"โตแล้วต้องก้าวต่อไป" แจนจัง หญิงสาวที่เปิดใจกับทุกโอกาสเพื่อเจอตัวเอง - CLEO Thailand Online Magazine

“โตแล้วต้องก้าวต่อไป” แจนจัง หญิงสาวที่เปิดใจกับทุกโอกาสเพื่อเจอตัวเอง

by MissP

ได้ยินว่า แจนจัง – เจตสุภา เครือแตง สาวน้อยที่ผันตัวมาเป็นศิลปินเดี่ยวและคว้าโอกาสเริ่ดๆ ร่วมงานกับวงการบันเทิงประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อต้นปีนี้ จะกลับมาที่เมืองไทย คลีโอก็เลยรีบโทรนัดด่วนๆ ขอคุยกันสั้นๆ ถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปและภาระหน้าที่ที่เธอบอกว่า “เราต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคยทำ”

 

แจนจัง – เจตสุภา เครือแตง (อายุ 24 ปี)

 

ตอนนี้น้องแจนจังใช้ชีวิตอยู่ที่ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นสัดส่วนครึ่งๆ เลยทีเดียวแหละ ชีวิตคงสนุกไม่น้อยและหลายคนอาจจะอยากมีโอกาสแบบเธอ แต่คิดดูสิว่าจะเหนื่อยแค่ไหนกับการต้องเดินทางไปมา ถ้าใจไม่รัก คงจะยอมแพ้ไปแล้ว “ในหนึ่งเดือนก็จะไปญี่ปุ่นเกือบสองอาทิตย์ค่ะ ถ้าเป็นช่วงที่งานยุ่งๆ การเดินทางก็มีส่วนทำให้เราเพลียและบางทีก็ป่วยง่ายค่ะ เหนื่อยบ้างแต่ก็สนุก เพราะเราได้ไปญี่ปุ่นนี่แหละ มันยังมีอะไรแปลกใหม่ที่ไปทีไรเราก็ตื่นเต้นตลอด”

อย่างที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นมีความเป๊ะ มีระเบียบ และสะดวกสบายกับอะไรหลายๆ อย่าง การทำงานก็เช่นกัน “เขาจะมีระเบียบ แบบแผน ตารางงานเป๊ะๆ ที่ไทยจะค่อนข้างยืดหยุ่น ซึ่งแต่ละฝั่งก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไปค่ะ ข้อดีของญี่ปุ่นคือ งานจะเสร็จเร็ว ตรงเวลา คุณภาพเป๊ะ แต่ที่ไทยคือเราทำงานแล้วมีความสุข สนุกในการทำงานมากกว่า มีความเป็นครอบครัว อบอุ่นมากกว่า หนูว่าโอกาสที่ได้สัมผัสกับทั้งสองฝั่งมันดีกับตัวเรา เอาข้อดีข้อเสียทั้งหมดมาปรับใช้ได้”

 

ผลงานในญี่ปุ่นที่ใช้ความครีเอทล้วน!

ความโชคดีที่แจนเรียนจบคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ เธอเลยได้เอาความรู้จากที่เรียนมาใช้ออกแบบผ้าเทะนุกุอิ ของญี่ปุ่น เป็นผ้าพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่น เอนกประสงค์ใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง “เป็นเกียรติมากๆ ค่ะ เพราะว่าร้านที่ได้ร่วมออกแบบเขามีประวัติยาวนานมาก ทุกกระบวนการเขาใช้เวลา ใช้มือไม่มีเครื่องจักร น้ำที่เขาใช้ผสมเอามาจากพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ มีขายที่ญี่ปุ่นค่ะ ทำมาสามซีซั่นแล้ว”

