สาวไทยทำแท้ง 3 แสนคนต่อปี! ถ้าไม่อยากพลาดท้อง เชื่อคลีโอเถอะ!! - CLEO Thailand Online Magazine

สาวไทยทำแท้ง 3 แสนคนต่อปี! ถ้าไม่อยากพลาดท้อง เชื่อคลีโอเถอะ!!

คลีโอขอย้อนข้อมูลนี้อีกครั้งหลังจากทำเรื่องนี้ไปให้สาวๆ อ่านในเล่มเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังอยากย้ำๆๆๆ ให้สาวๆ รู้จักวิธีป้องกันตัวเอง ท่องจำเอาไว้เลย พอถึงสถานการณ์คับขัน เราจะได้งัดมาใช้ได้ทันเวลา 

 

สถิติน่าตกใจ! สาวไทยทำแท้งเยอะมากกกก

จากเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรีแห่งประเทศไทยหรือ www.womenhealth.or.th บอกว่าจำนวนการทำแท้งในประเทศไทยมีถึง 300,000 คนต่อปี อัตราการตายจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย 300 ต่อ 100,000 คนที่ไปทำแท้งมา น่ากลัวและอันตรายมากเลยนะ ตัวเลขพวกนี้มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ถ้าเรายังไม่มีความรู้ดีๆ บางทีไม่มีใครมาสอน มาๆ คลีโอจะบอกให้

 

อยากเป็นสาวฮอต ต้องฉลาดด้วย

สมัยนี้ก่อนจะฟีเจอริ่ง ถ้าถามตัวเองแล้วว่าเรายังไม่พร้อมตั้งท้องมีลูก อย่างแรกเลยคุมกำเนิดได้ 100% คือไม่มีเพศสัมพันธ์ไปซะ เป็นไงล่ะ คำตอบกำปั้นทุบดินมั้ย โอ๋ๆๆ อย่าเพิ่งงอน เพราะนี่เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ แต่ถ้าคิดว่าเราพร้อมจะฟีเจอริ่งแล้ว แต่ยังไม่อยากมีลูก ก็ต้องรู้จักคุมกำเนิด ตอนนี้มีให้เลือกตั้งหลายวิธี ถ้าไม่นับวิธียอดฮิตอย่างใส่ถุงยาง แต่กว่าจะบอกให้ผู้ชายใส่ได้ ยากเย็นยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา 

 

ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ผู้หญิงเริ่มต้นคุมจากตัวเอง แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการติดโรคทางเพศสัมพันธ์อยู่นะบอกไว้ก่อน มีตั้งแต่กินยาคุม ใส่ห่วงคุมกำเนิด ใช้ยาคุมแบบฝัง ใช้ห่วงคุมกำเนิด กินยาคุมฉุกเฉิน เอาเป็นว่าเรามาดูว่ามีวิธีไหนบ้าง เราเหมาะกับแบบไหน

 

ถ้าคุณ…อยากทำให้เสร็จๆ แล้วลืมไปซะ

ถ้าเป็นสาวขี้ลืม อย่าว่าแต่ต้องกินยาเวลาเดียวกันทุกวันเลย ขนาดพาสเวิร์ดยังจำไม่ได้ ใครเป็นแบบนี้ก็เหมาะกับคุมกำเนิดแบบชั่วคราวระยะยาว การใช้ห่วงคุมกำเนิดหรือยาคุมกำเนิดแบบฝังก็น่าจะดีที่สุด แต่ก็มีข้อสงสัยว่าห่วงคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่อุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการเจริญพันธุ์ แต่ห่วงคุมกำเนิดยุคใหม่พัฒนาให้ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่แล้ว แค่สิ่งที่ต้องระวังหลังใส่ห่วงก็คืออาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะติดเชื้อในช่วงสามอาทิตย์หลังใส่ห่วงแล้วแต่ก็เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับทุกกระบวนการที่ทำตรงปากมดลูก เกิดติดเชื้อมาจริงๆ ก็ไปพบแพทย์แล้วกินยาฆ่าเชื้อ แล้วห่วงคุมกำเนิดก็ไม่ได้เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ เอาออก เราก็มีลูกได้ปกติ

 

จำไว้ว่าการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวระยะยาว ต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้น ซึ่งมีอีกหลายแบบ เช่น 

 

ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง 

เป็นยาคุมขนาดเล็กที่ใช้ฝังใต้ผิวหนังตรงท้องแขนเหนือข้อศอก พอฝังเข้าไปแล้วก็มองไม่เห็นหรอก แต่เราจะรู้สึกได้ว่ามีอะไรฝังไว้อยู่ตรงนั้น การฝังยาคุมจะช่วยป้องกันการตกไข่โดยปล่อยฮอร์โมนโปรเจสโตเจนในโดสที่ต่ำสู่กระแสเลือด ยาฝังนี้ใช้งานได้ 3 ปี และได้ผลถึงร้อยละ 99.9 หลังจากเอายาที่ฝังออกก็สามารถตั้งครรภ์ได้ทันที

ข้อดี: วิธีคุมกำเนิดแบบนี้เหมาะกับผู้หญิงทุกวัย

ข้อเสีย: ทำให้ประจำเดือนของผู้หญิงผิดปกติไปจากเดิม ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนมีประจำเดือนน้อยลงหรือไม่ก็ไม่มีเลย แต่ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้หญิงที่ฝังยาคุมจะมีประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่ก็เลือดออกมากจนต้องเอายาออก แล้วก็ไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์อย่างที่บอกไป 

 

ห่วงอนามัยชนิดเคลือบด้วยฮอร์โมน

เป็นเครื่องมือพลาสติกรูปตัวทีที่ใส่เข้าไปในมดลูก สำหรับปล่อยฮอร์โมนโปรเจสโตเจนออกมาอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ทำให้เมือกตรงปากมดลูกหนาขึ้น เป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติที่กั้นสเปิร์มไว้ แล้วก็ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลงเพื่อป้องกันการฝังตัวของไข่ ห่วงอนามัยนี้ใส่แล้วใช้ได้ถึง 5 ปีเลย

ข้อดี: โดสของฮอร์โมนต่ำเทียบเท่ายาคุมสองเม็ดต่ออาทิตย์ ช่วยทำให้ประจำเดือนน้อยลง แล้วก็ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึงร้อยละ 99

ข้อเสีย: สำหรับผู้หญิงบางคน ห่วงอนามัยแบบนี้อาจทำให้เกิดเลือดออกกะปริดกะปรอยในช่วง 2-3 เดือนแรกที่ใส่เข้าไป แล้วก็ไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

 

ห่วงอนามัยชนิดเคลือบด้วยสารทองแดง

เป็นเครื่องมือขนาดเล็กที่ทำด้วยพลาสติกและทองแดงสำหรับใส่เข้าไปในมดลูกทองแดงจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้สเปิร์มเข้าไปถึงไข่ และก็ช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวในมดลูกด้วย

ข้อดี: เมื่อใส่เข้าไปแล้วจะใช้งานได้ถึง 10 ปี ห่วงคุมกำเนิดชนิดนี้เป็นชนิดไม่มีฮอร์โมนที่ได้ผลมากที่สุดในบรรดาวิธีคุมกำเนิดแบบเดียวกัน

ข้อเสีย: ห่วงอนามัยชนิดทองแดงอาจทำให้เลือดประจำเดือนออกมากขึ้น และไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

ถ้าคุณ…ขยันกินยาทุกวัน

ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานเป็นที่รู้จักครั้งแรกในช่วงปี 60s และเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ก็ยังมีคำถามต่างๆตามมามากมาย ที่ฮิตที่สุดคือยานี้มีผลทำให้เป็นมะเร็งมั้ย? ผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องความเกี่ยวเนื่องระหว่างยาคุมกำเนิดกับมะเร็งเต้านมนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงจริงๆ ก็เสี่ยงน้อยมากๆ การกินยาคุมไม่น่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม แต่สำหรับคนที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมนั้น แพทย์จะไม่แนะนำให้คุมกำเนิดโดยการกินยาคุม แต่ในบางกรณี ยาคุมกลับช่วยลดความเสี่ยงได้อีกต่างหาก ทางการแพทย์เชื่อกันว่ายาคุมกำเนิดอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งสามชนิดคือ มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งลำไส้ ซึ่งทั้งสามชนิดนี้ตรวจพบยากกว่ามะเร็งเต้านมซะอีก อีกความเชื่อหนึ่งที่ลือกันในช่วงแรกๆ ก็คือกินยาคุมกำเนิดแล้วน้ำหนักจะขึ้น ความจริงไม่มีหลักฐานตรงๆ ที่แสดงให้เห็นว่ายาคุมทำให้น้ำหนักขึ้น แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่บอกว่าพอกินยาคุมแล้วอ้วนขึ้น บางคนก็บอกว่าอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และมีความต้องการทางเพศน้อยลง ยากที่จะฟันธงว่ายาคุมเป็นสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองเจอผลกระทบแบบนี้ ก็ควรจะใส่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น แพทย์อาจลองเปลี่ยนยาให้เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นมั้ย หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่น

