12 ความโป๊ะ โก๊ะ มึนของหญิงสาว ต่อให้สวยเป๊ะแค่ไหน เธอต้องเคยพลาดมาก่อน!! - CLEO Thailand Online Magazine

12 ความโป๊ะ โก๊ะ มึนของหญิงสาว ต่อให้สวยเป๊ะแค่ไหน เธอต้องเคยพลาดมาก่อน!!

เราขอฟันธงเลยว่าเกิดมาชาตินี้ ผู้หญิงทุกคนจะต้องพลาดท่าทำเรื่องโป๊ะๆ อย่างน้อย 3 ใน 12 อย่างนี้ จะสวยเป๊ะ จะเซเลบยังไง เราเชื่อว่าเพศหญิงคือเพศของความโก๊ะน่ารัก มีอินเนอร์เป็นนางเอกเกาหลีเด๋อๆ เป็นบางอารมณ์ในตัว มาเช็คกันซิว่าจากทั้งหมด เราเคย “โป๊ะ” มาแล้วกี่ข้อ 🙂

 

 

#1 กระโปรงพัดขึ้นมาเกือบคลุมหน้า

ผู้หญิงทุกคนต้องเคยผ่านจุดแห่งความอับอายในชีวิตนี้มาก่อนชัวร์! สถานที่เกิดเหตุยอดฮิตคือกลางถนน แบบกำลังจะก้าวข้ามถนนปั๊บ ฟู่วววว รู้ตัวอีกทีปลายกระโปรขึ้นมาแตะหน้าผากซะแล้ว หรือการยืนอยู่ตรงช่องลมแบบผิดที่ผิดทางและไม่ได้ระวังตัวให้ดี น้องกุงเกงลิงก็อาจจะออกมาเซย์ไฮ พบปะประชาชนได้

 

 

#2 แอบดึงวิน แต่มีสายตาคู่อื่นตรวจจับได้

มันเป็นโมเมนท์ที่รำคาญขั้นพีค จะเดินจะเหิน ก็รู้สึกเหมือนมีมารมาขวางกั้น อ่ะ มองซ้ายมองขวา เช็คแล้วว่าไม่มีคนแน่นอนปุ๊บ รีบเอานิ้วจกมันออกมา แต่จังหวะที่หันไปเช็คอีกรอบว่าไม่มีใครเห็นแน่ๆ ใช่มั้ย ป๊าดดดดดด มีผู้ชายที่อยู่ไกลๆ คนนั้นจองมา โอ้โนววววว นี่ว่านี่รอบคอบแล้วนะ มุดดินแปร้บบบบ!

 

 

#3 โปรยยิ้มสวย แต่มีผักติดนะหนู

ความเซลฟ์ประมาณว่าฉันสวยสุดในซอย ยิ้มแล้วโลกวิ้งวับ หนุ่มๆ ทุกคนต้องหัวขวับ แต่บางทีก็ลืมไปว่าเพิ่งกินกุ้ยช่ายมา ติดทีร่องฟันลึกเป็นพุ่มเลย โอมายก๊อด พังมาก!

 

pWy7xSD

 

#4 ลิปสติกติดฟันบนคู่หน้า

ความโป๊ะพอๆ กับผักติดนั่นแหละ และเกิดขึ้นเป็นประจำเวลาทาลิปสีสดๆ อย่างแดงงี้ ม่วงงี้ ชมพูนีออนงี้ ท่องเอาไว้กับตัวเองเลยว่าก่อนยิงฟัน ใช้ลิ้นตวัดหน้าฟันเร็วๆ หนึ่งที เคลียร์กิมมิคเสริมที่เราไม่พึงประสงค์

 

 

#5 เรียกชื่อคนผิด มารู้อีกทีหลังจากคุยกับเขามาแล้วครึ่งชั่วโมง

“ใช่มั้ยคะพี่เจี๊ยบ หนูว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แล้วนี่พี่เจี๊ยบไปไหนต่อนะ เดี๋ยวหนูไปทางนั้นพอดีเลย พี่เจี๊ยบจะติดรถหนูไปลงรถไฟฟ้ามั้ยคะ” พี่เจี๊ยบตอบสั้นๆ ไม่ยืดเยื้อว่า “หนู พี่ชื่อจ๋าค่ะ” เอ่อ ความเด๋อกลืนกิน อะห้อยๆๆ

 

 

#6 สะดุดหน้าคว่ำต่อหน้าธารกำนัล

เดินมาอย่างสวยเลย แต่จุดพลิกชีวิตคือก้าวเดียวเท่านั้นที่พอสะดุดแล้ว มารู้ตัวอีกทีคือตอนที่แลนด์บนเข่าตัวเอง ถ้าโชคร้ายคือหนุ่มที่แอบหมายปองเดินผ่านมาเห็นชอตนี้พอดี และถ้าโชคร้ายไปอีกคือล้มหงายหลัง กระโปรงเปิด เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงระวังทุกฝีก้าวให้มั่นคงก่อนลงน้ำหนัก (โธ่)

 

 

#7 หันไปเม้าท์กับเพื่อน อ้าว ไม่ใช่เพื่อนตูนี่หว่า

นักเขียนเป็นบ่อยมากกกกกก กำลังดูของนู่นนี่อยู่ หันกลับมาถามความเห็นเพื่อนว่าชิ้นนี้ดีมั้ย ซื้อแล้วคุ้มเปล่า แต่พอรูม่านตาเริ่มโฟกัสได้ อ่าว ทำไมไม่คุ้นหน้า…เพื่อนตูอยู่ไหน หัวเราะแหะๆ แล้วเดินจากคนแปลกหน้าผู้โชคดีคนนั้นไป

