LINE Company (Thailand) บริษัทที่ใครก็อยากทำงานด้วย - CLEO Thailand Online Magazine

LINE Company (Thailand) บริษัทที่ใครก็อยากทำงานด้วย

LINE, LINE Thailand, ไลน์, ทำงานที่ไลน์

LINE

หนึ่งในบริษัทที่คนไทยอยากทำงานมากที่สุด

หากพูดถึงบริษัทประเภทเทคโนโลยี หรือเรียกสั้นๆ ว่า เทคฯ ในประเทศไทย บริษัทแรกๆ ที่หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ไฟแรงต้องนึกถึงก็คงต้องเป็น LINE Company (Thailand)  ในปี 2018 LINE เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดจากเว็บไซต์หางาน WorkVenture ปัจจุบัน LINE Company (Thailand) มีพนักงานประมาณ 460 กว่าคน แผนกต่างๆ ภายในหากนับทีมใหญ่ก็มี LINEMAN, Engineer, Content Business ซึ่งก็คือ LINE TV LINE Today และ Corporate Business ทำพวก B2B account

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเนตร-สุชาติ ภวสิริพร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์และธุรการทั่วไป (Director of Human Resources and General Administration) ในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การทำงานแบบ LINER การเฟ้นหาพนักงานเพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในบริษัท ไปจนถึงเรื่องเล็กน้อยที่เชื่อว่าหลายคนอิจฉา และอยากเข้ามาทำงานที่นี่แน่ๆ

LINE, LINE Thailand, ไลน์, ทำงานที่ไลน์

คนแบบนี้ที่ LINE มองหา ใช่เราหรือเปล่า?

อันดับแรกที่เราต้องดูคือ skill อาจจะยากนิดหนึ่งตรงที่ว่าคนดิจิทัลมีน้อย เอนจิเนียร์มีน้อย เราบอกเอชอาร์เมเนเจอร์ทั้งหมดเลยว่า สิ่งสำคัญเวลาหาคนก็คือ คนคนนั้นต้องมีความเป็น innovative คือคนที่ถามเยอะๆ มีความสงสัย ทำไมไม่เป็นแบบนั้น ไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเราอันล็อกตรงนั้น อันนี้จะขายได้มั้ย คือต้องมีความคิดอยู่ตลอดเวลา innovative มันไม่ใช่ innovation ที่มันคือการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ แต่ innovative คือการเอาสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมาทำให้ดีขึ้น

อย่างที่สองคือ ต้องมี risk taking ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของสตาร์ตอัพ คนที่กล้าได้กล้าเสีย กล้าลุย คนที่คุ้นเคยกับกระบวนการ คุ้นเคยกับการวางระบบมาดีแล้ว จะค่อนข้างรับมือกับเรายาก เพราะของเราเป็นสไตล์ที่ต้องลุย เดินไปข้างหน้า ซีอีโอใหญ่ของไลน์คอร์เปอเรชั่นเป็นคนที่กล้าลุยมาก สังเกตได้จากการที่ไลน์ออกเซอร์วิสใหม่ตลอด เพราะเรารู้สึกว่าถ้ามันมีช่องทางปุ๊บเราจะลุย เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเจ๊งหรือเปล่า หรือประสบความสำเร็จมั้ย แต่เราต้องลุยก่อน เราไม่รู้หรอกว่าเราทำออฟฟิศนี้ออกมามันจะว้าวหรือไม่ว้าว แต่เราจะทำ

อันดับที่สามคือ passion ยกตัวอย่าง ปี 2013-2014 ธุรกิจของเราที่ดังที่สุดคือเกม พวกคุกกี้รัน เกมเศรษฐี แล้วเราจะหาคนจากไหนมาทำ เพราะคนทำเกมน้อยมาก ยิ่งคนทำเกมบนมือถือยิ่งน้อยไปใหญ่ แต่เราได้คนที่มีความรักในเกม ความหลงใหลในเกมของไลน์ บางคนอินคอนเทนต์ในไลน์ทีวีมาก ไม่มีแบ็กกราวนด์มา แต่ฉันอยากทำ ต้องมาแรงมาเต็ม

