BOY Love Story เรื่องรักแบบเชยๆ แต่แช่มชื่นของผู้ชายที่ชื่อ บอย ตรัย

BOY Love Story เรื่องรักแบบเชยๆ แต่แช่มชื่นของผู้ชายที่ชื่อ บอย ตรัย

บอย ตรัย

เรื่องรักแบบเชยๆ แต่แช่มชื่นของผู้ชายที่ชื่อ บอย ตรัย

บอย ตรัย, บอย Friday, ชื่นใจ

Preface: ระหว่างที่ผ่านมาเราทำดีที่สุดแล้ว

“ความรักน่าจะเป็นการตกหลุมรักซึ่งกันและกัน พร้อมๆ กัน ไม่ใช่การที่คนหนึ่งพยามตามละลายจิตใจคนหนึ่ง ถ้ามันเกิดพร้อมๆ กันก็น่าจะดี เราทั้งคู่เคยคุยกันว่าถ้าเบื่อกันแล้วทำยังไง เขาก็บอกว่าก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นไร เพราะระหว่างนั้นก็เต็มที่แล้ว ระหว่างที่ผ่านมาเราทำดีที่สุดแล้ว ฉะนั้นวันหนึ่งหมดรักก็ไม่เห็นเป็นไร” นี่คือมุมมองความรักของบอย-ตรัย ภูมิรัตน ผู้ชายที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนรักและคุณพ่อได้อบอุ่นที่สุดคนหนึ่งจนเราสัมผัสได้และยอมรับเลยว่าตกหลุมรักเขา ระหว่างที่เราเขียนบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เราแอบยิ้มให้ตัวหนังสือที่ถูกถอดออกมาจากคำพูดของเขาเป็นระยะๆ ยิ้มน้อยบ้าง ยิ้มใหญ่บ้าง ก็คงพอๆ กับที่บอยยิ้มไปพูดไประหว่างที่เราคุยกันนั่นละ

photo: FB tukta panida iemsirinoppakul

Prologue: 2003, คนนี้ละ ที่ทำให้โลกเคลื่อนไหว

ย้อนกลับไปวันที่บอยเจอกับตุ๊กตาครั้งแรก “ผมบังเอิญไปเจอเขา วันนั้นแวะไปหาเพื่อนที่เป็น บ.ก. นิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ (วิภว์ บูรพาเดชะ) แล้วก็ได้เจอตุ๊กตา ตอนนั้นยังเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์อยู่ เป็นลูกน้องคุณวิภว์ เขานั่งทำงานอยู่แล้วหันมายิ้มให้ เห็นแล้วก็รู้สึกว่าน่ารักดี เรารู้สึกว่ามันเป็นยิ้มที่แบบ…เหมือนรักแรกพบ มันแปลก ตื่นเต้นไรงี้ เป็นรอยยิ้มที่ดูคุ้นเคยเลยบอกคุณวิภว์ว่าฝากสวัสดีด้วยนะ” ก่อนหน้านั้น บอยกับตุ๊กตาเคยร่วมงานกันในมิวสิกวิดีโอเพลง เปลี่ยนไปทุกอย่าง เพียงแต่เป็นการถ่ายทำคนละวันกัน “เวลาเจอคุณวิภว์ก็จะฝากไปทักทาย ฝากเป็นสิบครั้ง เพิ่งรู้ว่ามันไม่เคยบอกเลย (หัวเราะ) วันหนึ่งตุ๊กตาก็แอดแชตมา เพราะคุณวิภว์โดนผมคะยั้นคะยอมากจนบอกให้ คุยกันในแชตนั้นเป็นปี เราเองก็ไม่รู้ว่าถึงระดับไหน แต่เรารู้สึกดีกับคนนี้ เวลาเราคุยก็ไม่ได้คุยพร้อมกันหลายคน เราคุยช้าจะตาย  คุยกันเป็นปีเลย” บอยบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนเร่งรัดรีบร้อน “เป็นแบบน้ำซึมบ่อทราย (หัวเราะ) ค่อยๆ คุย ค่อยๆ รู้จักไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ให้เห็นแง่มุมของกันและกัน ไม่ได้รวบรัดว่าต้องเดี๋ยวนี้นะ บอกรักเลยเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่”

