#NetflixIsHere4 'YOU' สัมภาษณ์ส่วนตัวกับสอง stalker สุดฮอตเพนน์และเชย์

NetflixIsHere4 ‘YOU’ สัมภาษณ์ส่วนตัวกับสอง stalker เพนน์ แบดจ์ลีย์และเชย์ มิทเชล

เราได้เจอกับ Penn Badgley(เพนน์ แบดจ์ลีย์) และ Shay Mitchell(เชย์ มิทเชล) ตัวจริงเสียงจริงและได้นั่งสัมภาษณ์เกี่ยวกับ YOU ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดของพวกเขากับ Netflix ที่งาน NetflixIsHere4YOU ที่เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บอกเลยว่าฟินนนมากกก

 

ใครที่ได้ดูซีรี่ส์หรือแม้แต่แค่ดูตัวอย่าง ‘YOU’ จาก Netflix แล้วคงจะแอบขนลุกไม่น้อย กับความรักแบบแปลกๆ ที่โจมีให้กับเบค มันคือซีรี่ส์โรแมนติคที่ผิดเพี้ยนไปจากความโรแมนติคที่เคยสัมผัสมาอย่างแรง “ถ้าเขาตามสืบชีวิตเราเหมือน ‘โจ’ ในซีรี่ส์ YOU ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ” เราคิดแบบนี้ตอนที่ดูเรื่องนี้จบ เพราะก็ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน ถ้าผู้ชายที่เรามองว่าเขาใส่ใจและรับเราในแบบที่เราเป็นได้ แต่ในความจริงมันยิ่งไปกว่านั้นอีก เขาตามสืบชีวิตเรายิ่งกว่าที่เรารู้ว่าเขาจะรู้เกี่ยวกับตัวเราซะอีก

ใช่…เขาโรคจิต ดูแค่ตัวอย่างก็รู้แล้ว และ Penn Badgley ตัวเอกของซีรี่ส์เรื่องนี้ ตัวดำเนินเรื่องและถือว่าเป็นตัวเขียนเรื่องในหนังสือยังรู้สึกลังเลตอนที่เขาได้อ่านบทนี้ เขาจะเล่นดีไหม? “เราทุกคนมี โจ อยู่ในตัว โจอยู่รอบตัวเราไปหมด แต่ในซีรี่ส์โจดันเป็น serial killer ไปด้วย” ล้ำยิ่งกว่า stalker ไปอีกขั้น “ผมคิดว่าพีช(เชย์) คือคนที่เจ๋งที่สุดในโชว์นี้ เธอเป็นคนเดียวที่เห็นโจในแบบที่เขาเป็น เธอรู้ว่าเธอต้องการอะไร เธอซื่อสัตย์กับใจตัวเอง และเธอก็สู้เพื่อสิ่งที่เธอต้องการ”

Penn Badgley

Penn Badgley ย้ำกับเราหลายครั้งนักหนาเลยว่า ‘โจไม่มีจริง’

“สำหรับผม Caroline Kepnes (นักเขียน YOU) เป็นนักเขียนที่เจ๋งมากๆ นะ มันเป็นเรื่องที่รบกวนใจได้เหลือเกิน แต่ผมไม่อยากเล่นเป็นโจเลย” และเขาก็ได้ปฏิเสธบทนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว จนเขาได้ไปคุยกับสองโปรดิวเซอร์ Greg และ Sara ก็รู้สึกว่าซีรี่ส์จะต่างออกไปจากในหนังสือ “บุคลิกของโจในหนังสือค่อนข้างมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นฆาตกร ในขณะที่โจในซีรี่ส์เป็นเหมือนตัวแทนของคนมีปัญหา ความเป็นผู้ชาย ความสัมพันธ์ ความโรแมนติก มันเลยทำให้ผมไม่รู้สึกว่าโจ(ในซีรี่ส์) มีชีวิตจริงๆ”

เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ นะ คนแบบ ‘โจ’ จะมีจริงๆ ได้ยังไง “คนที่ทำสิ่งเลวร้ายที่โจทำ จะเป็นคนเดียวกับโจที่ทำสิ่งดีๆ ได้ยังไง” ประเด็นคือเรากำลังดูโจทำสิ่งเลวร้ายและอยากจะให้อภัยเขาเพราะโจมีมุมที่อ่อนโยนกับเด็กข้างห้องซึ่งก็คือ Paco อย่างไม่น่าเชื่อ “มีบางอย่างที่โจแสดงออกแค่กับเฉพาะพาโคคนเดียว”