สุดท้ายคือ tech savvy คือเราอยู่ในโลกของอุตสาหกรรมเทคฯ ถ้าไม่รู้เรื่องความเป็นมาของบริษัทเทคฯ เลยคงอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่รู้จักบริษัท Tencent,  Alibaba อะไรพวกนี้ อยู่ไม่ได้ เทคโนโลยีใหม่ต้องกล้าลองกล้าใช้ เวลามีเกมออกใหม่ คนที่นี่ก็จะขอลองเล่นแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่แผนกเกมนะ คนที่นี่บ้าเกม LINEMAN ออกใหม่ ออกฟีเจอร์นี้ก็เทสต์กัน คือคนที่นี่จะขอลองเล่น ข้อดีก็คือเขาจะแนะนำในมุมมองของยูเซอร์ ถ้ามีเทคโนโลยีอะไรใหม่ เราจะกระโดดเข้าไปลองหมด ช่วงที่โดรนออกมาใหม่ๆ นี่บินกันเต็มเลยนะ (หัวเราะ) นอกเหนือจากสกิลที่เราใช้เป็นเกณฑ์แล้ว คงต้องมีประสบการณ์ตรงด้วย

เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด

คำแนะนำอันแรกเลย คือห้ามเฟก ต้องเป็นตัวของตัวเอง เด็กบางคนจัดมาเต็มเลยนะ ผมทำนั่นทำนี่ได้หมด ตอนพรีเซนต์ตัวเองมีหลายคนทำได้ดีนะ แต่พอเข้ามาทำงาน ด้วยความที่สปีดของธุรกิจเราเร็วมาก ช่วงโปรฯ ของเราสั้นๆ เลยสามเดือน สองเดือนแรกเรารู้แล้วว่าทำได้หรือไม่ได้ ฉะนั้นบอกเลยว่าห้ามเฟก ได้คือได้ ไม่ได้ก็บอกขอเรียนรู้ คนที่อยู่ที่นี่ได้ต้องปรับตัวเก่ง เอาสกิลมาปรับใช้ ต้องมีความยืดหยุ่นสูง มีไดนามิกสูงมาก การปรับตัวสำคัญที่สุด น้องๆ ที่อยากทำงานที่ไลน์ แนะนำเลยว่าให้เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด แล้วก็โชว์ความสามารถออกมา ที่นี่ค่อนข้างเปิดมากๆ ออกความเห็นได้ ถ้าเป็นคนเงียบไม่ออกความเห็น คุณไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้ เราทำงานกันบนพื้นฐานของคำว่า respect ครับ เราไม่ได้พูดข้ามหัวผู้ใหญ่ ไม่ก้าวร้าวใส่กัน คือถ้าจะพูด คุณต้องมีข้อมูลมาสนับสนุนนะ ไม่ใช่พูดลอยๆ

ถ้าสองเดือนแล้วมองเห็นว่าไม่รอดแน่ๆ ทำยังไง

มันมีอยู่สองอย่างครับ คือเขาอาจจะไม่เหมาะกับงานนั้นจริงๆ ก็ได้ หรือจริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่เลย ก็ต้องคุยกัน ทางเราก็ถือว่าเราเป็น career advisor ก็ต้องบอกตรงๆ ไปว่าถ้าทู่ซี้ต่อไปมันไม่น่าจะส่งผลดี คุณไปอยู่ที่อื่นอาจจะดีกับคุณ คุณอาจจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมแบบนั้นก็ได้ หรือบางงานอาจจะสับเปลี่ยนก็ได้ เพราะการย้ายไปอีกแผนกหนึ่งอาจจะเวิร์กก็ได้ บางทีก็เป็นหน้าที่ของเอชอาร์เหมือนกันที่ต้องมองให้ออก ว่าจุดเด่นตรงไหนที่เราสามารถสนับสนุนเขาได้ แต่ถ้าไม่ได้เรื่องเลยสักอย่างอาจจะต้องพูดตรงๆ ไปเลยว่าเขาอาจไม่เหมาะกับที่นี่