สุดท้ายทั้งคู่ใช้เวลาคุยกันผ่านแชตนานเกือบปีถึงนัดเจอกัน “หลังจากเจอกันก็อีกประมาณสองสามเดือนถึงจะบอกว่าชอบ เรียกว่าเชยมาก แล้วก็คุยกันไปอีกเก้าปีถึงจะตกลงแต่งงานกัน” หารู้ไม่ว่าในวันแรกที่เจอกันนั้นมีเหตุการณ์ที่บอยเพิ่งรู้ “เรามารู้หลังแต่งงานจากเพื่อนคนหนึ่งว่าวันที่ตุ๊กตาเจอเรา เขาบอกกับเพื่อนเขาว่าคนนี้ละๆ ที่ทำให้โลกเคลื่อนไหว (ยิ้ม)”

CHAPTER I: 2005-2012, ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

บอยบอกว่าช่วงที่คุยกันนั้นสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เติมเต็มให้เขาก็คือรอยยิ้ม…ซึ่งเป็นรอยยิ้มในแบบที่หาจากไหนไม่ได้ “ตอนนั้นรู้แค่อยากอยู่ใกล้ๆ เราเป็นคนที่ค่อนข้างมีความมืดมนในตัวเอง แต่ว่าตุ๊กตาจะเป็นคนที่เมื่อเราอยู่ใกล้ มันสว่างมากๆ เวลาที่เขายิ้ม  เราจะต้องขอให้ยิ้มแบบนี้ เพราะเวลายิ้มมันสามารถทำลายล้างความมืดมนได้หมด เลยชอบอยู่ใกล้ๆ และเห็นว่าเขามีอะไรมากมายที่ทำให้เราอยากรู้จักกันมากกว่านี้” และทั้งคู่ก็ไม่ต้องการความซับซ้อนในการศึกษากัน “วันแรกที่เดตกัน ก็บอกเขาไว้ก่อนเลยถ้าอยากให้ทำไรให้บอกเรา อย่าให้เดาเอง อยากให้ถือของให้ก็บอก ถือของให้หน่อย ห้ามไปคิดต่อเองว่าทำไมไม่ถือของให้ เรื่องเกมจิตวิทยาเอาอออกไปเลย จะให้ทำอะไรพูดออกมา ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะคบกัน โชคดีที่นิสัยตุ๊กตาจะเหมือนผู้ชาย ห้าวๆ ถึงบุคลิกจะดูเป็นผู้หญิง แต่เด็ดขาดเด็ดเดี่ยว จะไม่ลังเลหรือย้อนกลับไปคิด ซึ่งตรงข้ามกับเรามากเลย ไม่ค่อยแน่ใจ ต้องถามเขา เราก็จะอ่อนไหว ขี้น้อยใจ แต่ปรากฏว่ามันก็ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ”

