คดีเด็ด! 9 ประสบการณ์ขึ้น BTS และ MRT ที่เราเจอมาแบบพีคในพีค - CLEO Thailand Online Magazine

คดีเด็ด! 9 ประสบการณ์ขึ้น BTS และ MRT ที่เราเจอมาแบบพีคในพีค

อยู่เมืองกรุงก็ต้องไฟต์กันหน่อยล่ะ ขึ้นรถไฟฟ้าทั้งใต้ดิน บนดินทีไร เป็นต้องเจออะไรแปลกๆ ทุกที แต่ถ้าคิดอีกมุมก็ตลกดีเหมือนกันนะ (แต่ตอนเจอเหตุการณ์นี้ก็ไม่สนุกหรอก มาสนุกตอนเล่านี่แหละ) ถ้าอย่างนั้นก็อ่านคลายเครียดวนไปจ้า จากประสบการณ์ตรงของสาวคลีโอในกองเราเอ๊งงงง

 

ไม่เป็นไรนะคะลูก

ประสบการณ์จากสาวในกองที่ขึ้นบีทีเอส ตอนนั้นคนไม่แน่นมาก เป็นเวลาเลิกงานพอดิบพอดี วันนั้นมีแม่และเด็กน้อยคนนึงขึ้นมา แล้วจู่ๆ ขุ่นแม่ก็พูดขึ้นประมาณว่า “ไม่เป็นไรนะลูก วันนี้ไม่มีคนลุกให้นั่งนะคะ” ได้ยินอย่างนี้ใครจะนั่งต่อละจ๊ะ สุดท้ายก็มีผู้โดยสารใจดีลุกขึ้นให้น้องนั่ง และเธอเจอแม่ลูกนี้ สามครั้งแล้ว แต่เธอจะมามุกนี้เฉพาะตอนที่เข้ามาแล้วไม่มีใครลุกให้นั่งเท่านั้นเอง #ยิ้มอ่อน

 

งานเผือกต้องมา!

ถ้าใครได้ขึ้นรถใต้ดินหรือรถไฟฟ้าตอนช่วง 5-6 โมงเย็น คงจะเข้าใจอยากเปิดฝาปลากระป๋องแล้วลูบหัวมันเบาๆ เพื่อบอกว่าเฮ้ย แก ชั้นเข้าใจความรู้สึกของแล้วเจ้าปลาเอ๋ย เพราะเราต้องเบียดเนื้อชนเนื้อ มือไม่ต้องจับ กลิ่นเหงื่อมนุษย์ออฟฟิศนี่ได้อารมณ์มาก และทุกคนจะมีความในใจมาตลอดทั้งวัน ทั้งโทรศัพท์ด่า นั่งเม้าท์มอยกับเพื่อน รวมทั้งการไม่มีอะไรทำก็ยกไลน์ขึ้นมากด แล้วดั๊นองศาของเราไปอยู่ข้างหลังพอดี เห็นทุกอย่าง แล้วสายตาก็มองไปทางอื่นไม่ได้ด้วยนะ ต้องจ้องสิ่งที่คนข้างหน้าคุยกัน บางทีเห็นเค้าไม่ตอบ อยากสะกิดเค้าแล้วบอกว่าเธอๆ ตอบสิ เพื่อนส่งมาแล้ว ยิ่งถ้าขึ้นจากต้นขบวนไปยาวๆ ตอนจะลงนี่แทบจะขอเขา invite เข้าไปด้วย มันอิน เพราะแอบอ่านมาตลอดทางน่ะ!