“พาโคทำให้เราได้เห็นอีกมุมของโจ ในโลกแห่งความจริง พาโคไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ เขาเป็นเหมือนคนที่โจจินตนาการว่าอยากจะทำเพื่อใครสักคนแบบที่เขาทำให้พาโค ถ้าจะมีใครสักคนที่ฆ่าคน 5 คนใน 10 เดือนคงจะไม่ปฏิบัติกับเด็กคนหนึ่งได้แบบนั้น” เพนน์กำลังจะสื่อว่าการที่เรานั่งดูซีรี่ส์ที่มีใครสักคนทำอย่างนั้นได้ เราไม่ได้กำลังดูเรื่องจริงอยู่หรอก สิ่งที่ซีรี่ส์ต้องทำคือสร้างตัวตนของพาโคขึ้นมา “ไม่อย่างนั้นถ้ามันเป็นเรื่องของผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งที่ฆ่าคนมันก็คือเรื่องของฆาตกรทั่วไป” 

แต่ถ้าในเรื่องระดับของความผิดปกติของโจ เพนน์ไม่แน่ใจเลย โจอยู่ได้ในทุกระดับ “สิ่งที่ทำให้โจรอดพ้นจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรเพราะบางทีเขาเหมือนจะปกติทั่วไปเลย ในขณะที่บางทีเขาก็ดูไม่ปกติเลยสักนิด แล้วโจตัวจริงคือโจที่ฆ่าคนหรือโจที่อยู่กับพาโคล่ะ” 

สิ่งแรกที่เพนน์สงสัยคือ ‘นี่คือเรื่องราวของความรักหรือเปล่า?’ ซึ่งเขาก็คุยกับ Greg Berlanti หนึ่งในโปรดิวเซอร์ “ถ้านี่คือเรื่องราวของความรัก มันเล่าอะไรเกี่ยวกับความรักบ้าง? คำตอบของเขาคือ เขาไม่แน่ใจแต่เราจะได้รู้กัน และผมคิดว่าคนดูก็มีส่วนร่วมในการหาคำตอบนี้ด้วย สำหรับผมมันไม่ใช่ความรักเลยล่ะ นี่คือตัวอย่างที่ดีของการที่หลายครั้งเราเรียกเรื่องบางเรื่องว่า หนังรัก แต่มันไม่ใช่อ่ะ ไม่ใช่ความรักเลยด้วยซ้ำ แค่เพราะมีเซ็กส์มาเกี่ยวข้องหรอ”

“ความรักไม่ใช่การทำร้ายกันอย่างแน่นอน”

เวลาที่เราถูกใครสักคนทำร้าย แล้วให้เหตุผลว่า แต่เขารักฉัน แต่ฉันรักเขา “มันไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการยอมถูกทำร้าย นี่เป็นปัญหาใหญ่นะ ถ้าสิ่งที่เรามีมันไม่ใช่ความรัก แต่มันดันหน้าตาเหมือนกับรักที่เราเห็นในหนังทั่วไปน่ะ นั่นหมายความว่าสิ่งที่เราเข้าใจมาตลอดว่าเป็นความรัก มันไม่ใช่ความรัก” 

ฟีดแบคที่ดีมากของโจ ทำเอาเพนน์แปลกใจมากเหมือนกัน “ผมพยายามที่จะทำให้เขาดูเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงแล้วนะ แต่เขาก็ควรเป็นที่ชื่นชอบนั่นแหละ” เขาไม่เคยหยุดเรียนรู้จาก YOU ได้เลย แม้แต่ตอนที่พูดคุยกันอยู่นี้ “ในซีรี่ส์ผมฆ่าคนนะ ผมต้องคิดอยู่ตลอดว่ามันเกิดอะไรขึ้น การคิดว่าโจไม่มีตัวตนจริงๆ ค่อนข้างเป็นไอเดียใหม่สำหรับผมนะ”

