กว่าจะมาเป็นกลิ่นไม่ง่าย ‘แป้ง – วริษฐา’ คือส่วนหนึ่งของความหอม - CLEO Thailand Online Magazine

กว่าจะมาเป็นกลิ่นไม่ง่าย ‘แป้ง – วริษฐา’ คือส่วนหนึ่งของความหอม

เราบังเอิญได้รู้จัก คุณแป้ง – วริษฐา อุรพีพัฒนพงศ์ ผู้อยู่ในอุตสาหกรรม ‘ความหอม’ หนึ่งในห้าบริษัทใหญ่ของโลกที่รู้จักกันดีในวงการ ก็เลยขอเวลาสั้นๆ มานั่งคุย เพิ่งรู้ว่ามีอาชีพที่จะได้ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใกล้กลิ่นหอมอยู่ด้วยบนโลกนี้! ที่สำคัญไม่ต้องฝังตัวอยู่ในห้องทดลองด้วยนะ

“แป้งย้ายไปเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษตั้งแต่เด็ก กลับบ้านช่วงซัมเมอร์มาเจอคุณพ่อคุณแม่ ความจริงแล้วแป้งอยากเรียนสถาปัตยกรรม แต่คุณพ่ออยากให้เรียนวิทยาศาสตร์ ก็เลยเลือก Biochemistry จนจบปริญญาตรี พอดีเจอคอร์สปริญญาโทที่ฝรั่งเศสด้านเครื่องสำอางและน้ำหอม ก็เลยลองเลือกเรียนดู แล้วอาจจะทำงานที่นั่นต่อเลย” ตอนแรกเธอไม่มีความคิดจะกลับมาเมืองไทย เมื่อเวลาผ่านไป “สิบเดือนแรกเรียนที่ฝรั่งเศส แล้วปีต่อไปเรียนที่อิตาลีอีกห้าเดือน เหลืออีก 5-6 เดือนก็ฝึกงานที่เซี่ยงไฮ้อีกสามปี” สุดท้ายเธอก็กลับมาประจำอยู่ประเทศไทยได้ประมาณสองปีแล้ว ความจริงคุณแป้งต้องเลือกระหว่างสิงคโปร์กับไทย แต่ด้วยความที่ไทยเป็นบ้านเกิดและไม่ค่อยรู้จักเมืองไทยมากเท่าไหร่ก็เลยเลือกที่จะกลับมาที่นี่ “คุณพ่อคุณแม่ก็อายุมากแล้ว เราก็เลยกลับมา ได้มีบทบาทในฝ่ายขายมากขึ้น”

 

วงการน้ำหอมไม่ได้มีแต่คนซื้อคนขายและ perfumer เท่านั้น

“เคยคิดว่างานน้ำหอมมีแค่ perfumer เท่านั้น แต่พอเข้ามาในบริษัทเราก็ได้พบงานหลายๆ อย่าง แล้วก็ได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง” งานของคุณแป้งเป็นคนทำงานกับคนครีเอตกลิ่น เธอต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และจะได้เลือกกลิ่นที่เหมาะกับลูกค้า “สมมติว่าลูกค้าต้องการพัฒนาแชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่นหรืออะไรก็ได้วางขายในช่วงซัมเมอร์ หน้าที่ของเราก็คือเอากลิ่นไปนำเสนอตามบรีฟที่ได้มาจากลูกค้า แต่แทนที่เราจะส่งให้เป็นมาร์เกตติ้งคอนเซปต์ ก็เอากลิ่นไปให้ลูกค้าดม”

งานของเธอก็เหมือนกับเป็น Creative Director ส่วน Perfumer เขาจะเป็นเหมือนเชฟที่คอยสร้างสรรค์กลิ่น “เราได้เป็นตัวกลางที่เชื่อมกับทุกฝ่าย ต้องเข้าใจทุกคน เห็นภาพที่กว้างขึ้น และก็ต้องดูตลาดด้วยว่าตอนนี้กำลังไปในทิศทางไหน อย่าคิดว่าเรารู้หมดแล้ว ต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทั้งเทรนด์ เทคโนโลยี จะอยู่แต่ในคอมฟอร์ดโซนไม่ได้

เทรนด์น้ำหอมเดี๋ยวนี้คนไทยรับกลิ่นแปลกได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือน้ำยาปรับผ้านุ่มมีกลิ่นให้เลือกเยอะมาก “ความหอมแทบจะเทียบเท่าได้กับน้ำหอมเลย คนไทยบางส่วนใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแทนน้ำหอม แต่ก็มีบางส่วนที่ฉีดเพิ่มเข้าไปอีก” ซึ่งคนไทยไม่ได้หมายถึงคนในเมืองเท่านั้น แต่ในบางหลังคาเรือนน้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนเป็นน้ำหอมในบ้านเลยทีเดียว

 

เราใช้ ‘กลิ่น’ เพื่อส่งผลด้านอารมณ์

เพราะกลิ่นก็ไม่ได้ทำให้ผ้าสะอาดขึ้น แต่เราจะรู้สึกสะอาดก็ต่อเมื่อสิ่งที่เราใช้มีกลิ่นหอม “มัน drive emotion สมองเราจะรับรู้ได้ว่ากลิ่นหอมทำให้เรารู้สึกสะอาด บางคนได้กลิ่นบางอย่างแล้วนึกถึงความทรงจำในอดีต” ซึ่งคุณแป้งบอกว่าบางกลิ่นอาจส่งผลถึงความรู้สึกคนต่างกันในแต่ละพื้นที่ “คำว่า ‘สดชื่น’ ของคนญี่ปุ่นอาจเป็นแนวซิตรัส ผลไม้รสเปรี้ยว ส่วนคนไทยอาจจะชอบดอกไม้และผลไม้ที่หวานกว่า”