 

 

#8 ทักผิดคน

หนักกว่าการคุยกับคนผิดคนคือการทักผิดคน แบบอยู่ห่างกันร้อยเมตร แล้วเรามั่นใจมากว่านั่นแหละเพื่อนข้า ตะโกนเรียกชื่อมัน บ๊ายบายด้วยความเร็ววงสวิง 50 ครั้งต่อวินาที บางครั้งก็เล่นใหญ่กระโดดโหยงเหยงไปมา “ตูอยู่นี่ๆ” แต่ปรากฏว่าพอเดินเข้ามาใกล้ๆ อ่าวไม่ใช่ว่ะ แก้เขินคืออยู่ในอิริยาบถนั้นต่อไปให้คนนั้นเข้าใจว่าเราทักเพื่อนที่เดินมาข้างหลังเขาอีกที แต่ถ้าปรากฏว่าเป็นที่โล่งแจ้ง มีแค่เราสองคน ก็มุดดินออกจากเฟรมไปเลยค่ะ

 

 

#9 ชิมอาหารแบบกำลังละเมียด โอ้พระเจ้า มันร้อนมาก!

กำลังจะชิมซาลาเปาไส้ไหลแบบงามๆ แต่ดันรีบกินไปนิด ลวกปากแบบทนไม่ไหว ต้องแอบผุยออกมาใส่กระดาษทิชชู่ หรือบางทีกินอาหารร้อนๆ ไปคำโตๆ ต้องเคี้ยวแบบพะงาบๆ รับความเย็นจากอากาศข้างนอกไปด้วย จากสวยกลายเป็นปลาดุกไปเลย

 

 

 

#10 กลิ่นเต่า มาจากไหน…อ๋อ ฉันเอง

มันต้องมีบ้างแหละ วันที่เราลืมทาโรลออนก่อนจากบ้าน หรือไม่ก็เร่งรีบต้องไปประชุมตอนเช้า แต่ไม่มีเวลาเผื่อไว้สำหรับสเต็ปนี้ แล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัดคือเป็นวันที่ต้องออกเหงื่อ หรือไม่ก็มูฟไปไหนมาไหนหลายที่ จนใต้รักแร้นี่ชุ่มเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นก็เริ่มโชยมา อยู่ในรถคนเดียวยังไม่เท่าไหร่ เกิดมีงานที่ต้องไปปรากฏกายด่วนๆ รีบวิ่งเข้าแผนกน้ำหอมแทบไม่ทัน

 

 

 

 

#11 เดินเข้าห้องน้ำผิดเพศ

สั้นๆ ง่ายๆ ไม่ได้ดูป้ายให้ดี และด้วยความที่ปวดห้องน้ำหน้าจะเขียวแล้ว ก็เดินดุ่มๆ เข้าไป ผลลัพธ์ก็คือหนุ่มๆ ที่กำลังยืนฉี่อยู่อย่างสบายอุราทั้งแผงมองมาเป็นตาเดียวกัน กรี๊ดสิคะ รออะไร

 

 

 

#12 เรอแบบไม่มีเสียง แต่กลิ่นออกอ่ะแกรรรร

ความจริงที่น่าเศร้าคือการเรอแบบไม่มีเสียง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกลิ่นออกมา ทั้งๆ ที่พยายามมุบมิบปล่อยแก๊ซในกระเพาะออกมาแล้ว กลิ่นเจ้ากรรมมันก็ฟ้องว่า “เมิง เรอ”​ เช่นเดียวกับการผายลม ไม่มีเสียง ไม่ได้แปลว่าไม่มีกลิ่น จำประโยคนี้ไว้ให้ดีนะสาวๆ เอ๋ย ทางที่ดี วิ่งออกไปให้ห่างจากฝูงชนที่สุดแล้วค่อยจัดแบบเต็มที่นะ

True Story: ประสบการณ์ตรงของเราตอนสมัยเรียนมหาลัยคือ เพิ่งกินไส้กรอกวุ้นเส้นของเซเว่นมาหมาดๆ ตอนพักกลางวัน แล้วก็ขึ้นเรียน วันนั้นเป็นเซคเล็ก ห้องนึงประมาณ 10 คนได้ นั่งฟังอาจารย์สอนไปสักพัก มันมาละ ลมเริ่มตีมา โครกๆ ครากๆ อยู่ในกระเพาะ เราก็พยายามบีบหลอดอาหารให้ตีบที่สุด “อย่าเรอออกมาๆ” ท่องสะกดท้องตัวเองซ้ำไปซ้ำมา คือถ้ามันกลั้นไม่ไหวจริงๆ ก็ห้ามส่งเสียงออกมาอย่างเด็ดขาด เรื่องจบที่เราค่อยๆ ปล่อยแก๊ซออกมาทีละนิดจนสบายท้อง ก็มั่นใจละว่าไม่มีใครรู้แน่ แต่สักพักทั้งห้องก็เริ่มทำจมูกฟุดฟิดๆ ประมาณว่าได้กลิ่นแปลกปลอมโชยเข้าจมูก และความก็ดันมาแตกตอนที่ (นัง) เพื่อนผู้ชายที่ค่อนข้างซี้กันนางหนึ่งทักขึ้นมาว่า “มึงเรอใช่มั้ย?” หลังจากนั้น เพื่อนทั้งห้องก็หันขวับมามอง ส่งสายตาเชิงสงสัย รวมถึงอาจารย์เองด้วย ส่วนเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มแหยๆ และพูดเบาๆ ว่า I’m so sorry ขอโทษจริงๆ ค่ะจารย์

 

HOROSCOPE