“ผมอาจจะรู้สึกพ่ายแพ้ รู้สึกเสียใจถ้าทำไม่สำเร็จ” หนึ่งแรงบันดาลใจที่พาพี่ตูนวิ่งต่อไปให้สุดเส้นทาง - CLEO Thailand Online Magazine

“ผมอาจจะรู้สึกพ่ายแพ้ รู้สึกเสียใจถ้าทำไม่สำเร็จ” หนึ่งแรงบันดาลใจที่พาพี่ตูนวิ่งต่อไปให้สุดเส้นทาง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พี่ตูน บอดี้สแลม เริ่มต้นการวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยระยะทาง 2,191 กิโลเมตร (1,361 ไมล์) เป็นเวลา 55 วัน จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปจนถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เส้นทางที่ใครก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้พี่ตูนวิ่งมาได้ครึ่งทางแล้ว!! แล้วกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทั่วประเทศมาช่วยกันระดมทุนครั้งใหญ่ กว่า 700 ล้านบาท ช่วยเหลือโรงพยาบาล 11 แห่งในประเทศไทย

คลีโอได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ตูนตอนวิ่งมาถึงกรุงเทพฯ รู้เลยว่าพี่ตูนเหนื่อยแค่ไหน แต่ไม่เคยยอมแพ้ เราขอเป็นหนึ่งในแรงกำลังใจส่งไปถึงพี่ตูน และอยากแชร์มุมมอง แรงบันดาลใจของพี่ตูนให้กับทุกคน รับรองว่าเราจะรักพี่ตูนมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน!

 

ก้าวเล็กๆ จะทำให้เกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ

“โครงการของผม คือโครงการที่อยากให้ทุกคนได้เห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ที่รวมกัน แล้วมันจะเกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เหมือนกับระยะทางจากเบตงไปแม่สายที่ทุกคนมองว่ามันไกลเกินจริง ไกลเกินความสำเร็จ ระยะทางที่ไกลมันประกอบไปด้วยระยะก้าว ก้าวสั้นๆ มันไม่มีก้าวยาวๆ แต่มันจะก้าวไปเรื่อยๆ เหมือนกับที่เรากำลังก้าวไปเพื่อจะช่วยเหลือ” พี่ตูนเชื่อเสมอว่าสิ่งเล็กๆ ที่เขาทำจะมีส่วนช่วยคนทุกคนได้ “ผมไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราจะทำมันยิ่งใหญ่แค่ไหน มันจะใหญ่หรือไม่ใหญ่ มันขึ้นอยู่ที่คน ผมไม่ได้เป็นนักวิ่งคนเดียว ผมร่วมทางกับทุกคน ที่ทุกคนรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่เพราะเขาให้ความสำคัญ…”

 



 

การวิ่ง คือ สิ่งที่ท้าทาย

“การวิ่งนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจ หากตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำอะไรแล้วก็ต้องเชื่อมั่นว่าสุดท้ายมันจะนำไปสู่สิ่งที่ดี นอกจากนี้มันทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง ข้อจำกัดของตัวเอง และได้ฝึกความอดทนและวินัยไปด้วย” พี่ตูนเล่าว่าเขาได้รับรู้ถึงเสียงแห่งความห่วงใยของทุกคนถึงผลลัพธ์ของร่างกายของเขาที่อาจจะทรุดหนักทั้งในระหว่างการวิ่งและหลังจากจบโครงการนี้ แต่เขาก็ยังยืนยันที่วิ่งต่อ เพราะมันคือสิ่งที่เขาอยากทำ และจะช่วยทุกคนได้ “มันเป็นความมุ่งมั่นของผมเองที่อยากจะเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากใต้สู่เหนือได้สำเร็จ เป็นบุญที่เราได้สู้กับมัน ได้ท้าทายมัน ตรงนี้ไม่ว่าผมจะวิ่งจบหรือไม่จบ มันเป็นสาระสำคัญของผม ผมอาจจะรู้สึกพ่ายแพ้ รู้สึกเสียใจถ้าทำไม่สำเร็จเพราะมันเป็นโอกาสเดียวที่ผมจะช่วยได้ แต่ในท้ายที่สุดความสำเร็จมันเกิดขึ้นแล้ว”

 