อย่าเขียนแบบนี้ถ้าอยากได้งาน

ที่ LINE ไม่ได้จำกัดรูปแบบของ CV ไม่ได้จำกัดอะไรเลย เพียงแต่ดูว่าตำแหน่งนี้เราต้องการคนที่มีความครีเอต เราดูแล้วว่าเออ ไอ้นี่เจ๋งนะ เขียน CV ใช้ได้ อย่างสมมติน้องบางคนเขียนงานอดิเรกมา เขาแปะแก้วเบียร์ แค่นี้เราก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนชอบเข้าสังคม (extrovert) ซึ่งเขาสมัครตำแหน่งเซลส์ เราก็จะมองแล้วว่าคนคนนี้ใช้ได้ แต่ถ้าสมัครเซลส์มาแล้วมีรูปหนังสือ เราก็จะสงสัยนิดหน่อย เพราะว่าจริงๆ คนบางคนอาจจะเป็นคนชอบเข้าสังคม แต่เวลาพักผ่อนจริงๆ อาจเป็นคนชอบอ่านหนังสือก็ได้ ทีนี้เราก็ต้องมาหากันตอนสัมภาษณ์ว่าเป็นคนยังไง แต่เฟิร์สอิมเพรสชั่นจริงๆ มันก็จะมองออกตั้งแต่ตอนเห็นแล้วว่าคนนี้มีลักษณะเป็นยังไง

“น้องๆ บางคนจะไปดูจากอินเทอร์เน็ต เขาก็จะก็อปปี้มา บางคนไม่มีรูปมาเลย แสดงว่าไปอ่านจากอเมริกามาแน่ๆ เพราะเขาจะบอกว่าห้ามใส่รูป ห้ามใส่คำว่า นาย นาง นางสาว อันนี้อเมริกันสไตล์ชัวร์ ถ้าเป็นคนไทย เป็นคนที่ทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์เขาก็จะไม่สน ใส่ลิงก์เฟซบุ๊ค ไอจีมาด้วยซ้ำ ซึ่งเราโอเค เราก็ไปดูนะ (หัวเราะ) เพราะบางคนเขาจะแสดงให้เห็นถึงความภูมิใจในองค์กรมากเลยนะ มันมองออกว่าไลฟ์สไตล์เป็นยังไง เหมาะกับงานเรามั้ย

สมัยนี้คนเข้าออกกันเป็นว่าเล่น อยู่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไป

เราค่อนข้างโชคดีที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ต้องบอกนิดหนึ่งว่า กว่า 80% เป็น referral เพราะฉะนั้นทุกคนจะลิงก์กัน รู้จักกันแทบจะทั้งหมด ไม่รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อน คือเป็นคนที่ดึงๆ กันมา เพราะฉะนั้นจะมีเคมีที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน พอเคมีใกล้เคียงกัน แบ็กกราวนด์สังคมใกล้เคียงกัน เขาจะรู้สึกว่าที่นี่อบอุ่น อีกอย่างที่ทำให้คนที่นี่อยู่ได้คือเรื่องของ open communication เราทำให้เขารู้สึกว่าเขาสามารถพูดได้ มีสิทธิมีเสียง แล้วงานที่เราให้เขาเป็นงานที่ค่อนข้างท้าทาย เช่น เราโยนโจทย์ง่ายๆ ให้ ว่า LINE Jobs ต้องเป็นที่หนึ่ง แค่นี้ (หัวเราะ) เราโยนไป คุณมีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้มันเป็นที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องไปคิดวิธีการทำงานของเขาว่าทำยังไงถึงจะ delivered ตรงนั้นให้ได้ ทำให้เขารู้สึกว่าการที่เขามาทำงานมันมีความสนุกอยู่ในนั้น เรื่องของคนที่จะลาออกก็เลยค่อนข้างต่ำนิดหนึ่ง สัดส่วนของน้องๆ ที่เป็นคอนแทรกต์ของเราก็ค่อนข้างเยอะนะ แต่ว่าขาอยู่กับโปรดักต์ที่เขาอิน