 

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

ในยาคุมเม็ดหนึ่งจะมีตัวยาที่ประกอบด้วยโดสของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนที่ต่างกันไป ถ้าเรากินยาสม่ำเสมอทุกวัน ก็จะได้ผลร้อยละ 99 แต่ในความเป็นจริงแล้วมักจะได้ผลประมาณร้อยละ 91 เพราะเรามักจะลืมกินยาในบางวัน และผู้หญิงแต่ละคนก็ต้องการโดสยาที่ต่างกัน คุณควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อดูว่ายาตัวไหนที่เหมาะกับคุณ คุณอาจต้องลองกินยาหลายตัวเพื่อทดสอบดูว่ายาชนิดไหนที่เวิร์คที่สุด ตัวยาบางอย่างก็จะมีราคาแพงกว่าปกติ นอกจากนี้การกินยาคุมยังอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดเลือดออกระหว่างเดือน เจ็บเต้านม และคลื่นไส้ในช่วงแรก อาการต่างๆเหล่านี้มันจะหายไปหลังจากกินยาไปได้พักหนึ่งแล้ว

ข้อดี: ช่วยทำให้อาการปวดท้องในขณะมีประจำเดือนลดลง และมีสิวน้อยลงในบางคน

ข้อเสีย: ยาคุมแบบนี้อาจไม่เหมาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ เส้นเลือดตีบหรืออุดตัน เช่น อาการปวดหัวไมเกรนบางอย่าง น้ำหนักตัวมากเกินไป หรือสูบบุหรี่จัด ยาคุมแบบนี้ไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

 

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

ยาแบบนี้มีเพียงแต่ฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเท่านั้น ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็เลยเป็นวิธีที่ถือกันว่าปลอดภัยสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ แม้แต่คนที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเส้นเลือดอุดตันด้วย ถ้าใช้อย่างถูกวิธีก็จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ผลถึงร้อยละ 99 คำว่า ”ถูกวิธี” ในที่นี้หมายถึงว่าเราจะต้องกินยาในช่วงเวลาเดียวกันบวกลบไม่เกินสามชั่วโมงของทุกวัน

ข้อดี: ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถกินยาคุมกำเนิดชนิดนี้ได้

ข้อเสีย: ยาชนิดนี้อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

ถ้าคุณ…ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วครั้งชั่วคราว 

ถ้าเราไม่อยากเลือกออปชั่นระยะยาว แต่ก็ไม่อยากกินยาให้ยุ่งยากด้วย ก็ยังมีวิธีตรงกลางที่เหมาะกับเรา โดยที่เราต้องทำทุกช่วง 2-3 สัปดาห์หรือเดือนแถมถ้าใช้แบบวงแหวนคุมกำเนิดนะ ก็จะมีข้อดีตรงที่สามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยไม่ต้องพึ่งแพทย์เลย

 

ยาฉีดคุมกำเนิด

การฉีดโปรเจสโตเจนเข้าไปจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์โดยการยับยั้งการตกไข่ ยาที่มีชื่อว่า Depo-Provera หรือ Depo-Ralovera นี้ต้องฉีดทุก 12 สัปดาห์และได้ผลร้อยละ 99.8 ถ้าฉีดยาเป็นประจำ

ข้อดี: บางครั้งประจำเดือนจะหยุดไปเฉยๆ เลย ถ้าฉีดยาคุม

ข้อเสีย: ถ้าใช้วิธีนี้ก็จะต้องจำวันครบกำหนดฉีดยาด้วย และหลังจากหยุดฉีดยาแล้ว กว่าเราจะกลับมามีลูกได้ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 8 เดือนหรือนานกว่านั้น ถ้าเรามีน้ำหนักตัวมากอยู่แล้ว พอฉีดยาก็อาจยิ่งทำให้น้ำหนักขึ้นอีกได้

 

วงแหวนคุมกำเนิด

Nuvaring เป็นวงแหวนพลาสติกนิ่มๆ ขนาดประมาณกำไลข้อมือเด็กที่ค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เราใส่วงแหวนนี้ได้ด้วยตัวเอง เหมือนกับใส่ผ้าอนามัยแบบสอด ใส่ทิ้งไว้ 3 สัปดาห์ ในทางทฤษฎีแล้ว มันจะใช้ได้ผลถึงร้อยละ 99.7 ถ้าใช้อย่างถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงก็มักจะได้ผลน้อยกว่านั้นเพราะบางคนลืมเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา

ข้อดี: วิธีนี้ช่วยควบคุมประจำเดือนได้เหมือนกับยาคุมแบบกิน แต่ว่าไม่ต้องกินยาทุกวัน

ข้อเสีย: บางคนคิดว่ายุ่งยากที่ต้องมานั่งจำว่าถึงเวลาเปลี่ยนเมื่อไร ก็อาจแก้โดยการตั้งเตือนในมือถือได้ ยาคุมชนิดนี้ไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

 

ถ้าคุณ…หลวมตัวไปแล้วแต่ไม่ได้ป้องกัน

ตายล่ะ ถุงยางแตก! เมื่อเช้าลืมกินยา! อย่างนี้ก็เสี่ยงท้องน่ะสิ จะทำยังไงดี? ก็ต้องรีบไปร้านขายยาใกล้บ้านแล้วซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินด่วนๆ เลย ยานี้ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณร้อยละ 85 ถ้ากินภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน แต่ว่าจะได้ผลดีที่สุดถ้าหากกินภายในเวลา 24 ชั่วโมง ถ้าเรากินยานี้ไม่เกิน 5 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ก็ยังมีโอกาสที่จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อยู่

ยาเม็ดแบบนี้ไม่ใช่ “ยาทำแท้ง”เพราะไม่ได้ยุติการตั้งครรภ์ แต่ว่าช่วยป้องกันไม่ให้ท้องตั้งแต่แรก โดยการยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ ยานี้ปลอดภัยแม้ว่าคุณมีความจำเป็นต้องใช้มากกว่าหนึ่งครั้งในรอบประจำเดือน ถึงแม้ว่ายานี้จะหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ แต่ว่าราคาก็จะถูกแพงต่างกันไป

อีกทางเลือกสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินอีกอย่างก็คือ การใส่ห่วงคุมกำเนิดชนิดเคลือบด้วยทองแดง จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึงร้อยละ 99 ถ้าใส่ในช่วงไม่เกิน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ เมื่อใส่เข้าไปแล้วก็จะช่วยคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกเหมือนกับการซื้อยาคุมฉุกเฉิน

 

ถ้าคุณ…ต้องการคุมกำเนิด เดี๋ยวนี้ นาทีนี้

ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย

ถึงมันจะเป็นวิธีบ้านๆ แต่ถุงยางนี่เริ่ดที่สุดเพราะช่วยป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย ใช้ได้ผลร้อยละ 82-98 ถ้าหากว่าใช้อย่างถูกวิธี

ข้อดี: วิธีคุมกำเนิดแบบนี้ราคาไม่แพงและไม่มีผลข้างเคียงนอกจากเราจะแพ้ยางหรือสารหล่อลื่น ถ้าเราใช้ถุงยางที่ทำจากยางไม่ได้ ก็มีแบบที่ทำจากสารโพลียูริเทนให้ใช้แทน

ข้อเสีย: ถุงยางอาจเสื่อมสภาพได้ (ให้เก็บไว้ในที่เย็น) และสารหล่อลื่นที่ทำจากน้ำมัน เช่น น้ำมันนวดหรือปิโตรเลียมเจลอาจทำให้ถุงยางแตกได้

 

ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง

เป็นถุงบางใสทำจากสารโพลียูริเทนที่กันสเปิรมโดยการครอบไว้ตรงปากมดลูก เราแค่ต้องใส่ถุงยางเข้าไปในช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ให้วงแหวนทั้งสองวงไม่เลื่อนหลุด ถ้าใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยละ 79-95 ถ้าเราเลือกใช้ถุงยางแล้วเกิดถุงยางแตกหรือหลุดขึ้นมา ก็ยังมียาคุมฉุกเฉินเป็นกองกำลังเสริมอีกชั้น

ข้อดี: วงแหวนภายนอกของถุงยางนี้อาจช่วยกระตุ้นคลิตอริสทำให้เซ้กส์เริ่ดขึ้นอีก แล้วก็ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

ข้อเสีย: อาจใส่ยากและราคาแพง ตามร้านขายยาก็หาซื้อยาก ถ้าจะซื้อต้องสั่งออนไลน์เอา

 

 

 

HOROSCOPE