 

ถ้าจะวางมือถือขนาดนี้ มาเล่นบนหัวดิฉันเถอะ

บางทีเห็นคนเล่นโทรศัพท์อยู่ตอนรถไฟฟ้าคนแน่นๆ นี่ก็ว่าเซงแล้วนะ มันเบียดและกินพื้นที่ระหว่างใบหน้าสุดๆ ยืนใกล้โทรศัพท์จะทิ้มหน้าอยู่แล้ว แต่ความพีคคือ พี่ในกองเราเคยเจอแบบฝรั่งผู้ชายคนนึงเอาโทรศัพท์มาวางเท้าบนไหล่เลย สงสัยจะเมื่อยมือแหละเนอะ เลยยืมไหล่คนอื่นซะ แต่อย่างงี้ก็ได้หรอ

via GIPHY

 

พี่ท้องป่าวอ่าคะ

ประสบการณ์ความงงบนรถไฟฟ้าบีทีเอส และเอ็มอาร์ทีคือ ได้นั่งแล้วล่ะ แต่เงยหน้าขึ้นมาเจอกับผู้หญิงคนนึง นาทีนั้นสมองเริ่มประมวลผล พี่เขาท้องมั๊ยน้าา หรือพี่เขาอ้วน หรือยังไง แต่ที่ชุดไม่มีเข็มกลัดกลัดไว้ ชุดก็ไม่เหมือนคนท้องเท่าไหร่ หรือเขาท้องจริงๆ อาจจะท้องเล็กอยู่ สรุปคือคิดนาน ไม่ทันได้ลุกให้นั่ง เขาออกจากขบวนไปแล้วจ้าา โชคดีค่ะพี่

 

คุยข้ามหน้ากันขนาดนี้ เห็นหนูเป็นอากาศหรือไร

ประสบการณ์คือขึ้นเอ็มอาที คนแน่นเชียวค่ะคุณ แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงข้างหูเป็นเสียงผู้หญิงคนนึง “อ้าวพี่! กลับทางนี้หรอ” แล้วผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าเราก็หันมาแล้วพูดว่า “อ้าว ใช่ๆ กลับทางนี้” แล้วทั้งสองก็คุยกันอย่างออกรส ลืมไปเลยว่ามีเรายืนอยู่ตรงกลาง อยู่ระหว่างบทสนทนาที่ว่าด้วยเรื่องพ่อของพี่ผู้ชาย และเรื่องการออกไปนัดกินข้าวกัน อยากถามนิดนึงค่ะว่า หนูต้องรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย หนูได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มั้ยยย ถ้าไม่ เก็บไว้คุยกันในไลน์เนอะ หรือขยับมาคุยกันสองคนดีกว่าค่ะ หรืออย่างน้อย รอหนูออกไปก๊อนนน

 

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องตลก

ในรถไฟฟ้าก็อับอยู่แล้วนะ เจอคนกลิ่นตัวสะพรึงนี่คือแบบ… ไม่อยากจะอธิบาย พี่คนนึงในกองบอกเราว่า วันนึงพี่ขึ้นเอ็มอาร์ที แล้วเจอกลุ่มคนกลุ่มนึง ไม่แน่ใจว่าชาติอะไร แต่ที่รู้ๆ กลิ่นตัวทุกคนแรงม๊ากก แล้วตอนนั้นเป็นช่วงที่คนแน่นรถ ประกอบกับความโชคดี (หรอ?) ที่เอ็มอาร์ทีติดๆ ขัดๆ วิ่งไปจอดไป แล้วจอดนานไม่ขยับ คนในรถก็เริ่มไม่ไหว ถึงขั้นมีคนพูดขึ้นมาว่า “ไม่ไหวแล้ว” และคนในนั้นก็เริ่มพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากลิ่นนี้พลังทำลายล้างสูงมาก ทุกคนเริ่มขยับตัวออกเป็นวงกว้าง แม้ว่าจะเบียดมากก็ตาม เรียกว่าวันนั้นต้องล้างจมูกกันไปเลย

via GIPHY

 

