นั่งคุยกับพี่ หมวย ; กว่าน้ำตาจะหยุดไหล หลัง 4 ปีที่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

นั่งคุยกับพี่ หมวย ; กว่าน้ำตาจะหยุดไหล หลัง 4 ปีที่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ผู้อ่านที่เคยได้หยิบหนังสือ Lots of Love ของนักเขียน หมวย – ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคง เกี่ยวกับเรื่องราวช่วงเวลาของความรักที่เธอมีคนรักอยู่ข้างๆ จนวันที่เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาเปิดอ่าน คงมีน้ำตาหยดลงในแต่ละหน้าหนังสือกันบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับความแกร่งของหัวใจแต่ละคน แต่เทียบไม่ได้เลยกับความแกร่งของใจผู้เขียนที่กว่าจะเปิดปากพูดออกมา แม้จะไร้หยดน้ำตา ผ่านเวลาไปนานแค่ไหน เธอยังคงเสียใจอยู่เช่นเคย

 

ความร้อนของไฟ ที่ซับเอาความเย็นของน้ำเข้ามา

พี่หมวยและพี่อิทรู้จักกันครั้งแรกในวัยยี่สิบกว่า “เขาเข้ามาทำงานที่เดียวกันกับเรา พอได้รู้จักก็รู้สึกว่าเขาชอบอะไรเหมือนๆ กัน” และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มสนใจผู้ชายนิ่งๆ แต่ใส่ใจคนรอบข้างเหลือเกินคนนี้ ทั้งสองใช้เวลาปรับตัวเข้ากันหาอยู่สักพักใหญ่ “เขาจะแนวโลกส่วนตัวสูงมาก เขาเป็นน้ำ ส่วนเราเป็นเหมือนไฟ พอทะเลาะกันเมื่อไหร่ก็จะไม่พูดกัน พอความเงียบสะสมเข้าเยอะก็อึดอัด” จนถึงจุดแตกหักพี่อิทบอกเธอว่าอาจจะไม่สามารถไปกันต่อได้ “แต่ระหว่างนั้นเรารู้สึกว่ายังคิดถึงเขา มันน่าจะปรับกันได้ ลองดูใหม่ไหม เขาก็โอเค”

“เขารู้สึกว่าเราจะต้องมีช่องว่างระยะห่างระหว่างกัน ตอนหลังๆ เราก็เรียนรู้ว่าถึงจะใกล้ชิดกันแค่ไหน ก็ต้องเว้นพื้นที่ให้กัน พอแต่งงานก็แทบจะไม่ต้องปรับอะไรมากแล้ว หลังจากห้าปีผ่านไป พอจะรู้นิสัย ถ้าเสียงแบบนี้ หน้าอย่างนี้ อารมณ์นี้แน่ๆ”

เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงที่อยู่ด้วยกันในช่วงหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัดใจกัน “ใครอยากไปไหนก็ไป แค่บอกกัน ต่างคนต่างให้อิสระกัน”

 

ก้อนเนื้อเจ้าปัญหาก็เข้ามาในชีวิตคู่

เมื่อถึงช่วงที่พี่อิทป่วย เกิดก้อนเล็กๆ ที่ท้ายทอย ไม่ใช่แค่รำคาญใจแต่ก้อนนี้มีความรู้สึกเจ็บ ไปตรวจกับหมอก็บอกไม่มีอะไร แล้วหมอก็ไปต่างประเทศประมาณ 3 อาทิตย์ “ช่วงนั้นอิทยังรู้สึกปวดมากอยู่ ต้องไปฉีดยาแทบทุกคืน แผลเริ่มเป็นสีคล้ำ พอหมอกลับมาก็ไปตรวจอีกครั้งผลออกมาเป็นมะเร็ง” แต่พี่หมวยก็ยังกำลังใจดี เพราะเชื่อว่าพี่อิทจะหาย เธอดูแลสามีอย่างดีเขาทำงานอยู่ที่บ้าน ส่วนเธอตื่นแต่เช้าเตรียมอาหาร แยกผักผลไม้ใส่ขวดโหลพร้อมปั่นดื่มได้เลย ออกไปทำงานรีบกลับมาเพื่อเตรียมอาหารให้เขา

“ทุกครั้งที่มีการนัดไปคีโมก็จะลางานพาเขาไป แต่พอเข้าสู่ครั้งที่ 3 หมอบอกว่าจะต้องฉายแสงด้วย ต้องทำทุกวัน อิทก็จะไปเองยกเว้นเสาร์อาทิตย์ที่พี่จะไปด้วย ฉายแสงทั้งหมดประมาณ 20 กว่าครั้ง แต่พี่จำไม่ได้ว่าอิทได้ฉายแสงไปแล้วกี่ครั้ง”

