10 ข้อนี้ คือสัญญาณว่า เพื่อนร่วมงานธรรมดาๆ ของคุณ เปลี่ยนมาเป็น BFF แล้วล่ะ

เขียนโดย @mafuangr

 

the-other-woman-1920

งานหนักและเหนื่อยขนาดไหน ถ้าโชคดี๊ดีเจอเพื่อนร่วมงานที่ ใช่ ชีวิตนี้ก็ง่ายขึ้นเป็นกอง สนิทไปสนิทมา ความเป็นเพื่อน ที่ปรึกษากันแต่เรื่องงานก็เริ่มขยับอีพเลเวล หลายครั้งที่คนๆ นี้ทำเราซึ้งและอบอุ่นใจ จนพูดได้เต็มปากเลยว่าคือ BFF เราแล้วนะ ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานเฉยๆๆๆๆ น่ะ!

 

  1. ส่วนใหญ่ที่คุยกัน มันเรื่องชีวิตเราๆ มากกว่าเรื่องงานซะอีก

พอปรึกษาเรื่องงานหอมปากหอมคอ คือมันจะมีเซ้นส์ได้ว่า คนๆ นี้เข้าใจเราในมุมอื่นด้วยนี่นา พอลองเล่าอะไรให้ฟังนิดหน่อย เห็นเขาตั้งใจฟัง ออกความเห็นและเอามาใส่ใจเขาจริงๆ มันเหมือนเปิดประตูบานใหญ่เลย นั่งข้างกันในออฟฟิสไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกสบายใจ หันไปหาได้ทุกครั้งที่ต้องการ

 

2. นั่งอยู่ในรถด้วยกัน ก็ไม่รู้สึกอึดอัด

‘อ่าว แกจะไปพารากอนหรอ ติดรถเราไปมั้ยล่ะ ผ่านพอดี’ พอเพื่อนคนนี้ขึ้นมานั่งในรถปั๊ป บางคนจะเป็นโรคกลัวเดดแอร์ กลัวบทสนทนามันไม่โฟลว์ กลัวโมเม้นต์เจื่อนๆ ที่ต้องนั่งรถติดอยู่ด้วยกันในรถแคบๆ สองคน คือใครที่เราไม่สนิทมากเลยไม่อยากให้ขึ้นรถไง กลัวความเจื่อน แต่ถ้าคนๆ นั้นเขามีสัญญาณความชิลส่งผ่านตัวออกมา ที่ถ้าเกิดมีใครเงียบก็ไม่รู้สึกติดอะไร คุยกันตลอดทางก็เป็นไปแบบธรรมชาติ ไม่มีใครพยายามเอนเตอร์เทนอีกคน เป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจ

 

3. รู้จักไปถึงพ่อ แม่ น้องสาว หรือเพื่อนสนิทเราไปแล้ว

เห็นหน้าแม่แล้วยกมือสวัสดีทันที พร้อมเม้าท์กับแม่ต่อ! เห็นขนมชิ้นนี้แล้วจำได้ว่าน้องสาวเราชอบ หันมาบอกให้เราซื้อไปฝากน้องมั้ย! หรือคลิกกับเราได้ดีมาก จนเลยไปถึงแก๊งค์เพื่อนเราที่มหา’ลัย ไปแฮ้งค์เอ้าท์ด้วยกันได้ คุยกันสะดวกใจเลย

 

clippers_102_highlight_a_246901_560x315_646976579516

 

4. เมาด้วยกัน เรียบร้อยยยยย

อ่ะๆ ปาร์ตี้หน่อย กลายเป็นว่ามันส์เกิน เลยไปถึงความเละ แต่ในความเละมักจะแอบมีความพีคให้เก็บไว้ประทับใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วยกันเช็ดสิ่งที่เราอ๊อกออกมา หรือฉุดเพื่อนขึ้นมาจากพื้นที่ลงไปนอนสลบเป็นที่เรียบร้อย ช่วงเวลาที่เรามีสติไม่เต็มร้อยนี่ กล้าทำกล้าสารภาพสิ่งที่อยู่ในใจแบบชีวิตประจำวันจริงๆ ไม่กล้าหรอกนะ พอสร่างแล้ว กลับมาทบทวนสิ่งที่ทำลงไปกับเพื่อนตรงนี้ ทั้งฮาทั้งซึ้ง เข้าใจกันและกันไปอีกระดับเลย เจอมาขนาดนี้ ไม่น่ามีอะไรที่รับไม่ได้แล้วม้างงงง อิอิ

 

5. ถึงไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกัน แต่ก็อัพเดทชีวิตกันตลอด

เพื่อนบางคน แค่อยู่ในออฟฟิสเดียวกัน แต่ไม่ได้ทำตำแหน่งเดียวกันหรอกนะ ห้องยังนั่งคนละห้องกันลย มีพาร์ทิชั่นกั้น แต่ไม่รู้ทำไม คุยแล้วถูกคอเหลือเกิน เรามักจะนั่งกินข้าวด้วยกัน หรือเม้าท์กันหลังเลิกงานเสมอ เพื่อนเองก็รู้สึกสบายใจอยากคุยกับเรา มีอะไรไม่สบายใจในออฟฟิสก็โทรมาบ่นให้ฟัง ขอคำปรึกษา เราก็รับฟังอย่างตั้งใจ มันคือเยื่อบางๆ ที่เชื่อมให้สนิทกันแบบเราก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

