THANAPOB to 'NIGHT' สายตามุ่งมั่นของพี่คนโต เขาตั้งใจคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา - CLEO Thailand Online Magazine

THANAPOB to ‘NIGHT’ สายตามุ่งมั่นของพี่คนโต เขาตั้งใจคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา

THANAPOB

9×9

ธนภพ ลีรัตนขจร, 24 ปี

ถ้านับแค่ในบรรดาหนุ่มๆ ทั้ง 9 คน ‘ต่อ’ คือพี่คนโตที่สุด บุคคลที่หลายคนคุ้นเคยกับหน้าตาและผลงานของเขากันดี เป็นผู้ชายที่มีเซอร์ไพรซ์ให้เราทุกครั้งที่เขาคิดจะสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง จนวันที่เขาเลือกเดินในเส้นทางใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ต่อก็ยังคงทำให้พวกเราแปลกใจได้เหมือนเคย

ผลงานที่ทำให้ต่อถูกพูดถึงในกลุ่มวัยรุ่นมากที่สุดในช่วงหนึ่งก็คือบท ‘ไผ่’ ในซีรี่ส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่นและ ‘พี่ยิม’ ในSide by Side พี่น้องลูกขนไก่ ซึ่งสำหรับเราต่อในเรื่องนี้เปลี่ยนมุมมองของเราไปเลย เขาทั้งทำให้เราเสียน้ำตาและหัวเราะไปกับตัวละครได้แบบไม่เห็น ไผ่ หรือ ต่อ อยู่ในตัวพี่ยิมเลย ตรงนั้นมีแต่บทที่เขาแสดงล้วนๆ ธนภพทำได้ขนาดนี้ในวัยยี่สิบกว่าๆ ปีเท่านั้น และเมื่อเห็นว่ามีเขาในโปรเจกต์พิเศษ ไนน์ บาย นาย (9×9) โดยค่าย 4NOLOUGE  ศิลปินกลุ่มนี้เดบิวต์เมื่อตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก็ทำให้เราตั้งคำถามกับต่อว่า ชื่อเสียงที่มียาวนานกว่ามีผลอะไรไหม

นั่นแหละ เราเห็นสายตาทรงพลังของเขาแบบชัดๆ ครั้งแรกและย้ำว่า “พวกเราเริ่มมันมาพร้อมกัน”

 

 

“ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาถึงเบอร์นี้ ตอนแรกรู้สึกว่าเราจริงจังมาก เพราะเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางที่เราวาดไว้ตอนแรก ตอนเรามาลองก็จะคิดซะว่ามันเป็นครั้งเดียวในชีวิต จะเอาให้มันสุดเลยไปเลย แต่พอได้ทำจริงๆ ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่เราคิดว่าสุด ยังไปได้อีกเยอะมาก” จากคนที่ไม่เคยเปิดโลกวงการเพลงมาก่อน เขาได้สัมผัสความละเอียดอ่อนของโลกใบนี้ด้วยตัวเอง “ร้องเพลงน่ะเคยคิดนะ แต่เต้นไม่เคยเลย ผมยอมรับเลยนะว่าหัวทางการจำท่าจะค่อนข้างช้ากว่าคนอื่น แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหา เรายังเอนจอยแค่ไม่ได้พัฒนาเท่ากับพรสวรรค์ของคนอื่น”

 

เป็นที่รัก / แพ้ไม่ได้ / คว้าทุกโอกาส

“ความเมตตา การเป็นที่รักของคนจะทำให้เราเอาตัวรอดได้” ถ้านั่นคือพรสวรรค์ที่เขาจะสามารถเลือกได้สักสิ่งในชีวิต “ผมไม่เคยยอมแพ้ มีคนเคยบอกผมว่าโอกาสมันมีตลอดนั่นแหละ แต่ไม่ได้มีให้ทุกคน และโอกาสใช้ได้กับคนที่พร้อมเท่านั้น” เลยทำให้เขาพยายามที่จะทำตัวให้พร้อมและคว้าทุกโอกาส “ถ้าผมปล่อยมันไป จะไม่รู้เลยว่าจะได้เจออีกไหม แฟนคลับในส่วนของการเป็นศิลปินเป็นสิ่งใหม่มาก!”