แล้วถ้าถามว่าอยากเซ็กซี่ต้องใช้กลิ่นไหน คุณแป้งบอกว่ามันขึ้นอยู่ที่ความมั่นใจของแต่ละคนมากกว่า “หลายคนเขาจะใช้วานิลลา หรือไม่ก็ดอกไม้ขาวอย่าง Jasmine ที่มีความ oriental”

 

กลิ่นน้ำหอมเบื้องต้น 101

คงมีคนไม่น้อยที่สงสัยว่า อะไรคือกลิ่น top notes, middle notes และ base notes อธิบายอย่างง่ายเลยคือ “กลิ่นบางกลิ่นจะระเหยเร็วกว่า บางกลิ่นระเหยช้า top notes จะเป็นพวกซิตรัส ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ส่วน middle notes ส่วนใหญ่ให้กลิ่นฟลอรัล ดอกไม้ต่างๆ และ base notes จะเป็นวู้ดดี้ วานิลลา อย่างกลิ่นวานิลลามันจะติดทน คนเอามาใช้เยอะ แต่ที่คิดว่ายิ่งติดทนนานยิ่งดีมันไม่เสมอไปนะ” คุณแป้งแนะว่าถ้าจะซื้อน้ำหอมขวดละหลายพันแล้วให้ลองฉีดลงบนตัวเลย แล้วเดินเล่นก่อนสักครึ่งชั่วโมงผ่านไป ค่อยตัดสินใจว่ามันเหมาะกับเราไหม

 

ทุกงานมีดีก็ต้องมีข้อเสียที่เรายังรับได้

“เราสนุกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ความสุขจริงๆ เลยคือเราได้เห็นโปรเจคตั้งแต่เป็นไอเดียไปจนถึงตอนที่จับต้องสินค้าได้ บางไอเดียอาจจะไม่ชนะ แต่เราจะได้รู้ว่าเราพลาดตรงไหน ทีมเราได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง แป้งรักงานนี้เพราะได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ เอาด้านวิทยาศาสตร์และอาร์ตมารวมกัน และได้ทำงานเป็นทีม แป้งชอบความเป็น team spirit” ส่วนท้ายแล้วไม่ว่าเราจะทำงานอะไร คุณแป้งบอกว่าเราควรรู้ว่าเราชอบอะไร เพราะสิ่งที่เราชอบจะมีบางอย่างที่เราไม่ชอบ แต่ยังคงอยู่กับมันได้ “งานที่เราทำไปแล้วยังรักในสิ่งที่ชอบได้อยู่”

ไม่ได้มีแต่น้ำหอมเท่านั้นที่วนเวียนอยู่ในวงการความหอมนี้ “เราต้องดมผ้าที่สกปรกด้วย ต้องรู้ว่ากลิ่นที่เราพัฒนามันกลบสิ่งสกปรกได้หรือเปล่า เราต้องเข้าใจ น้ำหอมไม่ได้ช่วยกลบได้ทุกกลิ่นหรอก อย่างน้ำยาดัดผมในร้านที่เราได้กลิ่นก็ผสมน้ำหอมมาแล้ว กลิ่นแรกจะแรงจนแสบจมูกเลย”

 

ชอบอะไร’ เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราทำในสิ่งที่รัก

“แป้งว่าเราอย่ากลัวที่จะลอง ความรู้สึกที่แย่ที่สุดสำหรับแป้งคือคำว่า ‘เสียดาย’ อย่างน้อยก็ได้ลองและไม่เดือดร้อนใคร เพราะถ้าลองแล้วไม่เวิร์ค เราก็แค่เปลี่ยนไปลองอย่างอื่น ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นค้างคาและคำว่า what if จะติดอยู่ในใจ” ไม่เกี่ยวหรอกว่าคุณแป้งเริ่มสิ่งที่รักเร็วกว่าคนอื่น เพราะในชีวิตเธอก็มีรุ่นพี่ที่เพิ่งได้ออกไปทำเวิร์คช็อปทุกวีคเอนท์ตอนอายุ 40 กว่า “บางทีที่เราไม่เปิดใจเราจะไม่รู้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะกับเรา งานทุกงานมีพาร์ตที่สนุกและพาร์ตที่เราไม่อยากทำอยู่แล้ว”

“แป้งชอบไปสเก็ตรูปต่างที่ต่างๆ นะ โลกมันหมุนเร็วการนั่งสเก็ตรูปมันทำให้เราได้สังเกตพฤติกรรมคนด้วย วาดไปเรื่อยๆ เหมือนได้ค้นหาตัวเอง แป้งใช้การจดบันทึกด้วยการวาดแทนการเขียน”

 

สานต่อฝัน ในสิ่งที่รักและถนัดในชีวิต

ตอนนี้คุณแป้งก็ได้ก้าวขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ปด้วยการลุยทำสิ่งที่เธออยู่กับมันมานาน ก็คือโปรดักส์ที่มีกลิ่นหอมนี่เอง กลิ่นที่มีความเป็นผู้หญิงและดีไซน์เฟมินีนที่เราเห็นแล้วยังต้องอมยิ้ม คุณแป้งตั้งใจทำทั้งสบู่ ครีมอาบน้ำและบอดี้ครีมแบบสุดตัว และเพิ่มความพิเศษคือผ้าพันคอเนื้อนุ่ม ลวดลายจะจากที่ไหน ถ้าไม่ใช่เป็นฝืมือเธอวาดเอง!

IG : @wonderloveofficial

HOROSCOPE