JAYLERR to 'NIGHT' หนุ่มตี๋กับบทบาทที่ทุ่มเท "ผมยังเป็นไอดอลให้ใครไม่ได้" - CLEO Thailand Online Magazine

JAYLERR to ‘NIGHT’ หนุ่มตี๋กับบทบาทที่ทุ่มเท “ผมยังเป็นไอดอลให้ใครไม่ได้”

JAYLERR

9×9

เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, 22 ปี

 

เราได้เจอกับ ‘เจเจ’ อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมา… เกือบจะสามหรือสี่ปีได้ เขาทั้งโตขึ้น สุขุมมากขึ้น และอย่างที่เราเห็นชัดคือเขาทำงานหนักขึ้นมาก ผลงานแสดงของเจเจมีจำนวนไม่น้อยเลยถ้าเทียบกับขวบปีที่เขาเติบโตในวงการบันเทิง หลายคนรู้จักเขาในภาพยนตร์เรื่องเรื่องแรก ‘เกรียนฟิคชั่น’ แต่อีกหลายคนรู้จักเขาในซีรี่ส์เรื่องแรกกับ GDH559 “ไดอารี่ตุ๊ดซี่…เดอะซีรี่ส์” จนต่อมาได้เซ็นสัญญาภายใต้สังกัด นาดาวบางกอก

และวันนี้เจเจมีบทบาทใหม่ล่าสุดกับพี่น้องอีกจำนวน 8 คนด้วยกันคือโปรเจกต์พิเศษ ไนน์ บาย นาย (9×9) โดยค่าย 4NOLOUGE  ศิลปินกลุ่มนี้เดบิวต์เมื่อตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เมื่อเขาได้เป็นหนึ่งในเก้าเขาและพี่น้องก็ไม่ได้ใช้ชื่อเสียงที่มีอยู่แล้วมาแลกกับความสบายในการร้อง เล่น เต้น แสดง มันเหมือนว่าพวกเขาเริ่มใหม่ทั้งหมด

“เหนื่อยครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานกับคนเยอะและนานขนาดนี้ เกือบสองปีแล้วครับ” เจเจรู้สึกสนิทกับเจมส์มากกว่าคนอื่น “และรู้จักกันกับพี่ต่อ กัปตัน ไอซ์อยู่แล้ว” หลังจากที่เขาได้ใช้เวลากับทุกคนมากขึ้น ได้เรียนรู้กันและกัน “ตอนนี้ก็สนิทกับทุกคนครับ”

 

 

บันไดแห่งความพยายาม

“ผมว่าเรากำลังทำในสิ่งที่เราไม่ได้ถนัด อย่างเช่น การร้องการเต้น เลยกลายเป็นกดดันตัวเอง” ตอนที่พวกเขารวมตัวกันช่วงแรกๆ ก็พบว่าบางคนมีพื้นฐานด้านนี้บ้างอยู่แล้ว “ปอร์เช่มีพื้นฐานด้านเต้น แจ๊กกี้เองก็ร้องเพลงได้อยู่แล้ว ความสามารถเราไม่เท่ากันก็เลยกดดันตัวเอง กังวลว่าจะตามน้องๆ ไม่ทัน” แต่พอเขาได้เห็นพัฒนาการของตัวเองหลังเวลาผ่านไปสักพักแล้ว “เราไม่รู้ว่าเรามาถึงจุดนั้นแล้วจนเราสามารถทำในสิ่งที่เมื่อก่อนเราทำไม่ได้ ตอนนี้มันดีขึ้น เราเห็นพัฒนาการที่เป็นขั้นบันไดของตัวเราเอง”

 

พลังบวกบนเวทีที่ได้รับกลับ ณ ตอนนั้น

แล้วเจเจก็ค้นพบว่า เขาชอบร้องเพลง “เวลาที่เราอยู่บนเวทีแล้วร้องเพลงให้ทุกคนฟัง พวกเขามองมาที่เราแล้วมีความสุขกับตอนนั้น ผมว่ามันเป็น mood ที่ happy เราได้รับพลังบวก ถ้าเทียบกับการแสดงที่ผมเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเหนื่อยน้อยกว่าการแสดง” ด้วยความรู้สึกที่ได้พลังดีๆ กลับมา ณ เวลาที่เขาส่งไป “การแสดงต้องใช้เวลาและระหว่างที่เป็นตัวละครบางพาร์ทมันกัดกันอารมณ์ความรู้สึกเรา มันเครียดนะครับ”