โลกใบใหม่ที่เขาใส่ใจกับมันอย่างแรง “มันเหมือนกับนี่เป็นวันแรกของการเข้าสู่วงการอะไรสักอย่าง มันตื่นไปหมด เหมือนได้เริ่มใหม่ เหมือนจะตั้งตัวไม่คอยถูก รู้สึกเก้อเขิน แต่พอถึงเวลาจริงเราจะใส่สุดไปก่อนโดยที่ไม่ได้คิดว่าผลจะเป็นยังไง”

 

 

พักพาร์ตแอคติ้ง แต่ไม่ทิ้งหนัง

“ผมว่าทุกศาสตร์มันเหมือนกัน พอพักอะไรบางอย่างไปจะมีความสนิมเกาะ พอละครจบไปก็พยายามจะดูหนังตลอดไม่อยากทิ้งพาร์ตแอคติ้งไป” ต่อจะคอยเติมของอยู่ตลอดเวลา “เวลาเราแสดงคือเรา ‘ใช้’ มันและผมไม่ใช้ของซ้ำ ถ้าดูจากบทที่ผมรับนะ ผมกลัวหมดกลางทาง”

 

NIGHT ของต่อคือคนที่รักเขาในแบบเขา

ต่อให้ความจริงใจเป็นอันดับแรก “แต่สุดท้ายแล้วเราอาจจะไม่จำเป็นต้องคิดว่าเราให้เขาเท่าไหร่เขาถึงพอ เพราะบางครั้งเราต้องรู้จุดที่เราสบายใจอยู่ตรงไหน เขาจะได้รับรู้ตัวตนจริงๆ ของเราว่าเราให้เขาได้ถึงเท่านี้” เมื่อก่อนต่อไม่ได้เป็นแบบนี้เลย เขาให้แบบสุด กังวล กลัวไปหมด “เดี๋ยวนี้ผมกล้าที่จะชัดเจน เพราะถ้าเขารู้ว่าเราทำงานหนักขนาดไหน ตั้งใจจะทำงานให้ออกมาดี เพื่อทำให้เขาภูมิใจ เขาจะเข้าใจเรา” ต่อไม่ได้มองว่าความใกล้ชิดสำคัญมากไปกว่าความรู้สึกที่แผ่ออกไปให้ทุกคนรู้สึกเท่ากัน

“สิ่งที่ผมชอบและรักแฟนคลับมากคือความเข้าใจและไม่เรียกร้อง เขาพร้อมที่จะให้และพอเราได้รับมามันกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เราเอามาอัดใช้ในงาน ในวันที่เราล้ม ท้อแท้ งอแง เราจะรู้ว่ามีคนที่พร้อมจะให้โดยที่เขาไม่ได้ต้องการอะไร สิ่งนี้ทำให้ผมล้มไม่ได้”

 

 

เปลี่ยนทัศนคติไปเลยกับคำว่า ‘ไอดอล’

“ทัศนคติของผมเปลี่ยนไปเลยนะ กับคำว่าไอดอลหรือบอยแบนด์ สิ่งที่คุณเรียกมันคือสิ่งที่คุณเห็น แต่สิ่งที่ผมเป็นผมรู้ตัวดี จะทำอะไร อาชีพไหน ทุกคนมีเสน่ห์ มีข้อดี” ก่อนที่ต่อจะมาร่วมโปรเจกต์นี้เขามองภาพเอาไว้ต่างจากทุกวันนี้เลยล่ะ “แต่ผมว่าทีมงานเขาได้คิดมาแล้ว ทุกคนทำงานหนักมากโดยเฉพาะทีมงาน นี่คือ position ที่มีตรงกลางเสมอ มันทำให้ผมเชื่อพวกพี่เขา”

“พอมันเป็นการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดด้วยกัน เรามาอยู่ด้วยกันเราให้เกียรติกัน”

 

ด้วยปลายทางที่วางเอาไว้คือ final concert ของพวกเขาทั้งเก้าคน “แต่หลังจากนั้น เราก็กลัวการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันนะ แต่เราก็ทำอัลบั้มมาเพื่อวันหนึ่งจะมีจุดจบของบางอย่างและจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง เราก็แค่กลับไปสู่เส้นทางของตัวเอง”

“อีกสิบปีข้างหน้าผมอยากไต่ rank นักแสดงไปแบบที่ตัวเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ยังเรียนรู้อยู่และไม่คิดจะหยุดด้วย ในอีกสิบปีคงจะไม่ใช่แค่ผมที่เปลี่ยน วงการนี้ก็จะเปลี่ยน”

 

Photographer : Kittidech Charoenporn 

Text : Miss P

HOROSCOPE