จิบชายามบ่ายกับผู้ชายสี่คน …จิบแบบคนชาติไหนที่ไหนก็ได้

เราได้ยินคำว่า ‘อาฟเตอร์นูนที’ กันก็ต้องนึกถึงจิบชายามบ่ายแบบผู้ดีอังกฤษ ก็จริงนั่นแหละที่อังกฤษเขาเป็นคนเริ่มวัฒนธรรมนี้จริงๆ แต่เขาไม่ได้กินเล่นๆ ด้วยความว่างแล้วอยากจะจิบกันเพื่อความชิคจ๊ะ เขากินเอาอิ่ม! มันเป็นมื้อช่วงบ่ายคั่นกลางระหว่างเช้ากับค่ำ ตั้งแต่แปดโมงกว่าจะได้กินอีกทีก็สิบสองชั่วโมงถัดมา ในยุค 1840 ดัชเชสแอนนา แห่งเบดฟอร์ดเธอก็เลยจัดโต๊ะชา ขนมปัง เค้กเสิร์ฟระหว่างวันดับเสียงท้อง จนกลายเป็นธรรมเนียมปฎิบัติต่อกันมาอย่างยาวนาน

Afternoon Tea VS High Tea

Afternoon Tea

+ เป็นมื้อระหว่างเช้ากับค่ำของหญิงชนชั้นสูง ช่วง 4-6 โมงเย็น มีสโคน แซนวิช ขนมอบ

High Tea

+ เป็นมื้อเย็นของชนชั้นแรงงาน ช่วง 5 โมงเย็นจนถึง 1 ทุ่ม มีช๊อคโกแลต ทาร์ต เค้กฟองน้ำ แซนวิช เนื้อสัตว์ ขนมปัง

 

Bonnie Dolly’s Tea Room

ใครอยากจะรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับมื้ออาหารผู้ดีนี้มาที่นี่เลย เพราะเขาตอบได้ครบ เล่าได้เป็นวัน ถึงกับมีจัดกิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมจิบชายามบ่ายสไตล์อังกฤษกันเลยทีเดียว ลึกซึ้งขนาดนี้เพราะคุณพริมา วาทะพุกกณะ และคุณชวดล จรเจวุฒิได้ไปเข้าคอร์สเรียนที่ tea institution ที่ลอนดอนเลยทีเดียว และเลือกเปิดร้านแบบสแตนอโลนเสิร์ฟเมนูแบบ tradition ในสไตล์อังกฤษแต่ก็มีขนมในสไตล์ฝรั่งเศสรสชาติดีหน้าตาถ่ายรูปสวยให้ได้ชิมอีกด้วย

ที่เลือกเปิดร้านแบบสแตนด์อโลนก็เพราะว่าในเมืองไทยส่วนใหญ่ถ้าอยากจะทานมื้อชายามบ่ายก็ต้องไปกันในโรงแรมใหญ่ๆ บางคนอาจจะรู้สึกเกร็งและเข้าไม่ถึง พอเป็นร้านที่เปิดเองไม่ใหญ่มากแต่ดูหรูเรียบๆ ในสไตล์อังกฤษแบบนี้ก็ทำให้เข้าถึงได้ง่ายไม่กดดัน

“เขาจะเริ่มของคาวก่อน พอทุกคนในโต๊ะทานเสร็จแล้วจะต่อสโคนและปิดท้ายด้วยของหวาน” คุณดลอธิบายมารยาทที่แท้จริงคร่าวๆ ให้เราฟัง ส่วนสโคนก็กินแบบผ่าครึ่งจากด้านข้างเพราะมันจะไม่หกเลอะเทอะเท่ากับผ่ากลางไปเลย “คนจะเข้าใจผิดกันเยอะว่าเป็นมื้อว่าง แต่จริงๆ แล้วเป็นมื้อใหญ่ ที่ต้องใช้เวลากับมัน กินไปด้วยคุยกันไปด้วยเรื่อยๆ”

ส่วนใหญ่ทุกอย่างที่นี่เขาทำเองทั้งหมด ยกเว้นแป้งที่ใช้ทำสโคนก็ส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษ แม้แต่ครีมที่กินกับสโคนที่ร้านก็ทำเอง “วัวบ้านเราไม่เหมือนวัวที่อังกฤษ ส่วนสปอนช์เค้กเป็นแบบ Victoria เน้นหอมกลิ่นไข่” แนะนำให้สั่ง Traditional Set ราคา 1,290 บาท เหมาะกับสำหรับสองคน