ถ้าให้เพนน์มองว่าโจก็คือฆาตกรคนหนึ่งมันคงน่าเบื่อมากเลยล่ะสำหรับเขา “ผมเลยพยายามที่จะค้นหาอะไรบางอย่างในตัวโจอยู่เสมอ แม้ว่าผมจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ แต่ผมก็อยากจะมองเขาในมุมใหม่ๆ เสมอ” มีหลายคนทวีตว่าไม่กล้าจะออกไปเดตอีกแล้ว!!! “พวกเขาคงล้อเล่นแหละ ผมไม่ได้อยากทำให้พวกเขากังวลมากไปนะ แต่ผมว่ามันเป็นประเด็นที่ดีที่ทำให้คนรู้จักคิดมากขึ้นเวลาที่จะทำความรู้จักกับใครสักคน” 

ความท้าทายหนึ่งของการเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์เรื่องนี้คือ “เราต้องมีความรับผิดชอบกับตัวละครที่เราสร้างมันขึ้นมา แทบจะมีผมคนเดียวมั้งที่เรียกโจว่าฆาตกร ในขณะที่ทุกคนบอกว่าเขาคือ stalker ไม่ใช่นะ! เขาคือฆาตกรที่(เคย)ติดตามชีวิตคนที่เขาฆ่า เขาไม่ใช่ผู้จัดการร้านหนังสือ เขาคือฆาตกร!!!”

และแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบโจเท่าไหร่ แต่เขาก็อยากจะเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในซีซั่นต่อไปเหมือนกัน และตามมาด้วยไอเดียที่เขาคิดว่าโจไม่มีจริง “ผมคงต้องกลับไปเชื่อในตัวตนของเขาอีกครั้ง และอยู่กับปัจจุบันของเขา สิ่งที่เขาเชื่อเท่านั้น เขาอยู่ในที่ๆ เขาอยู่ เขาไม่คิดเรื่องฆาตกร ใครคือฆาตกร? แม้ว่าเขาจะดูรูปของเธอแล้วช่วยตัวเอง โจแค่ชอบผู้หญิงคนหนึ่งและเขาคิดว่าเขามีเจตนาที่ดี เราอาจจะยังไม่เจอกัน แต่เราจะได้เจอกันในวันหนึ่ง เขารู้สึกใกล้ชิดกับเธอเพราะเขารู้ว่าเธอคือใคร และเขาก็ดันไปฆ่าใคร…อย่างไม่ได้ตั้งใจ”

แต่ตัวจริงของเพนน์เขาไม่เคยตามขุดเรื่องของใครแบบที่โจทำหรอกนะ “ผมเข้าใจนะเวลาที่เราสนใจใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง เราอยากจะรู้มากขึ้น” เขาเลยคิดว่าเราทุกคนควรจะรู้ว่าแชร์ความส่วนตัวได้แค่ไหน “ตัวผมเองก็เป็นบุคคลสาธารณะ ผมเลยพยายามที่จะไม่แชร์มากเกินไปในพื้นที่ออนไลน์”

 

ในขณะที่ Shay Mitchell กลับรู้สึกว่ามันเป็นบทที่สนุกและท้าทายมาก เธอไม่ได้เล่นเป็นนางเอก แต่เป็น stalker อีกคนซึ่งมีอิทธิพลกับเบคยิ่งกว่าใคร ไม่ต้องแปลกใจที่ในเรื่องมี stalker เต็มไปหมด เพราะอย่างที่เพนน์ก็บอกว่า โลกนี้เราต่างเป็น stalker ด้วยกันทั้งนั้น “ฉันว่าคนเรารู้สึกเรารู้จักหรือสนิทกันมากขึ้นเพราะเรารู้ว่าแต่ละคนคิดอะไร ทำอะไรผ่านโซเชียลมีเดีย และเพราะอย่างนั้น เราเลยควรจะระวังตัวเองให้มาก” เชย์ได้จากการเรียนรู้หลังจากที่ใช้ชีวิตในโซเชียลมีเดียมาพร้อมกับคนทั้งโลกพักใหญ่ “และโชว์นี้พรีเซนต์การใช้โซเชียลมีเดียของคนสมัยนี้แบบชัดมาก”

