The TOYS ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมแค่อยู่ในโลกของผมเท่านั้นเอง

The TOYS : ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมแค่อยู่ในโลกของผมเท่านั้นเอง

The TOYS, เดอะทอยส์, ลาลาลอย, thetoys

The TOYS

ธันวา บุญสูงเนิน, 23 ปี 

โปรดิวเซอร์ และนักร้อง

 

 

บทสนทนานี้เกิดขึ้นช่วงที่ The TOYS อยู่ในวันพักผ่อนของเขา…เราดีใจกับทอยมากที่เขามีวันหยุด เชื่อว่าเดอะแฟนก็น่าจะดีใจแบบเราด้วยเหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันก็เกรงใจมากที่เขาสละเวลาพักผ่อนแวะมาทำงานกับเรา ด้วยตารางงานทุกๆ เดือนของเขาที่เราเห็นนั้น ถ้าให้พูดภาษากันเองก็คงต้องบอกว่า วิ่งกันขาขวิด เลยทีเดียว

ก่อนเจอกับทอยในครั้งนี้ I just wonder บางที…ว่าเขาจะพูดน้อยเหมือนเดิมไหมนะ แต่หลังจากนั่งคุยกัน Cleo Team ลงความเห็นว่าทักษะการพูดของทอยดีขึ้น ส่วนสไตล์การตอบคำถามยังคงเป็นทอยเหมือนเดิม บางคำถามนิ่งคิด บางคำถามตอบเลยทันที และบางคำตอบชวนเราอึ้ง

เราถามทอยว่า ปกติเป็นคนชอบคุยหรือเปล่า

“ผมจะคุยมากขึ้นในเรื่องที่ผมอยากคุย”

The TOYS, เดอะทอยส์, ลาลาลอย, thetoys

 

หากพูดถึงผลงานของ The TOYS วันนี้เราไม่มีข้อกังขาอีกต่อไป เพราะนอกจากรางวัลมากมายที่ได้รับ ความสำเร็จของอัลบั้มแรก SUN ยอดวิวในยูทูบ จำนวนการสตรีมมิ่งในเว็บเพลง การทำงานเบื้องหลังให้กับศิลปินคนต่างๆ รวมไปถึงการแสดงสดบนเวที ซึ่งทอยคือศิลปินอีกคนหนึ่งที่เรายอมรับเลยว่าร้องสดได้ดีเหมือนเปิดแผ่นมาก สิ่งต่างๆ เหล่านี้น่าจะการันตีได้ว่า เขาคือผู้ที่มีพรแสวงทางด้านดนตรีที่ประสบความสำเร็จไปแล้วเรียบร้อยด้วยวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น

 

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมปีที่แล้ว The TOYS ก็คว้ารางวัล Best New Asian Artist Thailand บนเวที 2018 MAMA Premiere in Korea หลังจากที่เขาแสดงเพลงก่อนฤดูฝนเวอร์ชั่นเรียบเรียงใหม่แล้ว ชื่อของ The TOYS ก็ติดอันดับการค้นหาในเว็บสตรีมมิ่งเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Melon และเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นของเกาหลีอย่าง NAVER ทันที พ่วงด้วยตำแหน่งหนุ่มขี้อาย (Mr.Shy) ก่อนจะตกแฟนๆ ชาวเกาหลีกลับเมืองไทยมาด้วยอีกเพียบ ถ้าใครได้ตามข่าว ก็จะรู้ว่าช่วงเวลาที่ทอยขึ้นไปรับรางวัลและต้องพูดขอบคุณบนเวทีนั้นมีเดดแอร์เกิดขึ้น ซึ่งทอยให้สัมภาษณ์หลังจบงานว่าเขาประหม่าและตื่นเต้นมาก จึงทำให้ลืมสิ่งที่เตรียมตัวไว้