สิ่งที่ LINE คาดหวังกับพนักงาน

อาจจะต้องย้อนกลับไปที่ ตัวแรกเลยคืออิมแพ็ก เราอยากให้เขาสร้างอิมแพ็กให้กับคนไทย ต้องมองเลยว่าต้องสร้างอะไรใหม่ให้กับคนไทย ต้องสร้างอินโนเวชั่นใหม่ๆ ให้คนไทย ทำให้ชีวิตคนไทยง่ายขึ้น ทำยังไงก็ได้ให้ไลฟ์สไตล์ของคนไทยมาอยู่ในแพลตฟอร์มของไลน์ ยกตัวอย่าง LINEMAN มันเกิดขึ้นมาจาก pain point ร้านดังๆ ต่อคิวกันเพียบ แล้วการจราจรติดขัด ด้วยความที่เรามียูเซอร์เยอะ เราทำเดลิเวอรี่เซอร์วิส ตอนนั้นเรื่องการเดลิเวอรี่สตรีตฟู้ดยังไม่มี เรามีช่องทาง และคิดว่ามันเวิร์กแน่ๆ ก็ทำเลย แล้วต่อยอดเป็นอย่างอื่น ทั้งแมสเซ็นเจอร์ พาร์เซล ล่าสุดก็ไลน์แท็กซี่

สิ่งที่พนักงานได้รับจาก LINE

ถ้ามองในมุมบริษัทเทคฯ ของประเทศ น่าจะเป็นประสบการณ์ในการที่จะคิดทำสิ่งใหม่ๆ แล้วออกมาตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนไทย ตัวอย่าง เอ็นจิเนียร์ที่ทำงานให้กับเรา ถ้าเขาอันล็อกฟีเจอร์อะไรสักฟีเจอร์หนึ่งแล้วทำให้การทำงานง่ายขึ้น คิดง่ายๆ นะครับว่า ถ้าสี่คลิกแล้วเรียกแท็กซี่ได้ กับสามคลิกแล้วเรียกแท็กซี่ได้ ชีวิตคงง่ายขึ้นกว่า อยากให้เขาภาคภูมิใจที่เขาได้ทำอะไรให้กับคนไทย ประมาณนี้ครับ

Do & Don’t in Interview

แต่งตัวให้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด จะดีที่สุด ทะมัดทะแมงที่สุด มีน้องคนหนึ่งมาสัมภาษณ์เป็นล่ามเกาหลี ตอนที่มาลุคแบบซูเปอร์โพรเฟสชั่นนัลมากเลยนะ พอคุยไปคุยมาก็เริ่มแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง เราไม่ได้สังเกตจากการแต่งตัวในลุคที่เป็นโพรเฟสชั่นนัล แต่เราสังเกตจากความเป็นตัวของตัวเองเวลาเขาพูดออกมา ทำไมเขาถึงอินกับการแปล เขาบอกว่าเขาเชื่อมโลกสองโลกเข้าด้วยกัน (หัวเราะ) คือแบบเห้ย น้องเจ๋งวะ ชอบ เขาไม่ได้คิดว่าผมมีหน้าที่ถ่ายทอด บลาๆๆ อะไรแบบนี้ พี่ชอบอะไรแบบนี้ แสดงออกให้เห็นว่าเป็นคนที่มีความคิดและเป็นคนยุคใหม่จริงๆ ไม่ใช่มาสัมภาษณ์แล้วท่องมาตามสคริปต์ สมมติเราสัมภาษณ์ตำแหน่งคอนเทนต์ทำไลน์ทีวี พี่เนี่ยผมเห็นเว็บสตรีมมิ่งหนังเขามีนั่นนี่ ผมอยากจะเอาตรงนี้มาเติมเต็มที่ไลน์ทีวี เพราะว่าตอนเด็กผมเติบโตมากับการ์ตูน พี่คิดดูนะครับว่าคนที่ดูการ์ตูนในเมืองไทยมันเท่าไร แล้วพี่คิดดูนะว่าถ้าเราจะหาเงินจากการ์ตูน พ่อแม่ต้องซื้ออยู่แล้ว พูดแบบนี้ เราจะรู้สึกว่าเออ ดีกว่ามาบอกผมจบจากที่นี่เกรดเท่านี้ คืออินกับสิ่งที่มาสมัคร แล้วอย่างเด็กบางคนยังหาตัวเองไม่เจอก็จะบอกว่าผมมาหาประสบการณ์ เออ…น้องไปหาที่อื่นก่อนมั้ย คือมาต้องรู้ว่ามีเป้าหมายอะไร อยากเปลี่ยนแปลงอะไร