เพราะผมไม่ได้วิ่งคนเดียว

จริงอยู่ที่ทุกคนเห็นความตั้งใจของพี่ตูน แต่มันจะเกิดขึ้นและดำเนินไปไม่ได้จริงๆ ถ้าขาดใครสักคนไป “ผมเผชิญอุปสรรคและมีอาการบาดเจ็บบ้างระหว่างทาง แต่ก็โชคดีที่ได้ความสนับสนุนจากทีมงานที่คอยช่วยเหลือและดูแล ทำให้ผมสามารถวิ่งได้ตามแผนที่กำหนดไว้ มองย้อนไปแล้ว ผมมีแต่รอยยิ้มให้แก่ทุกคนที่สนับสนุนและมาร่วมก้าวกับผมในครั้งนี้ และหวังว่าจะได้วิ่งต่อไปจนครบระยะทาง”

 

ผมอยากจะใช้เสียงที่เรามีให้เป็นประโยชน์

หลังจากที่เราถามเขาเรื่องกระแสวิพากย์วิจารณ์ พี่ตูนยอมรับเลยว่า เขาเป็นคนที่คิดเยอะและจิตตกง่าย พอมีอะไรมากระทบใจนิดเดียว บางครั้งหมดกำลังใจไปเหมือนกัน “ผมเคารพทุกความเห็นและคำวิจารณ์ แต่ผมแค่อยากจะใช้เสียงที่เรามีให้เป็นประโยชน์ หลายๆ คนมีเงินเยอะ เขาบริจาคเยอะๆ แต่ผมไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมคิดว่าผมมีแล้วสามารถที่จะช่วยได้ดี น่าจะเป็นเสียงที่เราสามารถสื่อสารกับใครได้บ้าง ที่อาจจะได้ยินเสียงของเรา ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันเป็นสิทธิของเขาอยู่แล้ว มันเป็นโครงการที่เราไม่มีสิทธิ์ไปบังคับใคร ในขณะที่เรานั่งวิเคราะห์วิจารณ์ปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ว่าวิธีการไหนมันถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพจริงๆ เราคุยกันบนโต๊ะ เถียงกันบนหน้ากระดาษ เถียงกันบนจอคอมพิวเตอร์ แต่ตอนที่เราเถียงกันอยู่ วิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่ หาทางแก้กันอยู่ มีคนป่วยที่รอความตายอยู่จริงๆ ผมไม่รู้ว่าโครงการที่เราทำไปบรรทัดสุดท้ายมันจะไปช่วยอะไรได้บ้าง มากน้อยแค่ไหนผมไม่รู้ บางทีอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมาก บางทีมันอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงน้อย จนหลายๆ คนอาจจะสัมผัสไม่ได้ แต่ผมก็ขอทำ ถ้ามันจะช่วยได้สักชีวิต สองชีวิต ก็ยังดี”

 

กำลังใจของทุกคนทำให้ผมมีแรงวิ่งต่อ

“ตลอดการวิ่งมีคนออกมาบริจาค ให้กำลังใจ และผมเองอยากพูดขอบคุณ ทักทาย ตอบรับเขา เราพูดแบบนี้วันนึงเป็น 10 ชั่วโมง ผมเลยอาจจะเสียงเบานิดนึง เพราะเสียงของผมไม่มีแล้ว” พี่ตูนพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มอยู่ “กำลังใจจากทุกคนระหว่างสองข้างทาง คือ สิ่งที่หล่อเลี้ยงและเติมพลังงานให้ผม ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และยอดบริจาคที่มันเพิ่มขึ้น จะมากน้อยก็ตาม หรืองานศิลปะที่น้องๆ วาดให้ผม ผมขอมาเก็บไว้ ผมอยากเก็บไว้แม้ว่าพี่ตูนจะเป็นโครงกระดูก(หัวเราะ) ทุกสิ่งมันช่วยได้มาก ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ผมอาจจะไม่ถึงกรุงเทพฯ ในวันนี้ด้วยซ้ำ”

“หลายคนมีวิธีการช่วยที่แตกต่างกัน หลายคนมาช่วยวิ่งที่ที่ผมไม่ได้ไป หลายคนวิ่งไม่ได้ต้องทำงานแต่ใช้วิชาชีพของเขาเอาเงินมาช่วย อยากขอบคุณที่ออกมามีส่วนร่วม ไม่ว่าทางไหนยังไงก็ตาม ผมขอบคุณครับ…”

 

สำหรับใครที่อยากร่วมเป็นหนึ่งในแรงใจช่วยเหลือพี่ตูนและโรงพยาบาล 11 แห่งในประเทศไทยสามารถสอบถามวิธีการบริจาคได้ตามช่องทางต่างๆ ได้ที่ เพจก้าว

HOROSCOPE