แล้วอาการของพี่อิทก็เริ่มหนักขึ้น กินอาหารไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ กลืนน้ำลายไม่ได้ เจ็บปวดส่วนอื่นเพิ่มขึ้น จนต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่เป็นเดือนแล้วก็เสียชีวิต

 

ความหวังท่ามกลางความเจ็บปวดก่อนจะไปถึงจุดนั้น

“มันทุกข์ทรมานนะ เวลาที่เห็นคนที่เรารักเจ็บขนาดนั้น” แต่พี่หมวยยังคิดในแง่ดีเสมอ “ยังคิดว่าเขาอาจจะหายนะ สมมติว่าถ้าเขาเดินไม่ไหวจริงๆ ต้องนั่งรถเข็นก็ไม่เป็นอะไร เรานั่งรถเข็นไปเที่ยวกันก็ได้ เขาเดินไม่ได้ขอแค่ไม่เจ็บ แล้วเดี๋ยวหมวยจะเป็นคนพาไปเอง” แล้ววันนั้นก็มาถึง “หมอบอกว่าอาจจะต้องนับถอยหลังแล้ว ก็โทรไปลางาน ยังจำโมเมนต์นั้นได้ว่าพูดประโยคเดียว แล้วก็ร้องไห้”

เธอร้องไห้ทุกวันอยู่สองปีกว่า ในบ้านหลังนั้นที่เคยอยู่ด้วยกันแค่สองคน “มีหลานกับพี่สาวของอิทผลัดมานอนด้วย ที่บ้านก็จะส่งข้าวส่งน้ำ มีบางทีที่เราไปนอนคอนโดหลานบ้าง แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่า นอนที่ไหนก็ไม่ต่างกันหรอก เราอยากอยู่ที่ๆ เราเคยอยู่ด้วยกัน อยากร้องไห้ได้อย่างสบายใจ อยากร้องตรงไหนก็ร้อง”

 

ออกไปใช้ชีวิต’ ทำให้ความเข้มข้นของความเศร้าเบาลง

หมวย

“ที่เคยมีคนบอกว่าร้องไปจนตายเขาก็ไม่ฟื้นขึ้นมา ใช่ เขาไม่ฟื้น แต่เราต้องการจะฟื้นฟู เช้าวันแรกหลังจากเขาเสีย น้ำตาก็ไหลตั้งแต่ลืมตา ความจริงว่าต่อไปนี้อยู่คนเดียวแล้วนะ ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ แล้ว มันเป็นเรื่องแรกที่เข้ามาในหัวเราทุกเช้าที่ตื่นนอน”

หมวย

สี่ปีกว่าที่ผ่านมาเธออยู่กับความเศร้าได้ดีขึ้นมาก “สิ่งที่คิดว่ามันช่วยทำให้เราค่อยๆ ดีขึ้นคือการที่เราต้องออกมาใช้ชีวิต มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ เราต้องเบนความสนใจไปคิดเรื่องอื่นบ้าง ทำให้มีเวลาในการหมกมุ่นเรื่องนี้น้อยลง ทำให้ความเข้มข้นของความเศร้ามันเจือจางลง”

“เราไม่อยากให้คนลืมคนที่เรารัก มันจะเป็นเรื่องเศร้ามากเลยถ้าคนเราตายไปแล้วจะไม่มีใครจำเขาได้อีก อย่างน้อยก็ไม่ตายไปจากความทรงจำ ในจุดหนึ่งเรามารู้สึกว่าเวลามีเขาอยู่ มันมีตัวเราอยู่ด้วย พอเขาหายไป ก็ไม่มีใครเห็นเรา เราไม่ได้ต้องการคนอื่นหรอก เราต้องการแค่เขาคนเดียว”

หมวย

“ในฐานะของคนที่เคยสูญเสียคนรักไปโดยไม่มีวันกลับ เรารู้แล้วล่ะว่าวันเวลาข้างหน้าที่ไม่มีร่วมกันมันเป็นยังไง ทำให้เรารู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน” คนสองคนอยู่ด้วยกันคงไม่สามารถพอใจกันตลอดเวลา “แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็ว หันมาทำดีต่อกันได้เร็วก็ดี เพราะไม่รู้เลยว่าเกิดต้องจากกกันกระทันหัน มันจะเป็นยังไง”

 

สัมภาษณ์โดย MissP

อ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติมได้ทาง CleoThailand

HOROSCOPE