"รักกันให้เหมือนทุกวันเป็นสิบสี่วันสุดท้ายของหิ่งห้อย" ดินเนอร์ที่วังหิ่งห้อยสอนให้คิด - CLEO Thailand Online Magazine

“รักกันให้เหมือนทุกวันเป็นสิบสี่วันสุดท้ายของหิ่งห้อย” ดินเนอร์ที่วังหิ่งห้อยสอนให้คิด

เขียนโดย MissP

หิ่งห้อยเป็นแมลงด้วยปีกแข็ง ที่เราเห็นว่าเปล่งแสงได้ช่วงเวลากลางคืน มีหลายชนิด แต่ที่แน่ๆ คือตัวผู้จะเปล่งแสงได้สองปล้อง ส่วนตัวเมียหนึ่งปล้อง สังเกตดูด้วยตาจะเห็นว่าตัวผู้เปล่งแสงได้แรงกว่า วงจรชีวิตของมันจะใช้เวลาสั้นๆ แค่ 12-18 เดือนอย่างครบสมบูรณ์ ชอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามพงหญ้า วัชพืช ดิน และมีระยะเวลาผสมพันธุ์เพียงแค่ 14 วันก่อนจะตายไป

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันจับคู่กันแล้ว?

หิ่งห้อยที่บินไปด้วยกันกะพริบแสงเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับว่ามันเปิดใจเชื่อมต่อถึงกันเท่านั้นถึงจะอยู่เป็นคู่กันไป

ความจริงที่บอกว่าหิ่งห้อยจะมีเวลาให้รักกันได้แค่ 14 วัน มันเป็นความรักหรือเปล่าคงจะไม่มีใครตอบได้ แต่มันจะมีคู่เพียงตัวเดียวเท่านั้นในหนึ่งวงจรชีวิต ส่วนบางตัวโชคร้ายก็จะไม่เจอใคร หมดเวลาก็จากโลกไปในที่สุด

ได้ฟังเรื่องราวสุดโรแมนติคของเจ้าแมลงหิ่งห้อยนี้แล้วก็ทำให้นึกขึ้นมาว่าครั้งล่าสุดที่ได้เห็นหิ่งห้อย(ที่ไม่รู้ตัวจริงหรือเปล่า) นั้นนานเกือบสิบปีมาแล้วที่คลองอัมพวา ความไม่สนุกของการนั่งเรือเงียบๆ ตอนกลางคืนนั้นทำให้ไม่นึกอยากกลับไปแค่ชมหิ่งห้อย แต่ไม่ปฏิเสธตลาดน้ำหรอกนะ แต่ข่าวของ ‘วังหิ่งห้อย’ ใจกลางเมืองหลวงก็ดึงดูดให้คิดใหม่ หิ่งห้อยในเมือง บางทีอาจจะดีก็ได้

แต่แล้วยิ่งไปกว่าหิ่งห้อยในกลางใจเมืองก็คือคอนเซปต์ของร้านอาหารแบบ fine dining ‘วังหิ่งห้อย’ แห่งนี้ที่จะมีเวลาอยู่เท่ากับวงจรของหิ่งห้อยแบบเต็มที่คือ 18 เดือน (ตอนนี้เหลือเพียง 14 เดือนเท่านั้น) ที่จะนำเสนอประสบการณ์สัมผัสของรูป รส กลิ่น เสียง แบบครบองค์ เดินเรื่องโดยหิ่งห้อย เขาทำการเพาะพันธุ์เพื่อจำลองระบบนิเวศน์ของมันมาก่อนหน้านั้นเป็นปี ให้หิ่งห้อยอยู่ในท่ีที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อทุกอย่างสมดุลก็เลยต่อยอดมาเป็น 4 คอนเซปต์ ‘ดิน น้ำ ลม ไฟ’ แต่ละคอนเซปต์จะดำเนินเรื่องเป็นเวลา 4 เดือน จนเหลือ 2 เดือนสุดท้ายสำหรับบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด

ในร้านจะมีห้องที่ให้ชมหิ่งห้อยแยกต่างหาก เพราะหากว่าเราจะลิ้มรสอาหารและชมไปพร้อมกัน หิ่งห้อยจะไม่คุ้นเคยกับผู้คนและอาจจะไม่ยอมเปล่งแสงแข่งกับไฟ และการดินเนอร์ในความมืดอาจจะทำให้คนไม่ได้เอนจอยกับอาหารเท่าที่ควร ห้องแยกชมหิ่งห้อยเป็นห้องที่สงบและมืดมากพอจะทำให้เห็นความสวยงามของน้องแมลงปีกแข็งได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

แน่นอนว่าทุกคอนเซ็ปต์จะมีเมนูอาหารของตัวเอง ในช่วงนี้คอนเซปต์แรกก็คือ ‘ดิน’ เรื่องราวของการเริ่มต้นจุดกำเนิด กำลังจะจบลงกลางเดือนสิงหาคม คงจะน่าเสียดายมากหากว่าใครได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้วพลาด! เพราะทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนใหม่ เมนูเดิมหายไปและเราขอบอกว่าทุกจานเราชอบมาก! แนะนำว่าอาหารจานหลักใครทานเนื้อขอให้เลือก เนื้อวากิว แต่ถ้าไม่ลองปลากะพงดู เริ่ด!

แล้วกำลังจะเปลี่ยนถ่ายไปสู่คอนเซปต์ ‘ลม’ ตัวกลางแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นจุดเชื่อมต่อของธาตุต่างๆ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือเมนูอาหารที่ถูกตั้งชื่อ จากธีมดินจะไม่มีชื่ออะไร กลิ่นในร้าน(ที่ถูกดีไซน์มาเฉพาะมากๆ) เสียงและบรรยากาศทั้งหมดก็จะเปลี่ยนไป ในวันที่ 13 สิงหาคมที่กำลังจะถึงนี้

 

อีกไฮไลท์คือนอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมี Glow Museum ที่จัดแสดงผลงานศิลปะโดยอาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินชื่อดังที่ไม่ได้แสดงงานมานานหลายปี ได้มาออกแบบให้งานเข้ากันกับคอนเซปต์ ‘ดิน’ ในช่วงนี้ ทั้งรูปภาพ เครื่องบิน และของที่ระลึกส่งตรงมาจากบ้านดอยดินแดง จังหวัดเชียงรายมาถึงวังหิ่งห้อยโดยเฉพาะ

ส่วนกลางเดือนสิงหาคม ก็จะเปลี่ยนหน้าตาจาก Craft Art ไปเป็นแบบ Interactive ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับลมจริงๆ “ลมไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยกาย” มิวเซียมก็จะสามารถได้สัมผัสลม ได้กลิ่น ได้เสียง ไปพร้อมกัน

ใครสนใจสามารถโทรจอง 091 979 6226 หรือดูรายละเอียดคอนเซปต์ร้านได้ทาง Wanghinghoi 

เปิดเวลา 18.30 – 23.30 น.

สนามกอล์ฟ R.C.A Driving Range ถ.กำแพงเพชร 7

HOROSCOPE