เจอคนที่ใช่ในสภาวะที่เวลาและอายุไม่ใช่ข้อจำกัด รักบนความต่าง แต่แมทช์กันลงตัว - CLEO Thailand Online Magazine

เจอคนที่ใช่ในสภาวะที่เวลาและอายุไม่ใช่ข้อจำกัด รักบนความต่าง แต่แมทช์กันลงตัว

เพราะความอยากเรียนรู้ภาษาเยอรมัน พี่เบล – ภุมภา ซามเมล ตัดสินใจไปเลือกลงเรียนภาษาที่สถาบันแห่งหนึ่งในไทย แต่เพื่อเข้าถึงภาษาเยอรมันอย่างแท้จริง ครูที่รู้จักจึงแนะนำให้เธอฝึกภาษากับเจ้าของภาษาโดยใช้เว็บไซต์หนึ่งที่มีการเปิดประวัติส่วนตัวเพื่อที่จะแมทกับคนที่พูดภาษาเดียวกันให้ติดต่อกัน ทำให้เธอได้เจอกับ มาค – ซามเมล สามีของเธอและได้เริ่มพูดคุยกัน

 

เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยความเป็นเพื่อนที่อยากฝึกภาษาด้วย

พี่เบลเริ่มพูดคุยกับมาคผ่านทางเมล แต่เพราะเธอยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ เธอจึงได้มีโอกาสตอบกลับอีเมลของมาคบ้างเป็นครั้งคราว “ตอนแรกความสัมพันธ์เรากับเขาคือเพื่อนกัน คุยกันปกติมาก ไม่ได้คุยกันทุกวัน วันไหนว่างค่อยเช็คเมล์ว่ามีเมล์มั้ย ถ้าเราตอบได้เราก็จะตอบเป็นภาษาเยอรมัน แต่ถ้าเราตอบไม่ได้ก็จะตอบเป็นภาษาอังกฤษ มีช่วงที่เขาจะมาเมืองไทยเลยส่งเมล์มาหา แต่เขามากับทัวร์ เขาจะว่างแค่ 1 วันในกรุงเทพฯ อยากให้เราพาไปเที่ยว เราว่างพอดีก็เลยได้เจอกัน เขาเรียบร้อยและให้เกียรติเราเป็นอย่างดี แล้วหลังจากเขากลับไป เราก็คุยกันมากขึ้น พอตอนคริสมาสต์เขาก็ซื้อตั๋วบินกลับมาหาอีกครั้ง”

 

คุยกันได้ 23 ปี ก็ตัดสินใจแต่งงานหลังเรียนจบ

เธอและมาคมีอายุเท่ากัน เริ่มคุยกันตอนอายุ 22 และแต่งงานกันตอน 24 ก่อนรับปริญญาแล้วย้ายมาอยู่เยอรมัน เขาได้งานที่เมืองเล็กๆ เมืองนึงไม่ไกลจาก Stuttgart พอถึงช่วงรับปริญญาค่อยบินกลับมาไทย “ก่อนที่มาคจะขอแต่งงาน เขาชวนเราไปเที่ยวที่บ้านเขาเดือนนึง ไปเจอพ่อแม่เขา เหมือนให้เราไปดูว่าเราเข้ากับพ่อแม่เขาได้มั้ยแล้วเราอยู่ที่นั่นได้ไหม พอเขาเห็นแล้วว่าเราอยู่ได้ เขาก็ขอเราแต่งงาน”

 

ไม่มีอะไรไรเร็วไป เพราะมันถึงเวลาแล้ว

หลังจากที่มาคขอพี่โบว์แต่งงาน เธอขอเวลากลับมาถามตัวเองก่อนให้คำตอบ เธอไปปรึกษาพ่อแม่และเขาเห็นด้วยกับการแต่งงาน เพราะมาคเป็นคนดี ถ้าเธอเสียโอกาสไปมันย้อนโอกาสคืนมาไม่ได้แล้ว บวกกับยังไงเธอเองก็อยากมาเยอรมันอยู่แล้ว เธอจึงตัดสินใจแต่งงาน การแต่งงานมันคงไม่เร็วไป ถ้าเราเจอคนที่ใช่และดีกับเรามากขนาดนี้

