โลกหลากสีของ WONDERFRAME ที่ไม่ได้สดใสอย่างที่คิด - CLEO Thailand Online Magazine

โลกหลากสีของ WONDERFRAME ที่ไม่ได้สดใสอย่างที่คิด

ผ่านอะไรมามากมายเลยกับ เฟรม – ศุภัคชญา สุขใบเย็น หรือ WONDERFRAME เจ้าของเพลงสุดฮิตติดหู “อยู่ดีๆ ก็…” ที่กวาดยอดวิวไปเกือบ 90 ล้านวิวในยูทูปในเวลาไม่ถึงปี! และตอนนี้นอกจากบทบาทศิลปิน เธอก็กำลังเรียนต่อปริญญาโท MBA ที่นานาชาติแสตมฟอร์ดอยู่ด้วย มา Girl’s talk และรู้จักเธอในมุมต่างๆ ที่เราไม่เคยรู้ไปพร้อมๆ กัน บอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยล่ะ!

wonderframe

การร้องเพลงคือชีวิต

“รู้ตัวเองว่าชอบร้องเพลงตั้งแต่รู้ว่าตัวเองพูดได้ มันเลยเป็นความฝันอย่างเดียวที่รู้สึกว่าชอบและอยากทำจริงๆ” เฟรมเริ่มเข้าวงการครั้งแรกจากเวทีเดอะสตาร์ ตอนอายุ 17 แต่ความจริงแล้วเธอเดินสายประกวดร้องเพลงตั้งแต่อายุ 13 ปี ไม่เคยชนะหรือได้รางวัล และจะร้องไห้ทุกครั้งที่ตกรอบ “ท้อนะ แต่ท้อไม่นาน พอท้อแล้วมันจะเป็นโลกสีดำ เห็นร่าเริงแบบนี้ เป็นคนที่กดดันตัวเองมากๆ เพื่อที่จะได้ในเป้าหมาย ในช่วงที่หายไปเป็นช่วงที่เรียนจบพอดี ก็ไปเรียนโปรดิวเซอร์ แต่งเพลง ทำดนตรีเอง เฟรมเชื่อว่า ถ้าเรารู้ว่าอาชีพที่เรารักมันจริงๆ เป็นยังไง ยังไงเราก็อยู่ได้” เฟรมชอบยูนิคอร์นมาก เลยเอาความเป็นยูนิคอร์นมาใส่ในเพลงของตัวเอง และให้คนฟังจำภาพว่าเธอคือยูนิคอร์น “บางทีเราอยู่กับโลกแห่งความจริงเยอะไปมันก็ไม่มีความสุข อยากให้คนมองเราเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ(ขำ) อยากจะเป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่งที่พาคนฟังหลุดไปในอีกโลกที่สดใสและแฟนตาซีขึ้น” 

ในวันที่ยูนิคอร์นไม่ใช่สีพาสเทล

เฟรมจะเป็นคนจำทุกอย่างเป็นสี ไม่ว่าจะสถานการณ์ คน หรือว่าเพลง เธอแทนโลกของเธอเป็นสีรุ้ง สีพาทเทล แต่ช่วงที่เธอมีกระแสในแง่ลบ โลกของเธอเป็นสีดำสนิท เพราะเธอโดนโจมตีหนักมากถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่เธอต้องอยู่ อยู่ให้ครอบครัว “สายตาของพ่อแม่ดูเจ็บปวดกว่าเราอีกตอนที่เราเสียใจ ถ้าเราเป็นพ่อแม่แล้วลูกมาเจอแบบนี้ เขาคงจะเสียใจมากกว่าเราอีก ก็เลยต้องเข้มแข็ง ต้องอยู่ให้ได้ เหมือนโดนแกล้งตรงที่ช่วงนั้นเราเองก็มีงานทุกวันเหมือนกัน เราต้องขึ้นคอนเสิร์ต ตอนขึ้นไปร้องเพลงเราปกติมาก แต่พอลงมาจากเวที เรานั่งร้องไห้ กระแสมันแรงมาก มันจะมาเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์” เธอยอมรับและเข้าใจผลจากการกระทำของตัวเองที่ทำไปโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง แต่เธอทำได้แค่ไม่ไปเพิ่มประเด็น อยู่เฉยๆ ไม่ออกไปตอบโต้อีก “การรับมือจริงๆ คือเราไม่อ่านอะไรเลย ชีวิตเรามีความสุขมากเวลาเราวางโทรศัพท์ลง อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าเรา มันทำให้เราผ่านไปได้”