photo: FB tukta panida iemsirinoppakul

CHAPTER II: 2012, เข้าพิธีจบการศึกษาดูใจ

มีคนเคยพูดให้ฟังบ่อยๆ ว่าหลังชีวิตแต่งงานต้องเริ่มนับหนึ่งในเรื่องความรักใหม่ แต่เขากลับมองว่ามันคือการต่อยอด “ต้องต่อยอดนะ ความรักของเราก็เป็นแบบนี้ ตอนแต่งงานเราใช้ธีมงานคือ ‘พิธีจบการศึกษาดูใจ’ เป็นงานเลี้ยงเหมือนจบโรงเรียนหมีโฮ๊ะกับกบอ๊บๆ คือการแต่งงานมันเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ชีวิตจริง ก็ต้องเรียนรู้กันต่อไปอีก” หากยังไม่รู้ นับจากปีแรกที่ทั้งสองคนรู้จักกันจนถึงปี 2019 นี้ ผ่านมาเป็นเวลาสิบหกปีแล้ว “เราค่อยๆ สะสมบุญบารมีของเรา สะสมประสบการณ์ที่มีร่วมกัน สะสมความรู้สึก ความเห็นอกเห็นใจกัน เราพยายามมองเขาจากตัวเขา เข้าใจความเป็นตัวเขา มันก็อยู่กันได้ บางทีการที่ยึดแต่สิ่งที่เราอยากจะเป็นก็มีแต่จะทำให้ห่างกันไปเรื่อยๆ ต้องค่อยๆ สะสมไป ไม่ใช่พอรักกันแล้วจบแค่นั้น ค่อยๆ เรียนรู้ ถึงจะกลิ้งไปข้างหน้าด้วยกันได้” และเรื่องที่ทำให้เราทึ่งยิ่งกว่าก็คือตลอดระยะเวลาสิบหกปีทั้งสองคนไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลย “เราโชคดีที่มีความเห็นตรงกันเสมอ อย่างเรื่องการเลี้ยงลูก เราไปทางเดียวกันตลอด ถึงขั้นที่แบบชอบโรงเรียนนี้ ย้ายบ้านไปอยู่หน้าโรงเรียนกันเถอะ เรื่องใหญ่อย่างนี้ก็โอเคทั้งคู่ เลยไม่มีเรื่องขัดกัน มีแต่เรื่องที่แบบ…คือเราเป็นคนขี้น้อยใจ ตุ๊กตาเป็นคนที่ห้าวๆ หน่อย เขาก็จะง้อไม่เป็น ปล่อยให้เรางอนไป ก็เลยต้องหายด้วยตัวเอง บางทีก็ต้องไปบอกเขาว่ายกโทษให้แล้วนะ เพื่อให้มันจบ” บอยสารภาพว่าเขานึกภาพไม่ออกหากว่าวันหนึ่งต้องจากกัน “เรานึกภาพว่าเหลือกันสองคนอยู่ตลอด ตอนแก่ก็ต้องเหลือสองคน ลูกก็ไปมีครอบครัวของเขา เราคงอยู่สองคน นึกไม่ออกว่าอยู่คนเดียวต้องทำยังไงวะ เขาน่ะอยู่ได้ แต่เราล่ะอยู่ยังไง”

CHAPTER III: 2015, ถ้าสะสมทุกวันจะไม่มีวันพร่องหรอก

แล้วบอยก็กลายเป็นกุนบ้อของน้องชื่นใจ แน่นอนว่าจุดโฟกัสของคนรักอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง “มันก็ไม่ถึงกับน้อยใจ ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงกับตีโพยตีพาย เพราะนั่นก็ลูกเรา อยากให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มีบางโมเมนต์เหมือนกัน สายตาอันดับหนึ่งไปอยู่ที่ลูกซะละ ก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะ ก็บอกว่าฉันไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งแล้วเหรอ ให้ความสำคัญฉันบ้าง (หัวเราะ) เขาก็จะมาอ้อนๆ นิดหน่อย จริงๆ แล้วลึกๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนไปหรอก เพียงแต่ตอนนี้ต้องโฟกัสที่ชื่นใจก่อน”

photo: FB Boy Trai Bhumiratna

 