และนี่คือสิ่งที่ทอยอยากพูดในวันนั้น…

“คือมันยาวนะ แต่อยากจะบอกว่าจริงๆ ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักร้อง ผมไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยสักหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ผมอยากเป็นโปรดิวเซอร์ ทำโปรดักชั่นเฮาส์ และเป็นเจ้าของโปรดักชั่นเฉยๆ ไม่มีความคิดว่าจะเป็นนักร้องหรือศิลปินเลย แล้ววันนั้นซึ่งเป็นวันที่เราอยู่เกาหลี ในฐานะศิลปิน ทุกอย่างมาไกลมากๆ จากวันแรกจนถึงวันนี้ความคิดผมเปลี่ยนไปมากเลย แค่เพียงเพราะว่าแฟนคลับ แค่เพียงเพราะคนที่อยู่ข้างๆ คนที่ซัพพอร์ตงานเรา พี่น้อง เพื่อนๆ ทีมงาน พวกเขาเป็นปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้ผมตั้งใจทำงานเป็นศิลปิน ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้อยากเป็นตั้งแต่แรก แต่ผมอยู่ได้เพราะพลังงานแบบนี้”

[ปลายเดือนนี้ทอยจะมีคอนเสิร์ตของตัวเองครั้งแรกในประเทศเกาหลีใต้! ใช่ คุณอ่านไม่ผิด ทอยกำลังจะมีคอนเสิร์ตของตัวเองที่ประเทศเกาหลีใต้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถ้าใครไปเที่ยวช่วงนั้น หรืออยู่ที่นั่นอยู่แล้ว แวะไปให้กำลังใจเขาได้ เปิดขายบัตรแล้วด้วย]

The TOYS, เดอะทอย, ทอย, ทอย ธันวา, ธันวา บุญสูงเนิน, ลาลาลอย

ถ้าย้อนกลับไปได้ ทอยยังอยากเป็นนักร้องอยู่ไหม

อืม…เอาจริงๆ ตอนแรกก็ไม่นะ แต่ตอนนี้ผมโอเค สาเหตุที่ผมเพิ่งมาโอเคเพราะผมเข้าใจว่าผมก็เป็นผมได้นี่นา ก่อนหน้านั้นผมเข้าใจว่าการเป็นนักร้องการเป็นดารานั้นเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่เราไม่เข้าใจเลย และในเมื่อเราไม่เข้าใจในศาสตร์นั้นๆ ผมก็เป็นตัวผมไปเลย มันสบาย ไม่อึดอัด จะเป็นนานเท่าไรก็ได้ หลายคนไม่รู้ว่าการเป็นนักร้องกับไอดอลมันไม่เหมือนกัน ซึ่งผมไม่ใช่ไอดอล ผมเป็นโปรดิวเซอร์ ที่ร้องเพลงในฐานะศิลปินมากกว่า

ถ้าให้ทอยเลือกเป็นได้หนึ่งอย่างระหว่างโปรดิวเซอร์กับนักร้อง

ต้องเลือกเป็นโปรดิวเซอร์สิครับ ไม่ต้องคิดเลย

ความสำเร็จสำหรับทอยคืออะไร

ความสำเร็จสำหรับผม…ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เรากำหนดขึ้นมาเองทั้งนั้นเลย ความสำเร็จไม่มีหรอก อย่างเราบอกว่าความสำเร็จของเราคือ…สมมติ ผมจะซื้อบ้านให้แม่ แต่พอผมซื้อบ้านให้แม่แล้ว ก็ยังหานู่นหานี่ทำไปอีก อยากทำแบบนั้นอีก อยากเป็นนั่นอยากเป็นนี่ สุดท้ายความสำเร็จมันไม่มีจริงหรอก มันเป็นแค่เลเวลๆ หนึ่งที่เราตั้งไว้ พอผ่านได้ ก็ไปด่านต่อไป ไปเรื่อยๆ ความสำเร็จสำหรับผมคือการหยุดนิ่ง ไม่มีกิเลส อาจจะเข้าทางหลักธรรมหน่อย

เหมือนนิพพานอะไรอย่างนั้นหรือเปล่า

ไม่เชิงครับ ก็แค่เราไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว อย่างเช่นมุมมองเราคือความสำเร็จ นึกออกมั้ย เรามองว่าเราไม่ต้องการจะเป็นแบบไหน เราไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นั่นคือความสำเร็จ