Shay Mitchell

ชื่อเต็มๆ ของตัวละครนี้คือ Peach Salinger ซึ่งดันไปตรงกันกับนักเขียนชื่อดังอย่าง J. D. Salinger แต่เธอก็บอกว่าใช่ก็นามสกุลเดียวกัน “มันอยู่ที่ว่าเราใกล้ชิดกันแค่ไหน มีหลายคนเลยแหละที่ถูกโยงว่าเป็น ‘ทายาท’ ไปกับคนดังทั้งหลายแค่เพราะพวกเขาใช้นามสกุลเดียวกัน คือสุดท้ายเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาสืบสายมาใกล้กันแค่ไหน ใครจะรู้” และเธอก็ไม่ได้คิดว่าพีชกับนักเขียนชื่อดังจะโยงถึงกันได้ใกล้ชิด แม้ว่าในบ้านของเธอจะเต็มไปด้วยหนังสือที่ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกซึ่งหาได้ยากมากเต็มไปหมด

Shay มีมุมมองที่เห็นความเป็น ‘พีช’ ตัวละครที่เธอเล่นอย่างเข้าใจ “เธอค่อนข้างซับซ้อน มีเหตุผลมากมายที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ เธอถูกเลี้ยงด้วยเงินมากกว่าความรัก มันเลยทำให้เธอต้องการความรักมากเป็นพิเศษ…จากเบค ฉันอยากจะแสดงตัวตนของเธอออกมาหลายๆ ด้าน และความจริงเธอเป็นคนตลกนะ แม้ว่าเธอจะชอบพูดอะไรร้ายๆ ออกมา แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนชอบเธอเพราะเธอพูดมันออกมาเหมือนจิกกัดแบบน่ารักๆ เหมือนเธอไม่ได้คิดอะไรเยอะ” แต่เชื่อเถอะว่าจิกกัดอย่างน่ารักๆ แบบพีช ต้องคิดอะไรเอาไว้เยอะเลยทีเดียว

“ฉันชอบเธอนะ ฉันพยายามทำความเข้าใจเธอ แค่หวังให้เพื่อนของเธอสักคนอาจจะพาเธอไปหาหมอ หรือพูดตรงๆ กับเธอบ้าง ไม่พูดลับหลังเพราะความจริงพีชเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก” มีหลายผู้อ่าน YOU ที่เคยอ่านหนังสือมาก่อนมองว่าพีชในหนังสือกับซีรี่ส์มีความต่างอย่างเห็นได้ชัด เชย์บอกว่า “ฉันก็เล่นในมุมของฉัน ไม่ได้ตั้งใจให้มันต่างกันหรอก ฉันไม่ได้อ่านหนังสือเพราะไม่อยากให้ภาพพีชในหัวของฉันหายไป เราทุกคนต่างมีจินตนาการของตัวเอง”

แต่แม้ว่าเราจะรักความร้ายของพีชมากแค่ไหน เชย์ก็มองว่าพีชมีความปกติอยู่ถึง 8.5 ใน 10 เลยทีเดียว “ใครจะเก็บภาพของเพื่อนตัวเองเอาไว้แยกเป็น folder ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวแบบนั้น” ตัวเธอเองก็เคยติดตามคนอื่นแต่ก็แบบคนทั่วไปอย่างเราๆ นั่นแหละ “ฉันว่า creeping มันคือการเก็บข้อมูลที่คนอื่นเปิดเผยเอาไว้ แต่ stalking มันคือการขุดข้อมูล” และเส้นบางๆ ที่ขีดขั้นเอาไว้ระหว่างสองสิ่งนี้คือ “อย่าไปตามใครในชีวิตจริงเลย ฉันว่ามันไม่โอเค”

ตลอดเวลาที่เราและเพื่อนหลายๆ คนนั่งดูซีรี่ส์ YOU เราต่างไม่เข้าใจว่าทำไม เบค ต้องการทั้งโจและพีชในชีวิต เพราะสองคนนี้ดูไม่ปกติเอาซะเลยและเบคก็ดันไม่รู้ตัว เชย์ให้เหตุผลว่า “โจเขาอยู่ข้างเธอเสมอ เบคไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอถูกสอดแนม ส่วนกับพีช เบครู้สึกเหมือนเธอได้รับการยอมรับน่ะ ในเรื่อง PLL(Pretty Little Liars)เอง เพื่อนทุกคนยังอยากคบกับอลิสันอยู่ แม้ว่าเธอจะร้ายเหลือเกิน แต่ตอนเธอดีแสนดีมันเหมือนว่าเธอยอมรับเราจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ท้าทาย ฉันว่ามันช่วยเรื่องความมั่นใจของเบค และอีกอย่างเบคน่ะแอบรู้สึกว่าเธอกำลังช่วยพีชอยู่เล็กๆ” 

“You only get one life don’t you wanna make yours the best they can be?”