 

6. มีอะไร เล็กน้อยขนาดไหน พร้อมซัพพอร์ต

“เดี๋ยวเราไปออกบูธขายลิปสติคเสาร์นี้อ่ะ มาหาหน่อยสิ” “เห้ย โอเคเลย เดี๋ยวไปช่วยขาย” หรือถ้าเราเครียดเรื่องเรียนต่อเมื่อไหร่ เพื่อนคนนี้สัมผัสได้เลยว่ามีแรงสั่นสะเทือนความกังวลแผ่มาหนักมาก เธอบอกทันที “เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหา เดี๋ยวเราช่วยดู essay ให้” คือยื่นมามาช่วย ทั้งตัวทั้งใจแบบตัวเองลืมเหนื่อย ขอแค่ให้เพื่อนเหนื่อยน้อยลง สบายใจขึ้น หนักก็หนักด้วยกันหน่า เราช่วยแบกรับเอง ฮึบ

 

1425389355_6

 

7. สะดวกใจ เลเวลไปบ้านได้เสมอ

ถ้าเพื่อนที่สนิทขึ้นมาหน่อย เราก็จะกล้ายืมเดรสตัวสวยของเธอใส่ไปงานแต่งงาน แต่ถ้าสนิทใจพีคเลย เราก็จะกล้าโทรหาเขาแล้วขออนุญาตซื่อๆ ว่า ‘อยู่บ้านมั้ย ไปหานะ’ แล้วยิ่งถ้าเครียดหนักหรือดื่มไวน์กันที่คอนโดเธอจนขับรถไม่ไหวก็ ‘เราขอนอนเลยละกันนะ’ ชิลแบบนี้เลย เพื่อนก็ไม่ซีเรียส เตียมชุดนอนและผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟันให้อย่างดี ‘ตื่นแล้วก็ออกไปทำงานพร้อมกันเนอะ’ คิ้วท์ๆ

 

8. เห็นหน้าเราหงอยเมื่อไหร่ จูงมือพาเข้าห้องลับ

ห้องลับในที่นี้ คือห้องทำงานบอสใหญ่เมื่อเขาไม่อยู่ออฟฟิสนั่นเอง! ห้องที่จะไม่มีใครสามารถได้ยินเสียงเราได้ เมื่อเพื่อนเขาเริ่มเห็นเรามีรังสีความนอยด์ อาจจะทะเลาะกับครอบครัวมาหนัก หรือตีกับแฟนจิตใจอยู่ไม่สุข เพื่อนคนนี้ไม่รอช้า ดึงเราเข้าไปห้องนั้นทันที ล้วงให้ลึกถึงก้นบึ้ง ถ้าจะต้องด่าก็ด่าแหละ ให้เราตาสว่างจากผู้ชายคนนี้ หรือปล่อยให้เราร้องไห้โฮๆๆๆๆ และก็ปลอบถึงขีดสุด

 

9. อยู่เป็นเพื่อนเราถึงเช้า

จากที่เธอบอกแม่ไว้ว่า เดี๋ยวกลับไม่เกินเที่ยงคืนค่ะแม่ พอไปปาร์ตี้กับเราเสร็จ เมื่อเราบังเอิญเจอเหตุการณ์ไม่คาดฟันกระทบกระเทือนจิตใจแตกสลาย! คือรู้แหละ ว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ตอนนี้ เพื่อนคนนั้นโทรหาแม่ทันที ‘เดี๋ยวนอนบ้านเพื่อนเลยนะคะแม่’ โอ๋ๆๆๆ หรือแค่นั่งอยู่ข้างๆ เราไปเรื่อยๆ จนเราเย็นลงหรือเผลอหลับไป ครั้งล่าสุดที่เราจำได้ คือตื่นมาอีกที เราเห็นเพื่อนคนนี้นอนอยู่ที่พื้น แล้วปล่อยให้เราหลับบนเตียงอย่างสบายที่สุดเหมือนเจ้าหญิงเลย รักอ่ะ

 

10. วันที่หนักที่สุด หันไปมองหน้าเพื่อนคนนี้แล้ว light up ทันที

ที่สุดของการยกระดับจิตใจ ถ้าเรารู้สึกว่าชีวิตพังไม่เหลือใคร เหลือบไปมองตาเพื่อนคนนี้ ไม่มีใครต้องพูดอะไรเลย ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาแล้วในพริบตา ชีวิตนี้ ไม่ต้องการเพื่อนมากๆ จริงๆ อ่ะ ขอแค่ไม่กี่คนที่อยู่เพื่อเราตลอดเวลาก็พอ

 

เจอมาขนาดนี้แล้ว ไม่มีแฟนไม่ตาย แต่ขาดเพื่อนแบบนี้ไป มันไม่ได้จริงๆ แฮะ

sisterhood-of-the-traveling-pants

HOROSCOPE