 

สมัยก่อนเราวัดความสำเร็จในเรื่องการทำเพลงที่ยอดขายด้วยคำว่า ‘ล้านตลับ’ แล้วทอยล่ะ วัดจากอะไร

ถ้าผมจะตั้งความสำเร็จด้วยการวัดผลจากยอดขาย นั่นหมายความว่าความสำเร็จของผมเกิดขึ้นเพราะคนอื่นเป็นตัวแปร ถูกไหม ความสำเร็จมันควรเกิดขึ้นจากตัวแปรอย่างเราเอง เราควรจะวัดความสำเร็จที่เราเอง ไม่ใช่เพราะยอดขาย เพราะยอดขายเป็นหน้าที่ของผู้บริโภค แต่ความสำเร็จจากตัวเราคือการทำอะไรก็ตามที่เรามีความสุขที่สุด พอแล้วที่สุด ถ้าผมเขียนเพลงแค่บรรทัดแรก แล้วผมรู้สึกมีความสุข นั่นก็สำเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องเพลงอย่างเดียวนะ แค่เรากินข้าว เราชอบรสชาติ เราก็สำเร็จแล้ว

การประสบความสำเร็จในวัย 23 ปี คิดว่าเร็วไปไหม

ผมว่าปกตินะ เพราะผมทำงานเบื้องหลังมานานมากแล้ว มันเป็นการเก็บประสบการณ์เรื่อยๆ ผมอยู่ข้างหลังศิลปิน ผมเห็นว่าศิลปินแต่ละคนเป็นยังไง เจออะไรบ้าง ผมเลยไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรกับสิ่งที่เราได้รับ

เวลาทำเพลงให้ศิลปิน ทอยเป็นโปรดิวเซอร์แบบไหน

ผมจะพูดคุยกับศิลปินทุกครั้ง เพราะผมไม่อยากให้ศิลปินเป็นหุ่นเชิด ผมอยากให้มันเป็นสิ่งที่เขาควรจะเป็น ไม่ใช่ว่าผมเป็นโปรดิวเซอร์แล้วจะทำเหมือนเขาเป็นสินค้า แล้วไปเปลี่ยนเขาหมดเลย ผมว่าเขาเป็นแบบไหนควรให้เขาเป็นแบบนั้น แล้วก็คอยซัพพอร์ตเขา แค่นี้

คิดว่าอะไรที่ทำให้มาไกลขนาดนี้

ผมก็ไม่แน่ใจนะ ผมยังไม่รู้ว่าทำไม The TOYS ถึงมาได้ไกลขนาดนี้ แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องการทำโดยไม่หวังผล และสนุกกับการทำโดยไม่ได้หวังผล น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ผลมาโดยไม่ได้หวังเหมือนกัน เราไม่ได้เล่นดนตรี แต่ผมคิดว่าดนตรีเล่นเราอยู่ทุกวัน คือคนเล่นดนตรีเนี่ย จะเล่นเพื่อหวังผล เราอยากได้เงินบ้าง อยากมีชื่อเสียงบ้าง ต่างเหตุผลออกไป แต่ถ้าดนตรีเล่นเรา ไม่ว่าตื่นมาแล้วรู้สึกยังไง เราก็จะเล่นมัน เหมือนเราโดนบีบให้ติดดนตรี ให้อยู่กับดนตรี ผมรู้สึกแบบนี้

ทอยตั้งเป้าหมายปีนี้ไว้ไหม

ไม่มีครับ เป้าหมายเป็นเรื่องที่ผมไม่อยากตั้งไว้ ไม่อยากหวัง ยกตัวอย่างเมื่อกี้ผมเดินเข้ามา 10 ก้าว ถ้าเราเดินออกไปมันอาจจะเป็น 15 ก้าว เห็นไหมว่ามันยังไม่เหมือนเดิมเลย เดินกลับมาอาจจะ 19 ก้าว ออกไปอาจจะ 7 ก้าว แค่ระยะทางเท่ากันแต่มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมได้เสมอ ผมเลยคิดว่าการกำหนดเป้าหมายมันไม่มีทางนิ่ง และไม่มีทางเหมือนเดิม

