กินดื่มแบบฟินๆ กับอาหารและบรรยากาศร้านที่ทำให้เหมือนได้ไปนั้งอยู่ใจกลางเมืองแทบยุโรป - CLEO Thailand Online Magazine

กินดื่มแบบฟินๆ กับอาหารและบรรยากาศร้านที่ทำให้เหมือนได้ไปนั้งอยู่ใจกลางเมืองแทบยุโรป

เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์การกินดื่มแบบหรูหราเต็มสตรีม ทุกร้านมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่าง แต่ยังคงความหรูให้สมกับที่เป็นเกษร ฟู้ด วิลเลจ (Gaysorn Food Village) ร้านจะอยู่เป็นจุดๆ เพิ่มความน่าค้นหาแบบต้องใ้ช้ความพยายามในการเข้าถึงนิดหนึ่ง ซ้อนตัวแบบเนียนๆ เหมือนเป็นหนึ่งในร้านขายของไฮเอนด์ยังไงอย่างงั้น!! ฟินกับอาหารและบรรยากาศ เหมือนได้เข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง หลุดเข้าไปอยู่ในเมืองอาร์ตๆ โซนยุโรป

 

Duke


เป็นร้านวิสกี้บาร์ที่ ตั้งอยู่ข้างหลังของชั้น 1 มีประตูเล็กๆ ที่เปิดเข้าไปเราถึงกับตะลึงกับพื้นที่กว้างผิดกับขนาดประตู เดินเข้าไปเหมือนเข้าไปอยู่ในอาร์ตแกลเลอรี่ เพราะเขามีงานของศิลปินเจ๋งๆ แควนออยู่เต็มผนังร้านเลย แต่ละงานไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เจ้าของร้านบอกเราว่างานอาร์ตที่แควนอยู่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ ถัดไปอีกนิดจะเป็นวิสกี้บาร์และก็ห้องสำหรับสูบซิการ์โดยเฉพาะ ผนังของห้องนี้จะมีเหล้ามียี่ห้อหายากๆ แต่ละขวดคือมูลค่าสูงมาก จะเรียงกันเป็นแถวเลย ส่วนถ้าใครต้องการความไพรเวทหน่อยต้องเดินต่อไปอีกนิด ผ่านทางเล็กๆ มืดๆ ที่พาเราไปเจอห้องไพรเวท ใช้ได้แค่เมมเบอร์เท่านั้น เรื่องอาหารก็เด็ดไม่แพ้กัน ประทับใจแอพพิไทเซอร์ที่มีชีสหลากชนิด และ Iberico ham แฮมที่ทำจากหมูเกรด เอ ที่ถูกเลี้ยงดูอย่างพิถ๊พิถัน เรากินคู่กับคอร์นชิพแล้วอร่อยมาก ทุกอย่างรสชาติจัดชัดเจน รสตัดรส ฟินมากๆ เลยอะ ยิ่งได้ Sunshine Cocktail มาดื่มกรึ่มๆ ด้วยนะ แฮปปี้!

 

Paste (เพสต์)

เราประทับใจอาหารร้านนี้มากกกกก เป็นอาหารไทยโบราณที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีให้กินแล้ว บางเมนูถูกดัดแปลงส่วนผสมเล็กน้อย ที่เก๋คือทุกอย่างมีเรื่องราว ในเมนูจะมีเขียนไว้เลยว่าแต่ละเมนูมาจากไหน ถูกคิดขึ้นตอนช่วงปีอะไร เช่นสาคูไส้ปลาเทราต์ ที่เป็นเมนูดัดแปลงวัตถุดิบจากเมนูที่เสิร์ฟในพระราชพิธีก่อตั้งวัดพระศรีรัตนศาสดารามในสมัยราชกาลที่ 1 กินแล้วทำให้รู้สึกว่ามันมีคุณค่าอะ ได้ซาบซึ้งถึงประวัติศาสตร์ของไทยไปด้วยในตัว แถมรสชาติก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมเลยสักนิด เพราะกว่าจะมาเป็นแต่ละเมนูเขาศึกษามาอย่างแน่นมากก่อนจะพร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าได้ลิ้มรสกัน พรีเซ็นท์เทชั่นอาหารก็เริ่ด ทุกอย่างมีความอาร์ต อย่างพวกแกงที่เป็นสีๆ ก็จะถูกจัดใส่ในภาชนะที่สีตัดกัน ส่วนแอพพิไทเซอร์ทุกอย่างก็จะเสิร์ฟเป็นชิ้นพอดีคำที่ทุกอย่างผ่านการดีไซน์การเสิร์ฟได้สวยมาก อย่างหน้าตั้งแขก ที่เป็นข้าวตังชิ้นเล็กที่มีเครื่องโรยข้างบน รสและกลิ่นคือถึงมากก! และก็ปลาแซลมอนสมุนไพรและแตงโมที่เป็นโทนสีส้มแดง จัดลงในจานสีขาวสะอาดตา รสจัดๆ ของปลาแซลมอนและความเฟรชของแตงโมทำเราฟินสุดๆ ประทับใจจริงๆ ร้านนี้ อยากให้ไปลอง!