แต่ละลายที่เธอออกแบบเธอก็เอามาจากชีวิตประจำวันของเธอ “อันแรกตอนนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวของฮอกไกโด การออกแบบเราก็เลยโฟกัสให้แคบลง มีความหนึ่งเคยไปฮอกไกโดต้องขึ้นเขาด้วย วิวที่เราเห็นในหน้าหนาวคือหิมะขาวโพลนแล้วก็ปกคลุมต้นไม้ทั่วภูเขาเลย สิ่งที่เห็นในวันนั้นก็เลยกลายมาเป็นลวดลายบนผ้าผืนแรกของเรา เพิ่มลูกเล่นเป็นกระต่ายให้ดูน่ารัก แล้วก็เป็นตัวแทนตัวเราด้วยค่ะ” เธอก็คิดว่าจะโอกาสนี้ดีสุดๆ แล้วนะ แต่ทางร้านกลับบอกว่า ทำอีกสิ ทำให้ครบ 4 ฤดูไปเลย!

“หน้าฤดูใบไม้ผลิเราก็เอากระต่ายตัวเดิมนี่แหละ มาทำให้ดูสดใสร่าเริงมากขึ้น ที่ญี่ปุ่นเวลาเขาดูผ้านี้จะดูไล่จากบนลงล่าง อันที่สองก็เลยเอามาอยู่ที่ด้านล่าง อันล่าสุดนี้คือด้วยความชอบล้วนๆ หนูชอบหมากับแมว ตัวนี้เป็นหมาที่ถ่ายรูปมาจากญี่ปุ่น หน้าแบบนี้เป๊ะ เลยเอามาใช้ในงานเราด้วย”

 

 

ความเป็นแจนและทิศทางที่เธอกำลังมุ่งไป

แจนบอกว่าเธอเป็นคนเรื่อยๆ “อยากทำอะไรก็ทำค่ะ ทำในสิ่งที่เราชอบ ชอบกิน หนูคิดว่าหนูกำลังทำในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมาก แต่ละที่ๆ ได้ไปจะได้ชิมขนมอะไรต่างๆ ไอศครีม ทำให้มีความสุขในการทำงานมากๆ” แต่ถึงจะเรื่อยแค่ไหนก็ไม่ได้มีวันว่างเยอะนักหรอกนะ “แล้วแต่เดือนเลยค่ะ อย่างเดือนที่ผ่านมาไม่ว่างเลยสักวันเดียว มันขึ้นอยู่กับช่วงเวลา หนูทำงานหลายอย่างมาก ออกแบบ ร้องเพลง แล้วก็ถ่ายแบบด้วย ตอนนี้เราไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียว เราอยากมีความหลากหลายในการทำงาน อยากลองสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย”

เธอกำลังตกผลึกกับตัวเองหลังจากที่ชีวิตเปลี่ยนไปเลยอย่างเร็วเมื่อไม่นานมานี้ “แต่ละวันเราไม่มีคนที่คอยบอกแล้วว่าต้องทำอะไร ตอนก่อนนี้มีตารางทุกวัน ตื่นมา ไปงาน กลับมาซ้อม แล้วค่อยกลับ ค่อนข้างคล้ายกันในทุกวันซึ่งสิ่งนี้ทำให้เราพัฒนา เราฝึกตัวเองจากตรงนั้น ออกมาแล้วเราไม่มีตารางแบบนั้นเราต้องดูแลตัวเอง รู้ตัวว่าเราต้องทำอะไร กลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น” แจนจังของพวกเราคงโตแล้วจริงๆ “โตแล้วค่ะ ต้องรู้ได้แล้วว่าสิ่งที่ทำจะเกิดผลอะไรต่อไปในอนาคต เลยพยายามออกกำลังกายและเรียนภาษาญี่ปุ่น ไม่มีใครมาบอกให้เราทำ แต่เราคิดว่าสิ่งนี้จะส่งผลดีกับตัวเรา”