เพราะกลัวว่าจะผิดหวังหรือเปล่า

ก็ด้วยครับ แต่ผมไม่เคยผิดหวัง นั่นเพราะผมไม่เคยคาดหวัง ซึ่งเป้าหมายมันทำให้เราไม่มีความสุขนะ การมีเป้าหมายมันทำให้เราติดอยู่กับตรงนั้น สมมติเราจะวิ่ง เป้าหมายคือสิบกิโลเมตร ใจเราจะไปอยู่ที่กิโลเมตรที่สิบแล้ว มันทำให้เราไม่มีความสุขกับหนึ่งร้อยเมตรแรก สองร้อยเมตรแรก ผมเลยไม่อยากมีเป้าหมาย มันไม่สนุก

เชื่อเรื่องพรสวรรค์กับพรแสวงไหม

ผมเชื่อเรื่องพรแสวงครับ เพราะเป็นสิ่งที่เราจับต้องและเห็นได้อยู่ในทุกวันนี้ ซึ่งผมทำและมันก็สัมฤทธิ์ผลด้วยดี ก็เลยเชื่อ

แล้วพรสวรรค์ล่ะ

ไม่เชื่อครับ

ไม่คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์เหรอ เพราะทอยก็มีสายเลือดทางด้านนี้ที่ส่งต่อมาจากทั้งแม่ (นิตยา บุญสูงเนิน) พ่อ และป้า (เจินเจิน บุญสูงเนิน)

มันน่าจะเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่เราซึมซับมาตั้งแต่เกิดแล้วมากกว่า แต่เรื่องพรสวรรค์ผมไม่เชื่อเลย

The TOYS, เดอะทอยส์, ลาลาลอย, thetoys

ถ้าวันหนึ่ง The TOYS หมดความนิยมไป จะเกิดอะไรขึ้น

ก็ไม่เกิดอะไรเลย เพราะตั้งแต่วันแรกผมก็ไม่เคยหวังอยู่แล้ว ผมไม่เดือดร้อน และจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย เพราะผมไม่ได้ยึดติดกับอะไรตรงนี้เลย ไม่ได้ต้องการความนิยมอะไรแบบนี้เลย ชีวิตผมยึดติดอยู่แค่ไม่กี่เรื่อง คือเราชอบกินอาหาร ชอบออกกำลังกาย ดูพุ่มไม้ใบหญ้า ดูธรรมชาติเรื่อยเปื่อย ไม่เคยยึดติดว่าจะต้องเป็นอะไร นอกจากงานที่ทำให้ผมมีความสุขแล้ว ผมมีชีวิตที่มีความสุขมากๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

ตั้งแต่ทำงานมาเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเฟลไหม

มีครับ ตอนเด็กๆ ที่ขายงานไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่ตอนที่เอาเพลงหน้าหนาวที่แล้วไปขายที่ค่ายเพลงนะ มันมีก่อนหน้านั้นอีก เรื่องเพลงหน้าหนาวที่แล้ว ผมไม่ได้ซีเรียสเลย ตอนเด็กๆ เวลาที่เราตั้งใจทำอะไรมากๆ แล้วคิดว่าต้องผ่านแน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สุดท้ายมันไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ก็เลยเฮิร์ต แต่แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย

คือกลายเป็นคนไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นเหรอ

หลังๆ เหมือนจะเป็นแบบนั้นนะครับ เจอเรื่องร้ายแค่ไหน เลวร้ายยังไง ผมเฉยๆ แล้ว ไม่มีอะไรร้ายไปกว่าสิ่งที่เคยเจอตอนเด็ก ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องที่เจอทุกเรื่องมันเล็กมาก

พอจะบอกได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่แน่ใจเหมือนกัน มันนานมาก แต่บอกได้แค่ว่าชีวิตผมไม่ได้เพอร์เฟกต์ตั้งแต่เด็ก

ตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากหรือยังว่าคนเราประสบความสำเร็จในทางตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีใบปริญญา

ผมก็ยังไม่กล้าพูดนะ เพราะสุดท้ายการศึกษาก็ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลายๆ คน เราอยู่กับการศึกษามาตลอดชีวิต โอเค เรารู้จักการศึกษา เรารู้จักคณิตศาสตร์ เรารู้จักไซน์ คอส แทน แต่เราไม่รู้จักตัวเอง ผมแค่มองว่าบางคนที่รู้จักตัวเองมากกว่าที่จะไปรู้จักวิชาอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมว่าผมสนับสนุนให้เขาเดินไปในเส้นทางของตัวเอง แต่กับหลายๆ คนที่ต้องพึ่งการศึกษา ถูกแล้วที่ต้องเรียนต่อไป เรื่องนี้มันใช้ไม่ได้กับทุกคน เพราะทุกคนไม่ได้มีเหมือนกัน

แล้วตอนที่ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน ทอยคิดอะไรอยู่

ผมว่าผมเจอตัวเองแล้ว

มั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่ทอยบอกว่าเจอแล้วมันจะใช่จริงๆ

คือผมเชื่ออย่างหนึ่งนะ ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรไม่เวิร์กเลย หมายถึงเรื่องของทางเดินของชีวิตน่ะ ทุกคนในโลกจะไม่มีเส้นทางไหนหรอกที่เดินไปแล้วผิด ถ้ารู้ว่าจะเดินยังไง แค่อย่าล้มก็พอ

แต่เป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะไม่ล้มนะ

ใช่ อยู่ที่ว่าจะลุกขึ้นมายังไง จะรับมือยังไง มันสำคัญที่ตรงนี้

 

 

ได้ข่าวว่ามีค่ายเพลงต่างประเทศสนใจ อยากทำงานร่วมกับ The TOYS

เรื่องนี้ต้องถามค่ายนะ ผมยังไม่รู้รายละเอียดเท่าไร แต่ผมเฉยๆ อย่างที่บอกว่าผมไม่ใช่คนคาดหวัง ไม่อยากคาดหวัง ถ้าได้ทำก็ดี ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างเป็นกลาง วิ่งไปเรื่อยๆ ทีละร้อยเมตร ทีละสองร้อยเมตร แล้วก็ไม่ต้องมาบอกว่ารอรับผมที่พันเมตรนะ ไม่ต้องรอ เดี๋ยวผมวิ่งไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด ก็นอน กินข้าว

ช่วงนี้ทอยดูมีความสุขกับการกินมากๆ

ใช่ครับ ช่วงนี้ผมกินเยอะ กินข้าววันละ 4-5 มื้อแล้ว

อยากทำงานด้านอื่นบ้างไหม

มีหลายอย่างมากเลย แต่คิดว่าที่แน่ๆ เลยที่อยากทำคือผมอยากเป็นเชฟ

ทำไมถึงอยากเป็นเชฟ

ก็แค่ผมอยากทำอาหารเฉยๆ และไม่ได้อยากทำให้ใครกินด้วย

The TOYS, เดอะทอยส์, ลาลาลอย, thetoys

เห็นว่ามีรอยสักใหม่อีกแล้ว ครั้งนี้เป็นรูปอะไร

รูปแพ็กบอย รู้จักแพ็กแมนใช่มั้ยครับ ผมชอบเพราะว่ามันไม่เดินถอยหลัง มันไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่ว่าจะเจออะไร มันจะเดินไปข้างหน้า แล้วก็กินทุกอย่าง แล้วก็ผ่านไปข้างหน้าได้ ถ้ามันเดินถอยหลัง มันจะถูกผีกิน

ทอยพูดเก่งขึ้นจากเมื่อปีก่อนๆ ไปฝึกอะไรมาหรือเปล่า

ไม่เลยนะ ผมว่าเป็นเพราะเรื่องที่คุยเป็นเรื่องที่ผมมั่นใจ เรื่องไหนที่ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ก็จะพูดเท่าที่พูดได้ แต่ถ้าเรื่องไหนที่ผมมีความมั่นใจและมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ นั่งพูดทั้งวันผมก็พูดได้