 

แค่อ้วน… โลกไม่แตกหรอก!

เฟรมเล่าว่าเธอเคยเป็นเด็กที่อ้วนมาก หนักถึง 65 กิโล ตอนที่เรียนอยู่ ป.5 เธอลดน้ำหนักด้วยวิธีกินโยเกิร์ตวันละมื้อ จนน้ำหนักลดไป 20 กิโล แต่มันเป็นวิธีที่ผิด เพราะเธอไม่สูงและไม่โตเลย รวมถึงเธอรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติด้านการกิน ห่วงเรื่องรูปร่าง ถึงกับไม่อยากออกจากบ้านเพราะไม่อยากให้ใครทักว่าอ้วนขึ้น “กลายเป็นว่าเราขาดความมั่นใจไปเลย ใช้เวลานานมากกว่า 10 ปี กว่าจะดีขึ้น พอวันหนึ่งเราไปทำงาน คุณค่าของเราจะไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวอีกแล้ว แค่รักษาร่างกายไว้ไม่ให้มันเสียสุขภาพแค่นั้นพอแล้ว ผู้หญิงหลายคนจะคิดมากเรื่องน้ำหนักตัวมาก มันไม่ใช่จุดจบของโลก ชีวิตมีค่ามากกว่านั้นเยอะ”

ทำให้ดี.. ในแบบที่เป็นตัวเอง

เฟรมเชื่อในเกิร์ลพาวเวอร์มาก เธอเคยโดนดูถูกและการเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง เธอสารภาพตรงๆ เลยว่าค่อนข้างเจ็บปวดกับเรื่องนี้ “เราเชื่อเสมอว่าผู้หญิงก็ไม่แพ้ผู้ชาย แน่นอนเราเป็นเพศที่อ่อนแอ โดยสรีระเราสู้เขาไม่ไหวหรอก แต่เราก็ยังมีสมองอยู่ที่จะต่อสู้กับผู้ชายได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สุดท้ายก็ต้องกลับมามองที่เรื่องของผลงานอยู่ดี” แฟนเพลงของเธอส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ และเยาวชน บางร้านจ้างเธอไปเพราะลูกสาวชอบ หรือบางครั้งก็มีอีเวนท์ของเด็กๆ จนเธอก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าเธอเองก็แต่งตัวเหมือนเด็กเลยในบางครั้ง “จากปัญหาที่เคยเจอดราม่ามาคือเพราะเราคิดน้อย เราไม่ได้คิดว่าคำว่าบุคคลสาธารณะจะเซนสิทีฟ เพราะเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็น แต่ตอนนี้เราเป็นบุคคลสาธารณะมากขึ้น ยิ่งมีเด็กๆ มาติดตามยิ่งต้องระวังมากขึ้น ให้ไปในทิศทางที่ดีแต่ก็ไม่ได้เสียความเป็นตัวเอง แค่โชว์ตัวเองในด้านดีออกมามากขึ้น เยาวชนที่เขามาตามเรา เขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ยิ่งเขายึดเราเป็นไอดอล แล้วถ้าไอดอลของพวกเขาทำตัวออกมาไม่ดี เขาก็อาจจะทำตาม แล้วเขาจะโตมาเป็นคนที่ดีได้ยังไง”

