เริ่มจากผื่นที่ปากเล็กๆ ใช้สเตียรอยด์จนลามทั่วหน้า! เธอต้องจบที่ธรรมชาติบำบัด - CLEO Thailand Online Magazine

เริ่มจากผื่นที่ปากเล็กๆ ใช้สเตียรอยด์จนลามทั่วหน้า! เธอต้องจบที่ธรรมชาติบำบัด

สัมภาษณ์โดย @mafuangr

 

วีว่า คือรุ่นพี่ของเรา ช่วงไม่กี่เดือนนี้ เราไม่ค่อยเห็นเธอแอคทีฟในโลกโซเชียลเท่าไหร่เลย ทั้งๆ ที่ตัวเธอเองเป็นคนลั้นล้ามาก จนไม่กี่วันนี้ เราก็เจอโพสต์ที่ต้องร้อง เห้ยยยยย! เพราะวีว่า พลีชีพ โพสต์รูปหน้าสดของเธอ 2 ช่วงเวลา ให้เห็นกันจะๆ ทั้งหมดนี้ เพราะพิษจากการหักโหม ไม่ดูแลร่างกายให้ดี บวกกับการใช้ยาแรงๆ ของเธอนี่ล่ะ!

 

“ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเป็นผื่นที่ปาก ไม่ใช่เริมนะ คือเหมือนแพ้อะไรบางอย่างเป็นเม็ดๆ ตรงขอบปาก พอไปหาหมอ หมอก็ให้สเตียรอยด์มาทา ห้าวันเจ็ดวันก็หาย และเดือนนึงก็กลับมาเป็นอีก ก็ไปหาอีก วนไปเรื่อยๆ”

แปลว่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา วีว่ามีเพื่อนสนิทคือสเตียรอยด์ ที่ตัดยังไงก็ตัดไม่ขาด หมอก็บอกสาเหตุเป๊ะๆ ไม่ได้ว่าผื่นนี้เกิดจากอะไร ‘อาจจะแพ้ยาสีฟันมั้ง?’ หมอบอกเธอ เธอลองเปลี่ยนยาสีฟันแล้วก็ไม่หาย แต่ลึกๆ เธอรู้สึกรู้เลยว่า ความผิดปกติมันเกิดจากข้างใน

 

“แล้วเดือนธันวาคมก็เป็นอีก ทีนี้ทายาแล้วผื่นขึ้นมาทั้งหน้าเลย!” นี่คือจุดพีคที่ต้องช็อค เธอบอกว่า ถ้าไปหาหมออีก ก็ต้องใช้ยาซ้ำอีก แล้วต้องโดนฉีดยาแน่ๆ ในที่สุดก็ไม่เห็นช่วยอะไรในระยะยาวได้เลย แล้วเธอเห็นจากแม่ของเธอ เคยมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง มีปัญหาพังพืดในลำไส้ หมอเคยพูดกับแม่ว่า ‘ต้องอยู่กับหมอไปเรื่อยๆ นะ’ หึ้ยยยย แค่นี้ก็รู้สึกหลอนแล้ว แม่เธอเลยลองรักษาด้วยวิธีการ ธรรมชาติบำบัดดู

 

และนี่คือจุดเริ่มต้น ของธรรมชาติบำบัดของเธอ

เธอลองไปหาคุณหมอที่แม่เธอเคยหา ที่สเถียรธรรมสถาน หมอบอกว่า ใช้เวลานานนะ ‘นี่ล่ะ คือสิ่งที่เรากลัวของธรรมชาติบำบัดในตอนแรก เพราะมันไม่เหมือนยา ยานี่รู้เลยว่ากี่วันหาย แต่ธรรมชาติบำบัด จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน ใช้เวลาไม่เหมือนกัน เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่มันจะหาย’ วีว่าบอก

 