แล้วเรื่องไหนที่รู้สึกมั่นใจ

ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเส้นทางของชีวิตนะที่ผมมั่นใจ เรื่องเดียวเลย ผมสนใจพวกเรื่องการใช้ชีวิต ว่าจะใช้ยังไงให้มีความสุข ชอบอ่านพวกเรื่องสถิติต่างๆ ที่มีการทำวิจัยระดับโลก รวมถึงเรื่องดาราศาสตร์บางอย่าง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับหมอดูนะครับ (หัวเราะ) ผมแค่จะพูดในสิ่งที่ผมอยากพูด แค่คุยกับคนผมอยากคุยด้วย คนที่ผมสนิท บางคนผมไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง ผมเลยอยากฟังเขามากกว่า ผมชอบฟังมากกว่าพูด

ทอยเป็นคนคิดบวกหรือเปล่า

ผมไม่รู้ว่าคนคิดบวกคืออะไร แต่ผมไม่คิดอะไรเลย ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายด้วย จะเรียกว่าไม่มองโลกได้มั้ย มองแค่คนรอบข้างเรา คนใช้ชีวิตอยู่กับเรา ชีวิตหนึ่งเราเกิดมาหายใจ แล้วต้องเจอเขา เรามองแค่นั้นจริงๆ ไม่มองทั้งโลก มันเหนื่อยครับ

คิดว่า ‘อัจฉริยะ’ กับ ‘บ้า’ คล้ายกันไหม

น่าจะใกล้กันนะ แต่อัจฉริยะเหมือนผีไง ผีไม่มีจริง

แล้วที่เราเรียกคนเก่งๆ ว่าเป็นอัจฉริยะล่ะ

ผมว่านั่นคือคนเก่ง เราเรียกพวกเขาว่าคนเก่ง เป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรแสวง เปี่ยมไปด้วยการศึกษาที่ถึงจุดแล้ว เต็มเปี่ยมไปด้วยการทดลองต่างๆ ที่ถึงเวลาของเขาแล้วที่เขาจะได้รับความสามารถนั้นๆ ออกมา อัจฉริยะคืออะไร คือเพี้ยนเหรอ ไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าคนเก่งคือคนเก่ง อัจฉริยะที่ผมเข้าใจคือเกิดมาแล้วเก่งเลย แต่ผมไม่เชื่อคำนี้ ก็เลยคิดว่าอัจฉริยะไม่มีจริงๆ

เห็นทอยบอกบ่อยๆ ว่าไม่เครียดเลยเวลามีดราม่า อะไรทำให้ปล่อยผ่านได้

ตอนเด็กๆ ผมเคยเครียดนะ ว่า เอ๊ะ ทำไมเขามองผมอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งที่ผมไม่ได้ทำซะหน่อย แต่พอผมเริ่มคิดได้เริ่มคิดเป็น ผมว่ามันติงต๊องมาก คือชีวิตนี้มันสั้นมาก พี่เชื่อไหม ชีวิตเราสั้นมากกว่าที่จะมานั่งคิดว่าใครคิดยังไงกับเรา แทนที่จะเอาเวลาไปกินข้าว เอาเวลาไปซื้อไอศกรีมกิน แต่เรามานั่งแคร์ว่าคนนั้นเขามองเรายังไง มันเสียความอร่อยไปเท่าไรแล้ว มันเสียรสชาติของปลาไปเท่าไรแล้ว ปลาคงเย็นหมดแล้ว ถ้ามัวแต่มานั่งคิดอะไรแบบนี้ ผมว่ามันติงต๊องมาก

แต่ทอยอยู่ในวงบันการบันเทิงนะ

ผมไม่ได้แคร์เลย เพราะทุกอย่างก็คือวงการ ผมไปทำสีรถนั่นก็คือวงการ ผมไปทำบัญชีนั่นก็คือวงการ ผมจะทำทุกที่ให้เป็นบ้านผม เพราะผมอยู่บ้าน แค่นั้นเอง ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ผมไม่ได้สร้างความวุ่นวาย ผมแค่อยู่ในโลกของผมเท่านั้นเอง

The TOYS, เดอะทอยส์, ลาลาลอย, thetoys

 

HOROSCOPE