 

Riedel Wine Bar & Cellar (รีเดล ไวน์ บาร์ แอนด์ เซลลาร์)

จากร้านแก้วไวน์ระดับตำนานสู่ร้านไวน์แห่งแรก และแห่งเดียวในโลก เรียกได้ว่าหาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่เกษร ฟู้ด วิลเลจเท่านั้น มีไวน์คุณภาพเริ่ดให้เลือกมากวว่า 200 เลเบิล โดยไวน์แต่ละชนิดจะมีแก้วไว้สำหรับดื่มโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติของไวน์ในแบบที่ดีที่สุด แก้วปากกว้างจะถูกจับคู่กับไวน์กลิ่นแรง ส่วนปากแคบจะเอาไว้ใช้ดื่มไวน์กลิ่นอ่อนหน่อย ที่เก๋คือภายในร้านจะมีเครื่องไวน์ดิสเพนเซอร์ ที่สาวๆ สามารถเลือกปริมาณไวน์ที่ต้องการกันได้ 3 ระดับ และราคาก็จะต่างกันตามปริมาณ มาถึงอาหารบ้าง พูดเลยว่าแต่ละอย่างกินคู่กับไวน์แล้วขนลุก ม่ายก๊อดดด อร่อยมากก แนะนำเลยจริงๆ เมนูปลาเนื้อแน่นๆ Rainbow Trout en Papillote และ เมนูเนื้อจูซี่กึ่งสุกกึ่งดิบ Australia Black Angus Wagyu Prime Rib

 

1823 Tea Lounge by Ronnefeldt (1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์)

เป็นร้านชาระดับพรีเมี่ยมที่มีที่เดียวในโลกเลยสำหรับร้าน 1823 Tea Lounge by Ronnefeldt บรรยากาศร้านมีความหรูแบบคลาสสิค สื่อถึงความเป็นยุโรป ส่วนชาแต่ละอย่างจะทำจากใบชาเกรดเอที่กลิ่นหอมมากกกกก เราได้มีโอกาสได้ดมใบชาจากถังของที่ร้าน ยังไม่ทันเอาจมูกไปใกล้ ก็ได้กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกแล้วอะ ซึ่งในร้านก็จะมีชามากกว่า 70 ชนิดให้เลือกดื่มกันเลย ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ เพราะทางร้านเขามีเมนูอาหารที่มีชาเป็นส่วนผสมด้วย เราแนะนำเลยจริงๆกับเมนูนี้ “Tea Rice with Ikura & Truffle” เป็นข้าวหุงพร้อมใบชาซีลอนและมะนาว โรยด้วยไข่ปลาแซลมอนและสไลด์ทรัฟเฟิลสดๆ กินไปแล้วรู้สึกมันๆ มีรสชาติกลมกล่อมที่มีความเค็มจากไข่ปลาตัดเป็นระยะๆ ได้รสชาติเวลากัดไข่ปลาแซลมอนให้แตก พูดเลยว่าเมนูนี้ถูกปากมาก ฟินมากกกกกก ที่สุดของที่สุดแล้ว ต้องไปลองเลยจริงๆ!

The Mandarin Oriental Shop (เดอะ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป)

ร้านขนมที่ตั้งอยู่ที่ชั้น G ของเกสษรวิลเลจ เป็นร้านแบบเปิดตกแต่งด้วยสไตล์คอนเทมโพรารี่ที่ยังคงความเรียบหรูของแมนดาริน โอเรียนเต็ลเอาไว้ หน้าร้านมีตู้กระจกที่มีขนมสวยๆ วางเรียง ชวนให้อยากลองลิ้มรส ขึ้นชื่อในเรื่องของมาการองรสชาติละเมียดละไมจากส่วนผสมคุณภาพชั้นเริ่ด แต่ที่เราฟินไม่หยุดจนกระทั้งตอนนี้ก็ดูจะเป็น Dark Chocolate Salted Caramel เมนูใหม่ล่าสุดของร้าน มาเป็นชิ้นกลมๆ พอดีคำ พอเอาเข้าปากแล้วละลายไปเลย ได้รสซ็อกโกแลตกับซอลเท็ตคาราเมลเย็นๆ ในปาก ได้รสสัมผัสเบาๆ นุ่มนวลๆ อร่อยจนต้องขอหยิบชิ้นที่สองมากินอีก แล้วยิ่งกินพร้อมกับชาที่ผ่านขั้นตอนการชงอย่างละเอียดโดยนักชงชามือโปรจของร้านแล้วด้วยนะ โอยย ฟินจริงอะไรจริง!

HOROSCOPE