แต่ละคนมีวิธีบำบัดไม่เหมือนกัน

หมอจะดูเป็นคนๆ ไป และบอกวิธีการรักษาตามอาการของแต่ละคน เพราะฉะนั้น วิธีของวีว่า อาจใช้ไม่ได้กับคนอื่น บอกแล้วว่ามันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียด สิ่งที่เธอต้องทำคือ “กินผลไม้ปลอดสาร และเป็นผลไม้ฤทธ์เย็นเท่านั้น” ส้มและมะม่วงสุก ผลไม้อร่อยๆ ของโปรดเธอก็กินไม่ได้นะ พวกผลไม้น้ำตาลเยอะๆ นี่ไม่ได้เลย เหลือแต่ส้มโอ มะพร้าว (กินได้แต่ส่วนน้ำ เนื้อก็กินไม่ได้อีก) มะละกอ กีวี่ แก้วมังกร กล้วย แอปเปิ้ล แพร์ พวกนี้กินได้ แต่ก็มีข้อบังคับอีกว่า ถ้ามื้อนี้กินผลไม้รสหวาน ก็ห้ามกินผลไม้รสเปรี้ยวรวมไปด้วย ต้องแยกไปมื้ออื่น ตามที่หมอบอก กินแบบนี้ไปทุกมื้อ ติดกันสามอาทิตย์ !

 

1c18fc3082adca269e435710374337a2

 

ไม่ใช่แค่การกินเท่านั้นนะ ที่ต้องเปลี่ยน..

เธอต้องนอนเร็ว พักผ่อนให้เพียงพอ หยุดครีมทุกอย่าง แต่งหน้าไม่ได้ ทาอะไรที่หน้าไม่ได้เลย ต้องประคบเย็นด้วยน้ำแข็ง ประคบวันละ 5-6 รอบ เพราะแสบหน้ามาก รู้สึกเหมือนเป็นลมพิษ แสบ ร้อนไปหมด ที่หนักคือ ยังต้องไปทำงานอยู่!

“เราลาหยุดไม่ได้ไง ไม่มีใบลา จะบอกที่ทำงานว่าขอหยุดไปกินผลไม้ ก็ไม่ใช่ปะ555 แล้วคือ เป็นพีอาร์! ต้องเจอลูกค้าตลอด ก็เอาผ้าคาดปาก ปิดหน้าไป คนถามเยอะมากกกกกว่าเป็นอะไร เศร้ามาก” ช่วงนั้น วีว่าบอกเลยว่า เคยนั่งร้องไห้อยู่บ้าน หดหู่ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย!

“แล้วเป็นช่วงธันวา โอ้โห ช่วงเฟสทีฟเลย เพื่อนชวนไปกินอะไรข้างนอกเยอะมาก แล้วเรามีแฟนน ไปไหนกับแฟนก็ไม่เอนจอย”

 

แต่มันก็คือบททดสอบความอดทน ชนะใจตัวเอง จนเธอเริ่มดีขึ้น

“ประมาณอาทิตย์ที่สาม ถึงเริ่มดีขึ้น” จากสองอาทิตย์แรก ที่ไม่โอเคมากๆ ก็กินผลไม้ไปเรื่อยๆ ตามที่หมอบอก อาทิตย์ที่สาม ผื่นแดงปื้ดๆ ที่หน้าก็เริ่มยุบ เหมือนเป็นสิวผื่นปกติ วีว่าก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา อาทิตย์ที่ 4-5 ก็เริ่มกินผักได้ แต่ต้องผักสดห้ามกินกับน้ำสลัด อาทิตย์ที่หก กินข้าวได้แล้ว อาทิตย์ที่เจ็ด ต้มผักกินได้ เต้าหู้กินได้ ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ

 

16106941_10154273592425840_1266432145_o

สองรูปนี้ ถ่ายห่างกันประมาณ 2 เดือน เห็นเลยว่า ผื่นน่ากลัวขนาดไหน รูปขวา นอกจากหน้าจะสดใส เพราะร่างกายขับพิษออกไปแล้ว ดวงตาเธอรู้เลยว่าแฮปปี้จากข้างในจริงๆ มันโล่งอ่ะเนอะ ทั้งสองรูปนี้ ไม่มีฟิลเตอร์อะไรทั้งสิ้นเลยนะ

 

“มันเหมือนเราโดนตบหน้าแรงๆ เห้ย ดูแลตัวเองเดี๋ยวนี้!”