ไฮไลท์ในส่วนของชาคือที่นี่เขามีให้เลือกเยอะมากทั้งเบลนด์ดอกไม้ ผลไม้ และประเภทชาก็เยอะจนคนดื่มพอใจ ส่วนใหญ่ทางร้านจะเบลนด์เองไม่ได้ใช้แบรนด์ไหน แต่มีบางตัวอย่างคลาสสิคเบลนด์เช่น Earl Grey หรือ English Breakfast ที่เอาเข้ามาจากอังกฤษเพื่อให้ความดั้งเดิมยังคงอยู่ ตัวที่ทานง่ายมากใครก็ชอบคือ Jasmine Rose Lavender Black Tea ผสมดอกไม้สามชนิด

เราชวน Bachelor คนหนึ่งของเรามาด้วยกันเพราะเห็นว่าว่างตรงกันพอดี มาเป็นสีสันให้หน่อย ก็ปรากฎว่าเจี้ยนเองมีร้านอยู่ย่านทองหล่อพอดีเลยคุยกันถูกคอกับคุณดล เราถามเจี้ยนถึงชีวิตฮิปๆ ของเจี้ยนซะหน่อย เจี้ยนบอกว่าผ่านมาหมดแล้ว จักรยาน กล้อง ตกปลา อะไรที่ฮิปๆ ก็ลองหมด แต่ล่าสุดคือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มาลองดูสิว่า ถ้าเราบินไฟลท์ไหนถึงจะได้เจอกับผู้ชายคนนี้นะ!

ซอยสุขุมวิท 26 คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

โทร. 080-080-0003

จิบได้ช่วง 10.00 – 19.00 น.

 

Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park

ด้วยความที่ล็อบบี้โรงแรมนี้โอ่อ่าหรูหรา เขาแบ่งส่วนหนึ่งเอาไว้เลยสำหรับจิบชายามบ่าย ในบรรยากาศเป็นส่วนตัว นั่งจิบชาบนโซฟานุ่ม

ทีเด็ดของแมรริออทคือเขามี tea sommelier ที่สวยจริง เธอจะมาพร้อมเข็นรถชามาให้เลือก ชุดชาเขาเรียกว่า Western Afternoon Tea Set ราคา 999++ บาท ที่มีอาหารคาวชิ้นเล็กๆ เค้ก ขนม และคุ๊กกี้พร้อมสโคน ชาที่นี่เขาคัดสรรมาจาก Silver Jubilee ของ Dilmah ที่เก็บยอดใบชาโดยไม่ใช้เครื่องจักรเลย ใบชาไม่ช้ำและยังคงความหอมแบบธรรมชาติ

 

สองไฮไลท์เพิ่มเติมที่เราเลิฟมากคือ เค้กมะพร้าวเนื้อนุ่ม หอม หวาน มัน ทำจากมะพร้าวกะทิที่ตอนแรกกลัวอ้วนแต่สุดท้ายก็กินจนหมดไม่เหลือเลย และ Golden Honey ที่เชื่อว่ากินแล้วจะสวยด้วยประกายระยิบระยับสีทอง ฟังแล้วแทบจะเทลงชาทั้งหมด

 

ชวนบ๊อบมาจิบชาด้วยกันเพราะบ๊อบเองก็ผ่านสายโรงแรมมาก่อน ปกติเราจะเห็นบ๊อบในมุมตลกโปกฮากับทั้งเพื่อนผู้ชายและผู้หญิงตลอด แม้จะแอบแฝงความสุภาพบุรุษแต่ก็ไม่เคยเห็นพาร์ทจริงจังเท่าไหร่ จนวันนี้แหละ ที่บ๊อบพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ชายทุกคนมีมุมนี้ และมันเท่มากถ้าได้เห็นผู้ชายสักคนได้พูดคุยบอกเล่าในสิ่งที่เขาอินมากจริงๆ

The Lobby Lounge, Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท 22

โทร. 0 2059 5999

จิบได้ช่วง 12.00 – 16.00 น.

