นี่น่ะหรอ??? ตัวการที่ทำร้ายสีรถสุดที่เลิฟของชั้น

เป็นผู้หญิงก็ใช่ว่าเราจะละเลยเรื่องการดูแลรถได้นะ นี่เราเพิ่งได้ความรู้ใหม่มาจาก มร. ริชาร์ด เบอร์ท หัวหน้าวิศวกรกรรมการผลิตและระบบรถยนต์และเทคนิคสี ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก เลยอยากเอามาแชร์ให้สาวๆ เก็บไว้เป็นข้อมูลกันว่า 5 สิ่งนี้นี่ล่ะ ที่ทำร้ายสีรถสุดหวงของเรา

 

  1. คราบน้ำมัน

เวลาเติมน้ำมันเราก็อยากจะให้มันคุ้มค่าจนหยดสุดท้าย แถมบางทีเด็กปั๊มก็อยากเพิ่มยอดอัดกันซะหกเลอะออกมานอกถัง นี่แหละเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สีรถพังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าเราปล่อยคราบน้ำมันนั้นทิ้งไว้นานๆ รอยน้ำมันนี่ก็จะซึมเปื้อนลงไปถึงสีที่เคลือบ ทำให้สีที่เคยวาววิ๊งกลายเป็นด้านขึ้นมาซะยังงั้น

 

2. ขี้เถ้าและสารพัดฝุ่น

อย่าคิดว่าแค่ละอองฝุ่นแค่นี้จะไปทำอะไรรถเราได้ เพราะมลพิษที่อยู่ในอากาศนี่แหละ มีทั้งฝุ่น ทั้งเขม่าดำ ที่ต่อให้เราทำความสะอาดด้วยน้ำก็ไม่หาย แถมพอน้ำมาเจอกับฝุ่นนะ โอ๊ยย งานนี้รอยด่างมากันให้พรึ่บ

 

3. รอยนิ้วมือ

รู้แล้วก็ต้องเลิกเลยนะ เพราะแค่การที่เราลากนิ้วมือไปบนสีรถเล่นๆ นี่แหละ มันก็เหมือนกับเราลากกระดาษทรายย้ำไปบนขี้ฝุ่นหรือผงสกปรกต่างๆ ให้ครูดไปกับสีรถ ทำให้รอยนั้นยิ่งลึกและล้างออกยากกว่าเดิมอีกสิทีนี้

 

4. เศษหิน

เวลาที่รถวิ่งแล้วมีเสียงเหมือนหินกระเด็น ใจนี่แทบหาย เพราะพวกหิน กรวดเล็กๆ ที่กระเด็นมาจากพื้นถนนนี่แหละ ที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนจนทำร้ายสีเคลือบให้เป็นรอย เคสไหนหนักหน่อยก็ทำร้ายลงลึกไปถึงสีชั้นล่างกันเลยล่ะ

 

5. ขี้นก

เมื่อก่อนเราเองก็เป็นคนที่ปล่อยชิล เวลาเห็นขี้นกตกใส่รถ ก็ไม่คิดจะล้างออก แต่เดี๋ยวนี้บอกเลยว่าไม่ได้แล้ว เพราะเขาบอกว่าขี้นกมีฤทธิ์เป็นกรด ที่พอรวมกับพวกกรวดหรือเมล็ดพืชที่ติดมากับอึนกแล้วยิ่งทิ้งคราบและสร้างรอยขีดข่วนให้รถพังมาแล้วหลายคันเลยล่ะ