ตำแหน่งในบริษัท LINE ที่บริษัทอื่นไม่มีแน่นอน

โห คำถามนี้เจ๋งมาก ขอพี่คิดก่อนนะ แล้วเดี๋ยวตอบ (หัวเราะ) เท่าที่คิดออกตอนนี้…อ้อ โอเค รู้แล้ว อันนี้ขอเล่าเลย ตอนที่หาเฮดของสติกเกอร์ (Director of Sticker Business) คือ เออ…จะไปหาจากไหน (หัวเราะ) ถูกมั้ย สติกเกอร์เป็นธุรกิจเดียวที่มีบริษัทเดียวในประเทศไทยทำ มันเป็นเรื่องใหม่ หลายๆ คนคงแบบพอพูดถึงธุรกิจสติกเกอร์ ก็จะอ๋อ คนวาดสติกเกอร์ใช่มั้ย ไม่ใช่ สติกเกอร์แบ่งเป็นสองประเภท ประเภทออฟฟิเชียลสติกเกอร์ กับครีเอเตอร์มาร์เก็ต คือออฟฟิเชียลสติกเกอร์เป็นการคอลลาบอเรชั่น สมมติว่าเราคอลลาบอเรชั่นกับดิสนีย์ กับมาร์เวล หรือเราเอาวาทานิกามาทำ อีกฝั่งหนึ่งครีเอเตอร์มาร์เก็ตก็อย่างควายติดลม เราจะโปรโมตยังไงให้เป็นธุรกิจขึ้นมา เพราะหนึ่ง ธุรกิจสติกเกอร์เป็นสิ่งที่หาคนยากมาก สอง เป็นธุรกิจที่ยูนีคจริงๆ แม้กระทั่งชื่อแผนกเราคิดว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอีคอมเมิร์ซโปรดักต์มั้ย เพราะคำว่าสติกเกอร์มันเหมือนดูเล่นๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นโปรดักต์ที่ทำเงินสูงมาก คือคนที่มองโอกาส มองตลาดขาดเท่านั้นถึงจะรู้ โจทย์คือสร้างครีเอเตอร์คอมมูนิตี้ขึ้นมา สร้างนักวาดใหม่ๆ ขึ้นมา เป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ อย่างสติกเกอร์ฟรีมันเหมือนเป็นการดิสรัปต์ในตัวนะ ทุกคนโหลดสติกเกอร์ฟรี แล้วจะทำยังไงให้คนซื้อสติกเกอร์ ก็ให้อีกทีมทำ จะทำให้คนซื้อสติกเกอร์ยังไงก็เป็นอีกทีมทำ เป็นธุรกิจที่ท้าทายและทำเงินให้เป็นอันดับสองของไลน์ประเทศไทยเลย

มีชื่อทีมไหม

Sticker Business ครับ น่ารักมาก เฮดก็คือ Director of Sticker Business ไม่มีในประเทศไทยแน่นอน (หัวเราะ)