เชย์มองว่าแม้พีชจะดูเป็นผู้หญิงที่สวยเริ่ด แต่เธอกลับไม่มั่นใจเอาซะเลย เธอหมกมุ่นเกี่ยวกับเพื่อนของเธอเอง “ไม่มีใครควรจะอยากเป็นคนอื่นหรือโฟกัสชีวิตใครมากกว่าตัวเอง หมกมุ่นในเรื่องของตัวเองสิ! เรามีชีวิตเดียวนะ เราไม่อยากทำให้มันเป็นของเราหรอ” อีกคำแนะนำสั้นๆ เลยว่าถ้าคุณกำลังถูกตามอย่างน่าอึดอัดใจละก็ “ปิดโซเชียลมีเดียซะ ฉันว่ามันเป็นช่องทางที่เราควบคุมยากเหลือเกิน เราไม่รู้เลยว่าคนๆ นึงจะสามารถสืบเสาะหรือค้นข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเราได้บ้าง ถ้ามันเป็นค่าสาธารณะอย่างนั้น”

สำหรับเชย์ โซเชียลมีเดียมีทั้งข้อดีและเสียเหมือนกับทุกอย่างนั้นแหละ ในทางหนึ่งมันช่างเป็นช่องทางสื่อที่กดดันชีวิตเราซะอย่างมากมาย “เราเห็นชีวิตดีๆ ของคนอื่นเต็มไปหมด แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับพวกเขา” ชีวิตดีๆ ของคนอื่นที่ถูก edit มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อนไปเที่ยวที่นั่นที่นี้ “หรือแม้แต่ตัวฉันเองที่มีรายการท่องเที่ยวทางยูทูป ซึ่งมันเวิร์คที่จะทำให้คนอื่นคิดว่าชีวิตเราดี จนบางทีฉันเองยังอยากจะนั่งทำงานในออฟฟิศแล้วได้โอกาสมีวันหยุดพักผ่อนจริงๆ ที่ฉันจะได้พัก ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องถ่ายรายการ หรืออะไรแบบนั้นบ้าง” 

หลายครั้งเราก็ลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญและสิ่งที่เราต้องการจริงๆ เพราะมัวแต่ไปสนใจชีวิตคนอื่นอยู่ “ทำไมถึงใช้ชีวิตผ่านจอโทรศัพท์ล่ะ? มันเหมือนหลุมดำที่ดูดเราเข้าไปเลย สู้ไปทำตัวเองให้เก่งขึ้นในสิ่งที่เราสนใจซะยังดีกว่า” ใช้มันเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้โฟกัสเป้าหมายของชีวิต แล้วเราจะได้มีชีวิตที่ดีจริงๆ

ส่วนสาวๆ คนไหนที่มีเพื่อนแบบพีช! ฟังให้ดี เชย์บอกว่าอย่ามัวแต่รอคาดหวังจะได้รับการยอมรับจากใครก็ตามบนโลกใบนี้ “เป็นตัวเองเถอะ! ถ้าใครอยากจะคบเราก็โอเคดี แต่ถ้าไม่ก็บาย ฉันไม่มีเวลามากเพื่อที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่คนอื่นชอบตลอดเวลา แค่เป็นเพื่อนที่น่ารักและอยู่เคียงข้างกันมันก็พอแล้ว”

“เรื่องดีของ Netflix ที่ฉันชอบมากๆ เลยคือฉันไม่ต้องรอตอนต่อไปอีกหนึ่งอาทิตย์กับหลายๆ เรื่องที่ฉายใน Netflix ฉันไม่มีเวลารอและมานั่งเก็บตอนต่อไปให้ครบ และฉันสามารถดูหนังจากทั่วโลกในแพลตฟอร์มนี้ มันดีมาก! หลายเรื่องหลายโชว์ไม่ได้ถูกสร้างในอเมริกา แต่ฉันเปิดดูใน Netflix ได้ มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้วเรียบร้อยล่ะ”

 

ร่วมสัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย MissP

HOROSCOPE