แต่…ทุกวันอาทิตย์กุนบ้อคนนี้ก็แอบหนีไปเติมหวานกับคุณแม่ด้วยกันเป็นประจำ โดยจะฝากน้องชื่นไว้กับคุณย่า “พอวันอาทิตย์เราก็จะฝากย่าเลย (หัวเราะ) แล้วก็ไปเที่ยวกัน กินข้าว ดูหนัง กินกาแฟ ง่ายๆ เราเป็นคนเชยๆ บอกรักก็บอกเลย วันนี้พูดว่ารักยังนะ พูดให้ชื่นใจฟังด้วย ชื่นใจก็ซึมซับเรื่องบ๊องๆ พวกนี้ เราคิดว่าเรื่องแบบนี้มันต้องสะสม เล็กๆ น้อยๆ ก็ทำไป ยังไงทุกอย่างไม่มีวันพร่องลงไปหรอก ซึ่งเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างเติมหวานที่สุดในชีวิตให้ก็ยังคงเป็นเรื่องเล็กๆ ที่น่ารักจนเราแอบอมยิ้มไปด้วย “คงเป็นตอนที่ซื้อคอร์สนวดตัวให้เขาหลังคลอด เพราะเรารู้สึกว่าเขาเหนื่อยมาเป็นปี เลยอยากให้เขารู้สึกแช่มชื่น ไม่รู้จะทำยังไงดีก็เลยซื้อคอร์สนวดตัวให้ ส่วนตุ๊กตา เขาอุดรูรั่วทุกอย่างของเรา ที่เป็นมันหวานอยู่แล้ว ที่เขาเป็นไม่มีใครในโลกนี้ทำให้เรา เขารู้จักเราโดยที่เราไม่ต้องอธิบายเลย เลยรู้สึกว่าหวานที่สุดแล้วมั้ง เหมือนเขาเห็นตัวเรา เห็นเราในแบบที่ตัวเราเป็น นั่นละคือความหวาน”

 

CHAPTER IV: 2019, ความรักคือสิ่งที่ทำให้เรามีพลังบวก

เคยมีคนบอกว่า ถ้ามีความรักแล้วเหนื่อย อย่ามีเลยดีกว่า แล้วต้องแบบไหนล่ะถึงจะเรียกว่าเป็นความรักที่ดี “ความรักยุคนี้ไม่มีสูตรตายตัว เราตัดสินไม่ได้ ความรักคือสิ่งที่ทำให้เรามีพลัง มีกำลังใจ ใช้ชีวิตทุกๆ วันต่อไป ฉะนั้นก็ควรเลือกความรักที่ดี เลือกสิ่งที่ทำให้เรามีพลังงานบวก อย่าสร้างความรักที่ฉุดดึงเรา หรือความรักที่ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายความรู้สึกตัวเอง หรือทำร้ายคนรอบข้าง เลือกความรักที่ดีกับตัวเรา ช่วยกันให้มีกำลังใจทุกๆ วัน บางคนโยงเรื่องบนเตียงเข้ามาเกี่ยวข้องว่าหากไม่มีเรื่องนี้ ความรักคือจบ. “เรารู้สึกว่าเรื่องบนเตียงเป็นเรื่องที่ทำให้ความรักแน่นแฟ้นมากขึ้นมากกว่า ไม่ใช่เรื่องการตอบปัญหาหรือตอบสนองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เป็นเรื่องที่ทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พูดคุยกันในอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งตอนที่เรารู้จักกันใหม่ๆ เราก็อยากจะรู้จักเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าพอทุกคนแต่งงานมาเป็นสิบยี่สิบปี อาจไม่ต้องพูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพราะเราเข้าใจกันอยู่แล้ว”

EPILOUGE: ครอบครัวสมบูรณ์แบบสำหรับผู้ชายที่ชื่อตรัย ภูมิรัตน

“มันคือการยอมรับความไม่สมบูรณ์ได้ คือมันไม่มีความสมบูรณ์ที่คาดหวังได้ทุกเรื่องหรอก ในบ้านต้องมีการที่เรายอมหลับตาข้างหนึ่งได้ ไม่ใช่ความเป๊ะ มันต้องยอมรับความไม่สมบูรณ์มันถึงจะสมบูรณ์

photo: Kittinan Sangkaniyom 
text: Ratta P 
HOROSCOPE