เปลี่ยนประตูมั้ยเพื่อนนน

วันนั้นขึ้นบีทีเอส ก็ว่าจะดีแล้วล่ะ ประตูกำลังจะปิด แล้วอยู่ๆ ก็มีคนพุ่งแทรกตัวเข้ามาประตูปิดฉึ่บ จำได้เลยวันนั้นขึ้นที่สยาม จะไปฝั่งบางหว้า สักพักกลิ่นเริ่มมา เรากับเพื่อนเราหันมามองหน้ากัน ส่วนน้องกลุ่มนักเรียนยืนริมประตูก็เริ่มได้กลิ่นเหมือนกัน มองหน้ากันยกใหญ่ รถไฟฟ้าก็ไม่ถึงสถานีสักที และกลิ่นเริ่มแรงขึ้นจนขมคอ เราและเพื่อนหันมามองหน้ากันอีกรอบ แล้วพูดว่า “เปลี่ยนประตูมั้ย จอดเมื่อไหร่วิ่งออกแล้วเปลี่ยนไปอีกประตูนึง” เพื่อนก็ดูไม่น่าจะไหว ด้วยส่วนสูงที่น้อยนิด ดูท่าจะไม่มีอากาศในพื้นที่ราบ เลยตัดสินใจเอาวะ ไปก็ไป (เหตุผลที่ไม่ขยับหนี คือขยับไม่ได้เลย คนแน่นมาก) พอถึงสถานีเท่านั้นแหละ โกยเถอะโยมเลยจ้าา รีบวิ่งไปขึ้นประตูข้างๆ เป็นอันวันนั้นรอดแล้ว

 

อย่ายืนพิงเสาค่ะ คนจริงก็มา

เรื่องมีอยู่ว่า วันนึงขึ้นบีทีเอสแล้วคนก็แน่นมากๆ พอมาจอดที่สถานีนึงเราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนึงพูดขึ้นมาว่า “อย่ายืนพิงเสาค่ะ” ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เย็นๆ แล้วก็เอามือสอดเข้าไปข้างหลังคนที่ยืนพิงอยู่เพื่อจับเสาในรถไฟฟ้า หันไปเห็นพอดี แล้วอีก 2-3 คนก็ได้เข้ามาจับเสานั้นตาม พูดเลยว่าเราแทบจะก้มกราบความสตรองของพี่ผู้หญิงคนนี้ คนจริงอะ แนะนำอย่างนี้ค่ะ ไม่ยืนพิงเสากันเนอะ ให้คนอื่นเขาได้จับบ้าง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 

เขยิบเข้าไป๊!!

วันนั้นพี่ในกองขึ้นเอ็มอาร์ที คนแน่นอีกตามเคย คนก็เบียดๆ เข้าไปเพราะจะกลับบ้านกัน ประเด็นอยู่ที่ในขบวนมีผู้หญิงคนนึงยืนกันอยู่ตรงเสาที่นั่งริมสุด เล่นโทรศัพท์ไม่เขยิบเข้าไปสักที ตรงกลางก็ว่างโล่งเชียว ในขณะที่คนกำลังเบียดกันอยู่ พี่เขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงผู้ชายคนนึงพูดขึ้นมาว่า ” -ึงอะเขยิบเข้าไปสิ จะยืนเล่นมือถืออยู่ทำไม เดินเข้าไปสิ” แล้วคุณเธอก็เขยิบเข้ามาให้นิดนึง คนก็พยายามเบียดเข้าไปอีก เสียงผู้ชายคนเดิมก็พูดขึ้นมาอีกว่า “เบียดมันเข้าไปเลย ไม่ต้องไปกลัว” สุดท้ายผู้หญิงที่ยืนเล่นโทรศัพท์ก็เข้าไปอยู่ตรงกลาง เป็นอันว่าทุกคนได้ที่ยืนกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรงกลางว่างนะจ๊ะ เขยิบเข้าไปเถอะ ก่อนออกก็เตรียมตัวดีๆ แค่นั้นเอง ใช้รถไฟฟ้าสาธารณะต้องนึกถึงคนอื่นด้วยนะ ยังไงก็กลับทางเดียวกัน

HOROSCOPE