน ถ้างั้นก็ต้องนี่เลย สเต็ปสุดง่ายที่จะทำให้คุณมีสุขภาพเริ่ดได้แบบแทบไม่ต้องออกแรง

 

1. ออกแดดวันละนิด
สาว ๆ หน้าใสเห็นแดดที่ไหนเป็นต้องหลบ เพราะกลัวดำ กลัวฝ้า กลัวมะเร็งผิวหนัง แต่หารู้ไม่ว่าแสงแดดคือแหล่งวิตามินดีที่สำคัญ มัวแต่ทำตัวประหนึ่งแวมไพร์กลัวแดด อาจเสี่ยงขาดวิตามินดีได้นะ เจน เมคิน ผู้จัดการสภามะเร็งวิคตอเรียของออสเตรเลียบอกว่าเราต้องถูกแดดบ้างเพื่อรับวิตามินดีแค่วันละสองสามนาทีก็พอแล้ว ข้อดีอีกอย่างคือวิตามินดีช่วยลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าได้ และยังดีต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอีกด้วย

 

2.  นั่งสมาธิสั้น ๆ 
นึกถึงการนั่งสมาธิทีไร พาลให้ง่วงนอนทุกที แต่เคท เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนั่งสมาธิเค้าบอกว่าไม่ต้องนั่งยาวก็ได้ เพียงแค่วันละ 10-15 นาทีก็ดีต่อสุขภาพแล้ว เพราะเวลาที่เรานั่งสมาธิ สมองเราจะรีแลกซ์ และช่วยลดระดับอะดรีนาลินและฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือที่เรียกว่าฮอร์โมนความเครียดได้ หาเวลาสงบๆ ระหว่างวัน เช่น นั่งเงียบๆ ที่โต๊ะทำงานระหว่างพักกลางวันแล้วหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหายใจออกช้าๆ เท่านี้ก็พอแล้ว หรือจะนั่งสมาธิก่อนนอนในห้องเงียบๆ ก็จะยิ่งดี 

 

3. เพิ่มความสไปซี่ให้ชีวิต 
มีการศึกษาบอกว่าการบริโภคเครื่องเทศอาจช่วยรักษาระดับกลูโคสในเลือดและลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ เครื่องเทศหาซื้อง่ายตามซุปเปอร์ทั่วไป ติดผงอบเชยไว้ที่บ้านซักขวด เอาไว้โรยบนฟองนมกาแฟตอนเช้า หรือใส่แท่งอบเชยในชาร้อน ๆ แค่นี้ก็เฮลธ์ตี้อย่าบอกใคร  

 

4. ฟังเพลงโปรด
รู้สึกเหนื่อยล้าจากงาน เอาไอพอดเสียบหูแล้วเปิดเพลงโปรดฟังเลย มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Complementary Therapies in Medicine บอกว่าการฟังเพลงอาทิตย์ละครั้งเป็นเวลาสามอาทิตย์ติดกันจะช่วยบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าได้   


 
5. ดูหนังเศร้า แล้วร้องไห้ซะ 
ถ้าคุณทะเลาะกับแฟนแล้วอยากหาทางระบายอารมณ์ อย่ารื้อขว้างข้าวของให้เสียหายแล้วต้องมาตามเก็บเลย ขุดหนังรักเศร้าได้ใจออกมาดูอีกซักรอบดีกว่า มีการศึกษาจากสหรัฐฯบอกว่าการดูหนังเศร้าจะช่วยให้เราประเมินและเห็นค่าความสัมพันธ์ของเรามากขึ้น ถึงจะร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าตอนดูหนัง แต่รับรองว่าในระยะยาวเราจะแฮ้ปปี้ขึ้นแน่นอน


 
6. มุ่งมั่นทำลายสถิติตัวเอง
ฮึดเข้าฟิตเนสให้เป็นกิจวัตรโดยการเขียนบันทึกเกี่ยวกับการเวิร์คเอ้าท์ของคุณในแต่ละวัน จดไว้เลยว่าวันนี้วิ่งกี่กิโล เผาผลาญกี่แคลอรี่ มันจะทำให้คุณมีกำลังใจอยากเอาชนะตัวเองในวันต่อ ๆ ไป 

