ที่สุดของงานออสการ์ (พาร์ท 2)

Oscar_2มาต่อให้ไม่ค้างเติ่งแล้วย่ะ ถ้าไม่อยากเติ่งนาน ก็รีบอ่านอัยดับ 6-10 ต่อ ด่วนนะยะ

O16. ที่สุดของความน่าอิจฉา: คริส เฮมส์เวิร์ธ & เอลซ่า พาทากี้
เรียกได้ว่าสร้างความหวานฉ่ำแฉะเปรอะเลอะไปทั่วพรมแดงจนมดแดงมดง่ามแทบจะยกสำมะโนครัวเข้ามาสร้างรังกันที่ดอบี้ เธียร์เตอร์เลยนะยะ! สำหรับหนุ่มคริสและศรีภรรยาท้องแก่ใกล้คลอดแม่เอลซ่า เพราะไม่ว่าพี่คริสจะได้รับเชิญไปพรมแดงที่ไหน พี่คริสก็ต้องพกเมียไปเป็นยันต์กันกะเทยลวนลามเสียทุกครั้งไป ตั้งแต่เมียยังไม่ท้อง จนถุงน้ำคร่ำจะหวิดแตกบนพรมแดงอยู่มะรอมมะร่อ พี่คริสก็ยังต้องพกเมียมาเดินพรมแดงด้วย! แถมเดินไม่เดินเปล่านะยะ ประเดี๊ยวก็โอบ เดี๊ยวก็ซบ เดี๊ยวก็กระซิบข้างๆหูใส่กันราวกับทั้งโลกนี้มีเพียงสองเรา สร้างความอิจฉาริษยาแกมหมั่นไส้ให้กับชะนีเก้งกวางทั่วพื้นปฐพีในความสวีทหวานซึ้งของคนทั้งคู่ (นี่ขนาดมีลูกมีเต้าปาเข้าไปคนที่ 2 แล้วนะยะ!)

O27. ที่สุดของความตื่นเต้น: อินดิน่า เมนเซล 
Idina Menzel นักแสดง ,นักร้อง ,นักแต่งเพลงชาวอเมริกันวัย42ปี เจ้าของบท Elphaba ในละครเวทีบรอดเวย์อันโด่งดังอย่าง Wicked ก็ได้รับเกียรติอย่างสูงให้มาขับร้องบทเพลง Let it go เพลงประกอบภาพยนต์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมอย่าง Frozen บนเวทีออสก้าร์ในปีนี้ ทว่าเซียนบนเวทีอย่างป้าไอดิน่ากลับต้องมาตายน้ำตื้นราวกับปลาชะโดในกะละมังของแม่ค้าเพราะป้าดูลนลานและตื่นเวทีอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลุงจอห์น ทราโวต้าแกประกาศชื่อนักร้องผิดหรือเปล่านะยะ เลยทำให้ป้าไอดิน่าเริ่มระแวงว่าจะมีใครกระโดดขึ้นมาแย่งไมค์ฉันหรือเปล่ายะ? จึงทำให้โชว์การร้องสดของป้าในวันนี้ผิดฟอร์มไปแบบถนัดตา ทั้งมือไม้ที่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ,สายตาล่อกแล่กแบบไร้โฟกัส รวมถึงสปีดการร้องแบบคร่อมจังหวะของป้าที่ทำให้นักดนตรีแทบจะหยุดหายใจไปด้วยความลุ้นระทึกว่าจะจบหรือไม่จบ! และท้ายที่สุดดูเหมือนแขกผู้มีเกียรติในงานจะรับรู้ถึงความตื่นเต้นของป้าได้เช่นกัน เพราะทันทีที่การแสดงจบลง เหล่าคนดังในฮอลล์ต่างก็พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมือ (Standing Ovation)ให้ป้าจนดังสนั่น สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ป้ายิ่งนักจนป้ายืนน้ำตาคลอกลางเวทีเลยทีเดียว

O38. ที่สุดของความโก๊ะ: เจนนิเฟอร์ ลอวเรนซ์
งานไหนไม่หกล้ม ไม่ป่วง แสดงว่างานนั้นไม่มีเจน ลอว์!!! เรียกได้้ว่าLady Dior อย่างหนูเจนต้องแสดงความโก๊ะกัง ความซนไปทั่วทุกที่ๆนางไปเยือน อย่างงานออสก้าร์ปีที่แล้วนางก็สะดุดชายกระโปรงดิออร์ กูตูร์ของตัวเองจนดั้งแทบจะกระแทกขอบบันไดเพื่อขึ้นไปรับรางวัลออสก้าร์ตัวแรกในชีวิต และหลังจากนั้นชีวิตของนางก็ล้มๆลุกๆบนพรมแดงมาโดยตลอดเพราะความโก๊ะกังของนางนั่นเอง (ไม่รู้ว่าลูกสะบ้าเสื่อมหรือไขข้อไม่ดีนะยะ?) จนมาถึงพรมแดงล่าสุดอย่างออสก้าร์ 2014 สาวเจนก็ไม่ทำให้สาวกต้องผิดหวังเลยย่ะ เพราะนางหกล้มคาพรมแดงอีกแล้ว เล่นเอาการ์ดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องรีบมาช่วยกันพยุงปีกนางขึ้นมาเป็นการด่วน ส่วนสาวเจนก็ได้แต่ฮาก๊ากให้กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง (ป๋าเอลเลนพิธีกรของงานถึงกับแซวสาวเจนว่าถ้าหากปีนี้นางได้รางวัล ไม่ต้องลุกขึ้นมารับบนเวทีนะ เดี๊ยวป๋าจะให้คนเอารางวัลไปส่งให้ถึงที่นั่งเลย!) นอกเหนือจากความซุ่มซ่ามของนางแล้ว ทั้งความป่วงและทะเล้นของนางนี่เองที่ทำให้หนูเจนกลายเป็น America’s Sweetheart คนใหม่ไปเรียบร้อยโรงเรียนฮอลลีวู๊ด