 

 

เจเจ VS ไอดอล

เขาไม่แน่ใจว่าเขาเป็นไอดอลให้ใครได้ไหม “ในมุมของผม จะใช้คำว่าไอดอลก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เขาตีความหมาย ‘ไอดอล’ คือคนที่เป็นแบบอย่างของคนอื่นได้ “ผมว่าผมยังไม่สามารถเป็นได้ เพราะผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น” แต่ในมุมของ 9×9 เขาก็มองเห็นว่าเราต่างมีแสงสว่างที่ส่องท่ามกลางคนที่รักพวกเขาอยู่ “เราได้โชว์ทุกคนเห็นในความพยายามและความตั้งใจของเรา ทุกครั้งที่ออกไปโชว์หรือทำชิ้นงานออกมาให้คนได้ดู ผมรู้สึกว่าเรา 9 คนพัฒนาและปรับตัวได้เร็วเสมอ รวมทั้งทีมงานเบื้องหลังที่คอยเช็คฟีคแบคตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนแผนการตลอดเวลา”

“ถ้าคนจะมองพวกเราเป็นแบบอย่าง คงจะเป็นเรื่องความหมั่นเพียรและความพยายามของพวกเรา แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวผมว่าผมเป็นไอดอลไม่ได้” ต้องเข้าใจเขาด้วยว่า ไอดอลที่ดีจริงๆ สำหรับเจเจรวมหมดทุกอย่าง ในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าเจเจไม่ถึงกับแย่หรอก แค่เขายังอยากทำให้ดีกว่านี้ และเขารู้ว่าเขาจะทำได้

 

 

ทำให้ดีกว่านี้และทำได้ดีกว่านี้

“ผมยังอยากพัฒนาทุกด้านนะ เพราะผมเริ่มทำงานมา 5-6 ปีที่แล้ว จนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เก่งขนาดนั้น พอเรามีประสบการณ์กับมันมากเหมือนเราจะรู้มาก แต่วงการบันเทิงทำให้เราได้เจอคนหลากหลาย ไม่ใช่กว่าหรือไม่นะครับ มันค่อนข้างเฉพาะตัวบุคคล บางอย่างผมมีเขาไม่มี บางอย่างเขามีผมไม่มี เลยทำให้ผมเรียนรู้ตลอดเวลา ตั้งแต่ทำงานมาเราทำอะไรตกหล่นไปจากตอนแรกที่เราเคยมีแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว” เจเจ restore ตัวเองตลอดเวลาและเรียนรู้จากทุกคนที่เจอตลอดเวลา “ทั้งคนที่อยู่ในวงการนี้มานานกว่า หรือแม้แต่กับรุ่นน้องในวงการบันเทิงก็ตาม”

จากคนที่ไม่เคยเชื่อว่าเขาจะสร้างความสุขให้ใครได้ แต่จนถึงวันนี้เขาคิดว่าแค่รอยยิ้ม และผลิตผลงานดีๆ ให้คนที่รักเขาได้เห็นมันก็คงเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ เขาให้คะแนนตัวเองแค่ 6 ใน 10 “ถ้าเทียบกับสิ่งที่พวกเขาให้มา เราเองก็พยายามจะปรับเปลี่ยนตัวเองทุกครั้งที่เจอกับแฟนคลับของเรา” อย่างที่เขาบอกเอาไว้ว่าเขายังอยากพัฒนาตัวเองในทุกด้าน “ทุกอย่างที่ทำให้ผมอยู่ตรงนี้ได้ มันเป็นเรื่องของโอกาสหรือโชคอะไรก็ตาม ผมแค่พยายามทำทุกวันให้ตัวผมเองมีความสุขที่สุด”

 

Photographer : Kittidech Charoenporn 

Text : Miss P

HOROSCOPE