 

7. น้ำมันมะพร้าวช่วยคุณได้
มีการศึกษาพิสูจน์มาแล้วว่าการกินน้ำมันมะพร้าววันละหนึ่งช้อนชาช่วยลดความอยากทานของหวาน ๆ ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร เพิ่มการเผาผลาญและระบบภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยลดพุงได้อีกด้วย แล้วก็ไม่หมดแค่นี้นะ การใช้น้ำมันมะพร้าวนวดหน้ายังช่วยลดริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วย  ดีขนาดนี้ไม่รักไม่ได้แล้ว

 

8. ยืนตัวตรง
อกผายไหล่ผึ่งกันหน่อยนะสาวๆ การยืดตัวโดยดันไหล่ไปด้านหลังและยืนตัวตรงไม่เพียงแต่จะทำให้คุณมีบุคลิกภาพดีขึ้น แต่ยังช่วยลดแรงกดที่กระดูกสันหลังด้วย นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตทในสหรัฐฯ พบว่าคนจะมองว่าคนที่นั่งหรือยืนหลังตรงนั้นมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าคนที่เดินหลังค่อม 

 

9. ล้างมือเป็นประจำ
คุณครูสอนกันมาแต่เล็กแต่น้อยว่าให้ล้างมือก่อนทานข้าวและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เพราะการล้างมือนี่แหละเป็นวิธีที่ได้ผลเริ่ดที่สุดในการช่วยป้องกันหวัด การศึกษาของคณะกรรมการข้อมูลด้านความปลอดภัยทางอาหารของออสเตรเลียพบว่าผู้หญิงออสเตรเลีย 8 เปอร์เซ็นต์ไม่ยอมล้างมือหลังจากเสร็จภารกิจในห้องน้ำ ยี้! ไม่เอานะ หญิงไทยเราต้องล้างมือถูสบู่ให้สะอาด ใช้เวลารวมแล้วไม่ถึง 20 วินาทีเอง 

 

10. ร้องเพลงลั่นบ้าน 
ถ้ากลัวเพื่อนบ้านจะเคืองเอา ก็ร้องเพลงในห้องน้ำก็ได้ การศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่านักร้องประสานเสียงมีระดับของอิมมูโนโกลบุลิน เอ หรือโปรตีนที่ช่วยสู้กับเชื้อโรคสูงในระหว่างร้องเพลง วันนี้ลองคิดว่าตัวเองเป็นผู้แข่งขันเดอะสตาร์แล้วปล่อยพลังร้องเพลงให้เต็มที่ไปเลย 

 

11. กินไข่เป็นอาหารเช้า  
จะไข่ต้ม ไข่ลวก ไข่ดาว ไข่ตุ๋น ได้หมด นอกจากทำให้มื้อเช้าอร่อยขึ้นแล้ว ไข่ยังช่วยให้ความจำดีขึ้นและมีวิตามินและแร่ธาตุถึง 11 ชนิด ไหนจะไขมันโอเมก้า 3 อีก ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นเลย 

 

12.  ฝันหวานถึงเฟรนช์ฟรายส์และชอคโกแลตชิ้นโต
วันไหนนึกอยากกินมันทอดรสบาร์บีคิวห่อใหญ่ ให้นึกภาพว่าตัวเองกำลังเคี้ยวมันทอดนั้นอย่างเอร็ดอร่อย  นี่ไม่ได้บอกให้ขำเล่นนะ มีการศึกษาจากสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมล่อนพบว่าผู้เข้าร่วมการวิจัยที่จินตนาการว่าตัวเองกำลังสวาปามชอคโกแลตเอ็มแอนด์เอ็มห่อใหญ่ จะกินชอคโกแลตจริง ๆ แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ในขณะที่คนที่ไม่ได้สร้างภาพจินตนาการนั้นกลับกินหมดห่อเลยจริง ๆ  การนึกภาพว่าเรากำลังกินอยู่ช่วยให้สมองคุ้นเคยกับความอยากอาหารนั้น ๆ เลยทำให้เราไม่กินเยอะเกินไป

 

 

HOROSCOPE