ทีม Sticker Business ต้องเป็นคนยังไง

ทีมนี้เฮดเป็นผู้ชาย แล้วก็มีนางสิบสอง (หัวเราะ) มีหญิงแท้สิบเอ็ด มีหญิงเทียมหนึ่ง จะแบ่งเป็นบิสิเนสเดเวลอปเมนต์ ออฟฟิเชียลสติกเกอร์ ครีเอเตอร์มาร์เก็ต แล้วก็ชาแนลเพย์เมนต์ คุณสมบัติง่ายๆ ของทีมนี้ก็คือ มองตลาดสติกเกอร์ขาด เป็นคนที่บ้าสติกเกอร์ ชอบสติกเกอร์ รู้เลยว่าถ้าออกแบบนี้มาผ่านไม่ผ่าน เช่น สติกเกอร์เป่าเปา ใครจะรู้ว่าจะขึ้นอันดับหนึ่งตลอดกาล ณ ตอนนั้น ใครจะรู้ว่าสติกเกอร์เป่าเปาเป็นสติกเกอร์ที่ต้องมี บุพเพสันนิษวาส วาทานิกา ต้องทำตอนร้อนๆ นี่คือความว่องไว สปีดของบิสิเนสที่ต้องตามให้ทัน

พนักงานในแผนกนี้ใช้สติกเกอร์ฟรีไหม

จริงๆ แล้วพนักงานทุกคนในบริษัท LINE จะมีสวัสดิการอย่างหนึ่ง คือ Gift Code ปีหนึ่งพนักงานไลน์จะได้รับ 6,000 บาท เพื่อซื้อสติกเกอร์แจกหรือซื้อไว้ใช้เอง อันนี้ต้องขอย้อนกลับไปสมัยที่พนักงานที่นี่มี 50 คน ดังนั้นซีอีโอจะใกล้ชิดกับพนักงานมาก พี่เป็นหนึ่งในห้าสิบ เขาก็ถามว่ามีคำถามอะไรมั้ย พี่บอกไม่มีคำถาม แต่พี่ขอสติกเกอร์ฟรี เพราะว่าเวลาเราทำงานที่บริษัท LINE คำแรกที่จะถามเลยคือขอสติกเกอร์ฟรีได้มั้ย โหลดฟรีหรือเปล่า ก็เลยบอกซีอีโอไปว่ามันจะเท่มากเลยนะ ถ้าเรามีสวัสดิการนี้ให้พนักงาน ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ สมัยก่อนได้เดือนละ 200 บาท จนประเทศญี่ปุ่นเอาอันนี้ไปใส่ไว้ในสวัสดิการ ไลน์ทั่วโลกได้ทั้งหมด 6,000 บาทเท่ากันทั่วโลก มันก็เลยสื่อออกมาว่าเราเป็โอเพ่นคอมมูนิเคชั่น จริงๆ เราสามารถพูดได้ เราสามารถขอได้

LINE, LINE Thailand, ไลน์, ทำงานที่ไลน์

จุดผ่อนคลายสร้างความคิดสร้างสรรค์มากกว่าความขี้เกียจ

เรามีเคพีไอที่ชัดเจน เรามีจุดที่เขาต้อง delivered ที่ชัดเจน เรามีไมล์สโตนที่ชัดเจน ว่าคุณต้อง delivered อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นพนักงานที่ดีและพนักงานที่ฉลาด เขาจะแบ่งเวลาเป็น สมมติว่าวันนี้เขาทำงานดึกมาก วันรุ่งขึ้น ถ้าเป็นบริษัทที่เข้มงวด คุณต้องมาทำงานเก้าโมง เขามาได้นะ เก้าโมง แต่เขาอาจจะทำงานไม่ได้ตั้งแต่เก้าโมงถึงเที่ยง แล้วอาจจะส่งผลไปถึงตอนบ่ายก็ได้ แต่ถ้าสมมติเขาทำจนดึก แล้วมาทำงานวันรุ่งขึ้นบ่ายโมง แล้วเขาเฟรช เขาสามารถทำงานต่อได้เลยจนถึงกี่โมงก็แล้วแต่เท่าที่เขาอยากทำ

แสดงว่าที่ LINE ไม่มีเวลาเข้างาน

จริงๆ เรามีเวลาเข้างาน แต่เราให้พนักงานเข้างานตอนไหนก็ได้ วันเสาร์อาทิตย์เข้ามาทำงานก็ได้ ไม่มีสแกนนิ้วมือ ไม่มีการนับชั่วโมงทำงาน ไม่มี ที่นี่เราไม่โอที เพราะฉะนั้นอยากเข้ามาทำงานเมื่อไหร่ก็ได้

