เช็คให้ชัวร์! วันนั้นของเดือน อาการแบบนี้ผิดปกติหรือไม่?

“ประจำเดือนมาไม่ปกติ” คำนี้ได้ยินกันบ่อย แต่จริง ๆ แล้วรู้กันมั้ย?? ว่าอาการมันเป็นแบบไหน ต้องสังเกตอะไรบ้าง?? บางอย่างเราอาจเข้าใจว่าปกติ แต่ความจริงแล้วไม่ปกติก็มีนะ คลีโอจึงขอชวนสาว ๆ มาทำความเข้าใจอาการต่างๆ ในระหว่างมีประจำเดือน อาการแบบไหนที่เขาเรียกว่า “ไม่ปกติ” แล้วค่อยลองสังเกตตัวเองดี ๆ ว่ามีอาการแบบนั้นหรือเปล่า?? มาเช็กให้ชัวร์ ไปพร้อมกันเลย!!

1. มีเยอะแค่ไหนและนานแค่ไหนต่อเดือน

–   มามากผิดปกติ : เป็นธรรมดาที่ช่วงแรกของการมีประจำเดือน เลือดจะถูกขับออกมาเยอะมาก และจะค่อยๆ น้อยลงเรื่อย ๆ จนหมดรอบ อ้าวแล้วแบบไหนที่เรียกว่ามากผิดปกติ? สังเกตง่ายๆ ให้ลองเปรียบเทียบกับรอบเดือนช่วงที่ผ่านมา ถ้ารอบนี้เยอะมากจนผิดสังเกต หรือมีประจำเดือนมาหลายวันแล้วแต่เลือดยังออกมากอยู่ อาจเป็นสัญญาณร้ายของมะเร็งปากมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ หรืออาการอักเสบต่าง ๆ ที่เกิดบริเวณมดลูก ลองสังเกตแล้วมันใช่ ต้องรีบไปหาหมอให้ไวเลย

–   มาน้อยผิดปกติ : คืออาการที่เลือดถูกขับออกจากร่างกายน้อยกว่า 2 CC ต่อรอบ กรณีนี้อาจไม่อันตรายเท่าไหร่ เพราะบางทีร่างกายอาจจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ฮอร์โมนไม่สมดุล ความเครียด หรือปัญหาจากการกินต่าง ๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประจำเดือนไม่มาติดต่อกัน 2-3 เดือน โดยไม่ได้ตั้งครรภ์ นั่นแหละที่น่าห่วง

–   มากระปริบกระปรอย : เป็นอาการที่ประจำเดือนมาบ่อยเกินไป โดยมาแต่ละครั้งไม่มาก และกำหนดเป็นช่วงเวลาไม่ได้

มาพร้อมเลือดก้อนขนาดเกิน 1 นิ้ว : อันนี้อย่าเพิ่งตกใจ ปกติแล้วประจำเดือนในช่วงวันแรก ๆ มักจะมีเยื่อผนังมดลูกหลุดออกมาด้วย แบบนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่เยื่อมดลูกที่หลุดออกมา มีขนาดใหญ่เกิน 1 นิ้ว หรือใหญ่กว่าปกติที่ผ่านมา อาจถือได้ว่าผิดปกติ

2. ระดับความปวดท้อง

ปวดเล็กน้อย : คนกลุ่มนี้ถือว่าโชคดีมากกกก ใครๆ ก็อิจฉา เพราะอาการปวดท้องระดับนี้ถือว่าเป็นอาการธรรมดาเมื่อมดลูกบีบตัว

ปวดแบบทนได้แต่ก็กวนใจอยู่ : ปวดท้องระดับนี้อาจไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่อาจรบกวนใจกับชีวิตประจำวันไปบ้าง

ปวดถึงขั้นใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ : อาจเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคที่ถูกซ่อนไว้ สังเกตดูให้ดี ๆ

ปวดรุนแรงจนทนไม่ได้ : สัญญาณอันตรายรีบไปหาหมอให้ไว้เลย

3. อาการร่วมเมื่อมีประจำเดือน

ปวดท้อง ปวดหลัง : เป็นอาการปกติ เพราะบางทีมดลูกเกิดการบีบตัว อาจทำให้ออกซิเจนในกล้ามเนื้อลดลงทำให้เกิดอาการปวดท้อง ปวดหลังตามมาได้นั่นเอง แต่ถ้าปวดท้องจนทนไม่ได้เมื่อไหร่ ก็ควรไปหาหมอทันที

ท้องอืด ท้องเสีย : สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีประจำเดือน เพราะการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้น-ลงนั้น ไม่ได้ส่งผลประทบแค่ระบบสืบพันธ์ของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติตามไปด้วย

– เป็นไข้ : อาการแบบนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะร่างกายกำลังบอกอาการผิดปกติบางอย่างกับเรา โดยอาจจะเกิดอาการอักเสบที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของมดลูกก็เป็นได้

ประจำเดือนมีกลิ่นเหม็น : ปกติแล้วประจำเดือนของเราจะมีกลิ่นคาวผสมกลิ่นอับเล็กน้อย แบบนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ากลิ่นอับและกลิ่นคาวเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นเน่าเมื่อไหร่ คลีโอบอกได้แค่ว่าอันตรายมาเยือนแน่นอน พบแพทย์เป็นการด่วน

4. อารมณ์

ในช่วงใกล้มีประจำเดือน สาว ๆ หลายคนมีอาการเกรี้ยวกราด วิตกกังวล หรือเศร้าได้ง่ายเป็นพิเศษ นั่งอยู่ดีๆ น้ำตาตก ใครที่กำลังกังวลว่า นี่ ฉันเป็นอะไรหรือเปล่า?? บอกเลยว่าเป็นอาการปกติของที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และสารต่าง ๆ ในร่างกาย เลยทำให้การควบคุมอารมณ์นั้นทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม แต่ในบางคนอาจพบอาการซึมเศร้า ที่มากเป็นพิเศษ อาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย หรือโมโหร้ายจนใครก็ยั้งไม่อยู่ โดยกลุ่มคนที่น่าห่วงคือ คนที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว หรือเจอเรื่องราวกระทบกระเทือนใจเข้ามาในชีวิต แนะนำว่าคนรอบข้างควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษในช่วงนี้

อาการหลายอย่างที่พูดถึงอาจไม่แสดงออกมาพร้อมกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นผู้หญิงรักตัวเองอย่างเราต้องคอยสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงภายในร่างกายอยู่เสมอ เมื่อไหร่มีอาการผิดปกติแสดงออกมามากกว่า 2-3 ข้อ ยิ่งถ้าปวดท้องด้วยเเล้วแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ร้านขายยา เพราะถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามใหญ่โตถึงชีวิตเลยก็เป็นได้ #ถ้ารู้ว่าปวดจะทนอยู่ทำไม

Ref:

https://thestandard.co/period-symptoms

http://www.paolohospital.com/chockchai4/healtharticle/4-diseases-of-women/

“PMS” กับอาการเหวี่ยงวีนของสาวๆ ก่อนมีประจำเดือน

HOROSCOPE