รู้จักตัวเองก่อน แล้วจะรักเป็น

“เป็นคนชอบมีความรักมาก เพราะมันทำให้ชีวิตเราสดใส เราเสพติดช่วงแรกของความสัมพันธ์ พอถึงเวลาที่ความจริงมันไม่แฮปปี้ เราก็ต้องออกมา ยิ่งเราโตขึ้นเราจะเข้าใจว่า เราหาคนที่น่ารักกับเราได้สม่ำเสมอ เข้าใจเรา เท่านั้นพอ ไม่ต้องทำอะไรที่มันหวือหวาก็ได้” จริงอยู่ว่าเฟรมชอบมองและใช้วิธีการจำสิ่งต่างๆ ด้วยสี และความรักสำหรับเธอ เธอแทนด้วยสีชมพู “ความรักที่ดีควรส่งเสริมให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ถ้าไม่รู้จักตัวเองดีพอ คนรักเราเขาจะรู้จักเราได้ยังไง ผู้หญิงชอบไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จริงๆ คือต้องคุยกับตัวเองก่อนว่าตัวเองต้องการอะไร ค่อยไปเรียกร้องคนอื่น(ขำ)” 

ความรักที่ อยู่ดีๆ ก็…

ความรักที่มีผลกับชีวิตเฟรมที่สุด คงเป็นความรักครั้งที่เธอแต่งเพลงอยู่ดีๆ ก็… เพราะมันเปลี่ยนชีวิตเธอไปเลย “เพลงที่เราเขียนคือเพลงที่เราเจอจริงๆ ถ้าเราไม่เคยเจอจริงๆ เราแต่งไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็แต่งเพลงนะแต่ไม่จบสักเพลง พอเขียนจากความรู้สึกจริงแล้วเราเห็นภาพ เฟรมเชื่อว่าถ้าเราเห็นภาพแล้วมาเขียนเป็นเพลง คนฟังจะเห็นภาพด้วย เหมือนเราซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราเขียน” ถ้าถามว่าความรักของเพลงอยู่ดีๆ ก็… ของเธอเป็นความรักจริงๆ หรือเปล่า เธอเองก็ยังให้คำตอบไม่ได้ “เฟรมก็ไม่แน่ใจ มันอาจจะเป็นความชอบ หรือความหลงมากกว่า เขาหายไป และเรารู้สึกว่าการหายไปของเขาทำให้เราไม่มีค่า ทำไมเขาทำเหมือนเราเป็นขยะเลยอะ” เธอพลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ ในวินาทีที่รู้สึกตัวเองไม่มีค่า เฟรมจะหาค่าอย่างอื่นมาแทนให้ตัวเอง คือการแต่งเพลง ต้องขอบคุณที่เขาไม่ตอบ(เลยมีเพลงออกมา) ซึ่งเฟรมก็บอกเจ้าตัวนะว่าแต่งเพลงนี้ให้ “อยากให้ผู้หญิงหลายๆ คนลองไปทำดู ลองไปหาสิ่งที่รักแล้วทำมัน เพื่อเพิ่มค่าให้ตัวเอง เมื่อก่อนเวลามีความรักเฟรมไม่ทำอะไรเลย ทุ่มหมดตัว สุดท้ายเราก็เจ็บเอง แต่ว่าคุณค่าของเราจริงๆ คือเราก็ต้องกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ค่าของคนก็อยู่ที่ผลงาน อันนี้เรื่องจริง”

สุดท้ายเฟรมฝากผลงานซิงเกิล เพลงกลั้นใจ ที่จะได้เห็นเฟรมในมุมหนึ่งที่คิดว่าหลายๆ คนไม่เคยเห็น และผลงานล่าสุดสดๆ ร้อนๆ “OUU NA NA” ออกมาแล้ว ฝากติดตามกันได้ทุกช่องของ WONDERFRAME นะจ้ะ

HOROSCOPE