ถึงคนที่สนใจอยากมาร่วมงาน

LINE เป็นบริษัทที่วัฒนธรรมค่อนข้างแข็งแรง ถ้าคิดว่าตัวเองอยากทำงานกับบริษัทที่เป็นเทคฯ อันดับหนึ่ง แล้วเสียงของเราสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้ สามารถเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้ คิดว่าผลงานของตัวเองสามารถไประดับโลกได้ เพราะอย่างที่บอก คือถ้าเซอร์วิสไหนที่เกิดขึ้นในไทยแล้วมันดี ระดับโกลบอลจะเอาไปทำ ฉะนั้นถ้าคิดแล้วว่าอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตแล้วอิมแพ็กกับคนมากๆ อยากเปลี่ยแปลงโลก ที่นี่เป็นที่ทำงานที่ดี เพราะวัฒนธรรมเหมาะกับคนที่เป็น Tech Millenians เป็นคนที่ Tech Savvy แล้วก็เป็นคนรุ่นใหม่ สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก คัลเจอร์ ทุกอย่างพร้อมครับ

ที่บอกว่าเซอร์วิสไหนดี ระดับโกลบอลจะนำไปใช้ มีอะไรบ้าง

ตอนนี้ไต้หวันกำลังจะทำ LINEMAN ส่วน LINE TV นี่ไปที่ไต้หวันเรียบร้อยแล้ว LINE TV กำเนิดที่ประเทศไทยนะครับ ตอนแรกที่บอกว่าจะไลน์ทีวี ยังคิดเลยว่าจะไหวเหรอ เพราะอินเทอร์เน็ตแย่มาก แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของซีอีโอของคนจัดการบอกว่า ไม่ อนาคตทุกอย่างต้องอยู่บนมือถือแน่นอน เราวางไว้ว่าเราต้องบีทยูทูบให้ได้ ยูทูบเป็น UGC คอนเทนต์ใช่มั้ย แต่เราเป็นพรีเมียมคอนเทนต์ เราต้องทำให้ได้ มีรีรันคอนเทนต์ มีออริจินัลคอนเทนต์ของเราเอง เหมือนสร้างให้มีข้อแตกต่าง


4 ข้อสุดเจ๋งที่เราอยากเข้าไปทำงานที่ LINE 

อาจจะดูเป็นเหตุผลที่ไม่มีเหตุผล แต่เชื่อมั้ยว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้พนักงานรู้สึกอินกับงานและมีความสนุก ความสุขที่อยากมาทำงานในทุกวัน

1. อาหารเช้าและกลางวัน ฟรี

2. บริเวณ relax discussion ตามจุดต่างๆ ในออฟฟิศ

คุณเนตรบอกว่า “เราต้องการความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมันไม่ได้มาจากห้องประชุมที่เป็นทางการ ไม่ได้จากโต๊ะที่อยู่ในคอกแล้วไม่ได้คุยกัน ความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียจะมาจากความไม่เป็นทางการ เพราะฉะนั้นตามจุดมุมต่างๆ คือที่ที่เราจะมี general talk, 5 minutes talk เราจะมีทุกมุม จูงกันเดินไปนั่งคุยกัน จิบกาแฟคุยกัน”

3. Gift Code โหลดสติกเกอร์ฟรีปีละ 6,000 บาท

4. พนักงานเข้างานตอนไหนก็ได้ วันเสาร์อาทิตย์เข้ามาทำงานก็ได้ ไม่มีสแกนนิ้วมือ ไม่มีการนับชั่วโมงทำงาน และไม่มีโอที

“เรามีเคพีไอที่ชัดเจน เรามีจุดที่เขาต้อง delivered ที่ชัดเจน เรามีไมล์สโตนที่ชัดเจน ว่าคุณต้อง delivered อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นพนักงานที่ดีและพนักงานที่ฉลาด เขาจะแบ่งเวลาเป็น”

HOROSCOPE