O49. ที่สุดของการขายของ
จากกระแสการถ่ายภาพ Selfie โดยใช้มือถือที่เป็นสปอนเซอร์หลักของงานอย่างSamsung จนกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ของออสก้าร์ รวมถึงมุกที่พิธีกรในงานอย่างป๋าเอลเลนเดินแจกพิซซ่า Big Mama’s and Papa’s Pizzeria ให้แก่ดาราผู้หิวโหยในงาน โดยมีหนุ่มแบรด พิทท์รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยถือกล่องพิซซ่าพร้อมจานพลาสติกเดินตามป๋าต้อยๆๆ จึงทำให้มีหลายเสียงเม้าท์กันว่าหรือนี่จะเป็นแผนการตลาดแบบใหม่ของออสก้าร์ที่ต้องการเอาใจสปอนเซอร์หลักกันแน่? เพราะการได้ดาราดังอย่างแบรด พิทท์มาถือกล่องพิซซ่า ตลอดจนได้ซุปตาร์ค่าตัวโคตรแพงอย่าง Julia Roberts, Brad Pitt, Kevin Spacey, Meryl Streep, Angelina Jolie ,Bradley Cooper ฯลฯมาร่วมเฟรมเดียวกันโดยผ่านกล้องจาก Galaxy Note 3 มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะยะ ถ้าไม่มีการตระเตรียมกันมาก่อนเป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางผู้จัดงานรวมถึงผู้บริหารของซัมซุงก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่จริ๊ง ไม่จริงนะยู ไม่ได้มีการจงใจโฆษณาหรือมีการแฝงขายของแต่อย่างใด
และจากที่Samsungได้ผลพลอยได้แบบมโหฬารโดยมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทวิตเตอร์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ของ Ellen DeGeneres ทางแบรนด์ก็ได้มอบเงินเพื่อแสดงความยินดีโดยการบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลที่ป๋าเอลเลนเป็นคนเลือกนั่นก็คือ St Jude’s และ Humane Society แห่งละ 1.5 ล้านดอลลาร์อีกด้วย สาธุ! (สรุปว่าหมดไป3ล้านเหรียญ แต่ได้ทีมดาราระดับเอลิสต์มาช่วยกระตุ้นยอดขายให้ถือว่าโคตรคุ้มเลยนะยะ?)

O510. ที่สุดของแอนิเมชั่นจากดิสนี่ย์: FROZEN
เพราะว่าตั้งแต่มีการเพิ่มรางวัลในด้านสาขาแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมของออสก้าร์เป็นครั้งแรกในปี 2001 (ปีนั้น Shrek เป็นผู้คว้ารางวัลตัวแรกไปครอง) ทางดิสนี่ย์เองก็รอคอยมาจนเกือบ14ปีเต็ม จนในที่สุดปี2014นี้ความฝันก็เป็นจริงเสียทีที่แอนิเมชั่นจากสายเลือดดิสนี่ย์แท้ๆจะมีโอกาสได้คว้ารางวัลเป็นออสก้าร์ตัวแรกกับเค้าบ้างจากเรื่อง Frozen ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นที่ฉีกความเป็นเทพนิยายชวนฝันที่เคยมีมาของดิสนี่ย์ออกไปจากเดิมจนหมดสิ้น จากเจ้าหญิง-เจ้าชายมาเจอกันครั้งแรกแล้วดันตกหลุมรักกัน,มีการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนานาจากแม่มดผู้ชั่วร้าย, ทั้งร้องรำทำเพลงกิงก่องแก้วกับสิงสาราสัตว์ จนได้ครองรักกันแบบแฮปปี้ เอ็นดิ้งในที่สุด มาเป็นเรื่องของการแสดงความรักที่บริสุทธิ์ระหว่างสายเลือดของพี่น้องและเป็นครั้งแรกของดิสนี่ย์ที่ตั้งใจให้ตัวละครหลักของเรื่องเป็นเพศหญิงพร้อมบทพิสูจน์ที่ว่าเจ้าชายในนิยายไม่ได้เป็นคนดีเสมอไป อีกทั้งยังได้เพลงประกอบที่ไพเราะและโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Let it go จากจุดนี้เองจึงทำให้กรรมการไม่สามารถปันใจไปจากแอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้ สมศักดิ์ศรีแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมตัวแรกจากออสก้าร์ของดิสนี่ย์จริงๆ

 

HOROSCOPE