“ตอนนี้หนูก็ยังไม่รู้หรอกว่าจะมุ่งไปทางไหน แต่สิ่งที่ชอบที่สุดตอนนี้คงเป็นร้องเพลง แค่เราเพิ่งเปลี่ยนการมาเป็นศิลปินเดี่ยว ยังอยากจะพัฒนาให้มากกว่านี้ ร้องเพลงขั้นเบสิคมันไม่พอ ด้วยหน้าที่หนูก็อยากจะไปให้ถึงจุดที่เรียกว่า ‘นักร้อง’ จริงๆ ยังมีหลายเทคนิคที่เราอยากใช้” แจนมีโอกาสได้เรียนร้องเพลงบ้าง แล้วแต่ความยุ่งของงานซึ่งถ้างานเยอะเธอก็จะต้องห่างหายจากมันไป “พอมีงานต่างๆ เข้ามาเยอะ เราก็จะไม่มีเวลา หวังว่าพอพ้นช่วงนี้ไปเราจะได้กลับไปเรียนร้องเพลงต่อ กลัวอาจารย์ลืมหนูแล้ว(หัวเราะ)”

“อยากทำให้ดีที่สุดในทุกๆ ด้าน เราทำหลายอย่างเลยกลายเป็นช่วงตกผลึก ชอบทุกสิ่งที่ทำ มันเป็นโอกาสที่น้อยคนจะได้รับ แล้วหนูเชื่อว่าในอนาคตหนูจะรู้ว่าจะไปทางไหน เพราะเราจะโตขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งคงต้องตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่ชอบที่สุด”

 

ความยากของก้าวแรกก่อนประกาศ ‘จบการศึกษา’

“ตัดสินใจยากนะคะ เพราะมันจะเป็นจุดเปลี่ยน แต่หนูคิดถึงอนาคต เราไม่ใช่เด็กแล้วเกือบจะเพญจเพส อยากมีความมั่นคงที่จะดูแลครอบครัวได้ ถ้าเราออกมาตอนนี้แล้วรีบสร้างตัวตนที่มั่นคง เราน่าจะดูแลครอบครัวได้เร็วก็เลยตัดสินใจ” แจนเปิดปากเล่าสบายๆ พร้อมรอยยิ้ม แต่เธอยอมรับเลยว่าตอนนั้นเครียด จากความเห็นต่างๆ มากมาย “มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พอได้ปรึกษาผู้ใหญ่หลาย ท่าน สุดท้ายเราก็ต้องเลือกอยู่ดี”

“การก้าวเข้ามาอยู่ตรงที่แสงสว่าง แสงนี้จะต้องโดนทุกคนอยู่แล้ว เวลามีความเห็นด้านลบก็ต้องรู้สึกไม่ดีเป็นธรรมดา ใครๆ ก็เป็น แค่โดนเพื่อนว่าก็เสียใจแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญหลังจากนั้นคือพอเรารู้สึกแล้วจะจัดการความรู้สึกนั้นยังไง” เธอนอยด์เหมือนกัน ไม่อยากขยับตัว กลัวทำอะไรก็ผิดไปหมด แต่ก็ได้กำลังใจจากเหล่ารุ่นที่พี่เจอมาเยอะคอยปลอบใจ “ใครๆ เขาก็เคยผ่านมาทั้งนั้น ให้มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ อย่าเอาปัญหาเล็กๆ มาขยายใหญ่ ปรับปรุงได้ก็ทำ เรื่องราวมันก็จะหายไปเอง แล้วก็จะวนกลับมาใหม่ตามจังหวะชีวิต ซึ่งถ้าเราเอาแต่เครียดกับจุดนี้จุดเดียวก็จะไม่สามารถก้าวต่อไปได้” แจนบอกว่ามันคล้ายกับการเดินลุยฝ่าหิมะไปนั่นแหละ “ถึงมันจะยาก เราก็ต้องเดินไปอย่างช้าๆ และมั่นคงต่อไป”

 