 

Sheraton Grande Sukhumvit, a Luxury Collection Hotel, Bangkok

เชิญมาจิบชาที่ห้องนั่งเล่นช่วงบ่ายๆ แล้วพอตกเย็นๆ The Living Room จะเปลี่ยนเป็น Jazz Lounge เรียกว่านั่งต่อไปยาวๆ ได้สองอารมณ์เลย บางวันในช่วง 20.30 – 21.00 น. จะมีนักร้องแจ๊สจากอเมริกามาร้องเพลง เหมาะกับนัดมาเดทเหมือนกันนะ ถ้าถูกใจก็จะได้นั่งด้วยกันต่อไปยาวๆ

เราชอบที่ที่นี่เขามีสองแบบให้เลือกคือแบบเวสเทิร์นและแบบไทยในราคา 590++ บาท ชอบการพรีเซนต์แบบไทยๆ คาดว่าฝรั่งน่าจะประทับใจไม่น้อยกับการได้จิบชาและชิมขนมไทยในบรรยากาศเงียบๆ สบายๆ ที่นี่ ที่เราชอบคือสโคนใบเตยหอมมากๆ ในส่วนของแบบเวสเทิร์นเขาก็พรีเซนต์ออกมาได้เก๋ไม่เหมือนที่ไหน ด้วยชั้นที่เป็นเหมือนวงล้อวางขนมเอาไว้ให้หยิบกินกันสะดวก Sheraton เสิร์ฟชา TWG เพราะฉะนั้นวางใจได้เลยรสชาติดีแน่ๆ

สัมผัสประสบการณ์ Afternoon Tea เซตไทยเราเลยชวน เบ หรือบางทีเรียกว่า เบตง ตามชื่อไอจีมานั่งคุยกัน เบเป็นคนเงียบๆ ในกลุ่มหนุ่มๆ ทั้งหลาย ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นเบนั่งหัวเราะอยู่ แต่ไม่พูดอะไรเท่าไหร่ เบบอกว่าคนอื่นพูดเยอะแล้วผมไม่รู้จะแทรกตรงไหน ฟังดีกว่า แต่จริงๆ แล้วเบคุยสนุกนะ ที่เงียบนี่จริงๆ แล้วตลก ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน แต่ไม่ชอบให้เรียกว่าฮิปเตอร์หรือหนุ่มติสต์ (แบบนี้ติสต์ตัวจริงเลยนะเบ) แต่เอาเป็นว่าน้องคนนี้น่ารักมากจริงๆ ค่ะ สาวๆ คอนเฟิร์ม

The Living Room, Sheraton Grande Sukhumvit สุขุมวิท

โทร. 0 2649 8353

จิบได้ช่วง 15.00 – 17.30 น.

 

The House on Sathorn

มาในที่เอาท์ดอร์กันบ้างใน The Courtyard อันร่มรื่นให้ความรู้สึกเหมือนจิบชาแบบผู้ดีอังกฤษจริงๆ เลย ที่นั่งสบายๆ ใต้ร่มไม้แบบไม่มีใครยุ่งกับใคร ถ้ามาวันอากาศเย็นคือนิพพาน

เซ็ตนี้มีชื่อว่า Heritage Afternoon Tea เขารีเฟรชเมนูใหม่ที่ได้อิทธิพลมาจากทางฝรั่งเศสซะเป็นส่วนมาก ในส่วนของขนมเป็นแนวฝรั่งเศสแบบออริจินัลอย่างเช่น Hazelnut Caramel Paris Brest เป็นแป้งชูครีมอบทรงโดนัท ขนมอังกฤษก็มีนะ Canele’ De Bordeaux แต่ที่อร่อยพีคคือแยมมะพร้าวกินกับสโคนอร่อยมาก

ขอบอกก่อนว่านี่เป็นเซตใหญ่จัดเต็มมากันสักสองคนขึ้นไปจะดี ราคา 1,350++ บาท มาเป็นเซ็ตของคาว ของหวานแยกกันและขาอีกสองกา

คนสุดท้ายคว้าเอ็มดีมาด้วยกันซะเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ เพราะความคิดคือล้ำไปไกลเกินเลขสามแล้วเรียบร้อย ทั้งท่องเที่ยวหนีชีวิตจอมปลอมเพื่อค้นหาความเรียบง่าย ซึ่งโชคดีที่เจอ และล่าสุดเอ็มดีก็แบกเป้เที่ยวอีกครั้ง ใครชอบหนุ่มตี๋ หล่อ แต่ติดดิน ก็น่าจะตกหลุมรักรอยยิ้มของเขาไปแล้วแหละ

ปล.ที่เห็นนั้นน้ำเปล่านะ ยังไม่ดึก ยังไม่ดื่มจ้าาา

The Courtyard, The House on Sathorn

โทร. 0 2344 4025

จิบได้ช่วง 14.30 – 17.30 น.

HOROSCOPE