 

จากคนสองคน กลายมาเป็นใช้ชีวิตรวมกัน

พี่เบลเล่าว่าอุปสรรคแรกที่เธอต้องเจอคือการปรับการใช้ชีวิตเข้าหากัน ซึ่งช่วงแรกๆ ในการปรับนั้นยากมาก เพราะแต่ก่อนเขาทั้งสองไม่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นปกติ ต่างคนต่างอยู่คนละประเทศ คนละบ้าน “แต่ก่อนอยู่บ้านเราก็จะมีห้องของเราคนเดียว เขาก็จะมีห้องของเขา พอแต่งงานกันปุ๊บก็จะเป็นคนสองคนใช้ชีวิตอยู่ในห้องห้องเดียวกัน มันก็เริ่มลำบาก เพราะเรากับเขามีกิจกรรมที่ต่างกัน เราชอบวาดรูปแต่มาคชอบเล่นเกมส์ซึ่งมันก็ขัดแย้งกัน เราก็เลยต้องแบ่งเวลากันว่าใครจะทำกิจกรรมส่วนตัวของตัวเองตอนไหน ไม่งั้นเราก็จะทำกิจกรรมของเราได้ไม่เต็มที่ เพราะเวลาเขาเล่นเกมส์เสียงดัง เราก็ไม่มีสมาธิวาดรูป พอผ่านไปประมาณ 1-2 ปี ก็เริ่มมีการปรับตัว เราก็เริ่มชิน”

การปรับตัวหลังการแต่งงานที่เยอรมัน

การปรับตัวของพี่เบลนั้นยากพอสมควร เธอต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตใหม่ ต้องมารับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องภาษาและการใช้ชีวิต โชคดีที่เธอมีสามีคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ “ถ้าถามว่ามันยากมั้ย ช่วงแรกๆ มันยากอยู่แล้ว เรื่องภาษาที่เราเรียนมาจากประเทศไทย มาที่นี่ก็ยากขึ้นเพราะเมืองที่มาอยู่เป็นเมืองเล็กๆ คนที่นี่แทบจะไม่พูดภาษาอังกฤษกันเลย เราต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิตเราใหม่หมดเลย ต้องมารับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ไปเรียนภาษา ไปติดต่อเอกสารทุกอย่างด้วยตัวเอง โชคดีที่แฟนคอยช่วยเหลือตลอดเวลาแล้วก็คอยให้กำลังใจ เขายังเหมือนเดิมตลอด ยังสม่ำเสมอ”

 

ถึงจะไม่เหมือนกันเลยแต่ก็แมทช์กันได้

พี่เบลบอกว่าเธอไม่ได้คาดหวังว่าคู่ชีวิตที่เข้ามาในชีวิตจะต้องเป๊ะตามที่คิดทั้งหมด แค่มันเป็นเรื่องที่โชคดีที่เธอเจอคนที่ตรงตามต้องการพอดี “เราเป็นแฟนคนแรกของเขา ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาชอบในตัวเราทั้งๆ ที่เรากับเขาไม่เหมือนกันเลย พอมาคุยกันแล้วมันเข้าใจกัน บางคนชอบบอกว่าต้องชอบอะไรเหมือนกันถึงจะเข้ากันได้แต่บางทีเราไม่ได้ชอบอะไรเหมือนๆ กันแต่ว่าเราก็ลองดูว่าสิ่งที่เขาชอบมันเป็นยังไง เราชอบอะไรเขาก็ลองเหมือนกัน สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจกันมันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วว่าเราจะเป็นคนแบบไหน หรือเป็นยังไง มันแค่ต้องเปิดใจของคนทั้งสองคน”

HOROSCOPE