วีว่าบอกว่า ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีข้อดี เธอยังรู้สึกโชคดีที่รู้ทันตั้งแต่วันนี้ “ธรรมชาติบำบัด ไม่รู้จะหายเมื่อไหร่ ของเราถือว่าเร็วมากนะ อย่างคนอื่นที่ใช้สเตียรอยด์รักษามา 5-6 ปี หรืออยู่ใต้การรักษาแบบเคมีมานาน อาจต้องใช้ธรรมชาติบำบัดไปเป็นปีๆ ก็ได้” วีว่าบอกว่า รู้ตอนนี้ เปลี่ยนตัวเองทัน ทำให้วิถีชีวิตมันดีขึ้นได้ในระยะยาว คิดดูว่าถ้าเจออะไรผิดปกติในร่างกายตอนซักสี่สิบ อาจเป็นมะเร็งก็ได้

 

“ชีวิตเราหายไปเลยเดือนนึง ที่ไม่ได้เจอใคร.. แต่จริงๆ แล้ว มันไม่มีใครขโมยไปจากเรา เรานี่ล่ะที่ทำตัวเองให้มาถึงจุดนี้!”

มันทำให้วีว่าได้มองย้อนตัวเองกลับไปคิดได้ว่า เมื่อก่อนเธอเป็นคนกินอาหารสุขภาพมาก ระวังตัวเองตลอด แต่ไลฟ์สไตล์เธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่เข้าทำงาน จากที่ไม่เคยกินผงชูรสเลย เดี๋ยวนี้ ทุกมื้อก็ไปกินอาหารตามสั่ง ขอเร็วๆ กินแต่ของทอดๆๆ นอนไม่พอ แล้วก็เครียดอีก

 

“เรื่องเบสิคๆ เลย ทำง่ายมาก แต่คนชอบไม่ทำกัน”

ที่คลีโออยากเล่าให้สาวๆ ฟัง ประเด็นเลยคือ ‘เราต้องฟังเสียงร่างกายของตัวเอง’ ก่อนที่จะไปคิดว่า โอ้โห ไปคอร์สดีท้อกซ์บำบัดนู่นนี่ดีกว่า เรามาแก้ที่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเราก่อนดีมั้ย แค่นอนให้พอ เข้านอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ เราทำได้รึเปล่า? กินอาหารที่มีประโยชน์ ผักผลไม้ให้ครบ ไม่ต้องหักโหมกินเฮลตี้เอ็กซ์ตรีมแบบเธอหรอกถ้าร่างกายใครยังไม่เห่อมากเหมือนเธอ แต่ใส่ใจระบบในตัวเองบ้าง เพราะแต่ละคนก็มีสัญญาณไม่เหมือนกัน เมื่อไหร่ที่ร่างกายเริ่มเตือนเราแล้ว เกิดอะไรผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเองแล้ว ก็ต้องสังเกตให้ได้ แล้วรีบเปลี่ยนมันไปในทางที่ดีขึ้น

 

12552522_10153418863075840_6038951563250433703_n

 

ร่างกายนี้ อยู่กับเราไปตลอดชีวิตนะ ถ้าวันนึงที่ร่างกายตะโกนขึ้นมาว่า ไม่ไหวแล้ว ที่นี่เราจะหาใครมาช่วยก็ยาก.. จัดตารางชีวิตให้ดี แบ่งเวลาให้ถูก และที่สำคัญเลยคือ ควบคุมความเครียดของเราให้ได้ หันมาดูแลร่างกายให้ดีตลอดเวลาดีกว่า ไม่ใช่จะมาเป็นห่วงตัวเองตอนที่ไม่สบาย เดี๋ยวมันจะสายเกินไป…

 

With  love,

CLEO

HOROSCOPE