นักร้อง – นักวาด – นางแบบ – นักแสดง

อีกหนึ่งผลงานที่น่ารักม๊ากกก ก็คือโฆษณาตัวล่าสุดกับรถจักรยานยนต์รุ่นเรโทร “ดีไซน์มีตั้งแต่เริ่มแรกมาตอนนี้เขาก็ไม่เปลี่ยนดีไซน์แต่มีการพัฒนา เขาก็เลือกเราไปเล่นกับพี่พิมฐา หนูว่าเจ้าก๊อตซิลามีอิมแพคมากอยู่แล้วเวลาที่ถูกปล่อยภาพออกไป แฟนคลับเขาก็มีการเอาไปทำ meme ทำรูปต่างๆ ตลกๆ บ้างแหละ” เราก็สงสัยเหมือนกันนะว่าจริงๆ แล้วแจนจังเป็นคนตลกแค่ไหน “เวลาอยู่คนเดียวก็ไม่นะ แต่ตอนอยู่กับเพื่อนจะดูเป็นคนเรื่อยๆ สบายๆ เฮฮา ตลกๆ ตอนอยู่คนเดียวจะใช้เวลาคิด วางแผนนู่นนี่ เป็นคนคิดเยอะจนจะมากเกินไปด้วยซ้ำ มากจนทำให้ปิดกั้นตัวเองเกินไปบางทีค่ะ ก็กำลังพยายามที่จะใช้อิสระในการทำงานตอนนี้ให้เต็มที่ แสดงตัวตนให้มากที่สุดและหวังว่าคนจะรักเราที่เป็นเรา แค่ต้องระมัดระวังการแสดงออกบ้าง”

 

ไอดอลของแจน

“หนูมีพ่อกับแม่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต ท่านค่อนข้างในอิสระเราในการใช้ชีวิต แต่จะสอนด้วยหลักศีลธรรมเสมอว่า คนเราจะทำอะไรก็ได้ แค่อย่าทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน ทำสิ่งไม่ดี ท่านเป็นคนที่ค่อนข้างธรรมะธรรมโม เราเป็นแบบนี้ในทุกวันได้ก็เพราะท่านทั้งสองคน” และทั้งพ่อกับแม่ของแจนก็เป็นส่วนหนึ่งของความภูมิใจในตัวเองของเธอด้วยนั่นแหละ “ภูมิใจในความเป็นลูกที่ดีของพ่อกับแม่ เราไม่รบกวนที่บ้านจนเกินไป ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับครอบครัว และทุกวันนี้ก็สามารถหาเงินเลี้ยงดูพวกท่านได้ ถึงแม้เงินไม่ได้เยอะมาก แต่หนูก็รู้สึกภูมิใจ และยังทำต่อไปได้อีก ทำให้ครอบครัวมีความสุข”

“ตอนนี้มีผลงานร่วมกับงาน Nippon Haku แจนได้ร้องเพลงธีมในปีนี้ค่ะ ชื่อเพลงว่า ‘วาดฝัน’ เป็นเพลงที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นค่ะ ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะทำงานร่วมกับญี่ปุ่น แต่ก็มีงานที่ไทยด้วยค่ะ เราก็จะเลือกตามความเหมาะสมของงานค่ะ”

 

‘You make me(MyDream)’ ตัวแทนคำขอบคุณที่มาจากใจ

ส่วนเพลง You make me (My Dreams) โปรดิวซ์โดยโปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่นและเลือกใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารเพลงนี้จะปล่อย MV พร้อมกันในวันที่ 1 กันยายนนี้ “อยากให้คนเข้าใจตัวเรามากขึ้นผ่านเพลงนี้ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการที่เราเคยเป็นไอดอล แต่ตอนนี้มาทำงานที่มันหลากหลายมากขึ้น งานที่ท้าทายก็จะมีความยากไปอีกแบบ เราจะไม่มีกำลังใจทำมันเลย ถ้าไม่มีแรงเชียร์จากแฟนๆ กลุ่มนี้ที่คอยซัพพอร์ตเรา เพลงแรกก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ถึงเราจะเปลี่ยนหน้าที่ไปแต่เขายังคอยอยู่ข้างๆ”

“เคยคิดอยู่ตลอดว่านะว่า ‘ใช่หรอ คนอย่างเราหรอที่จะทำให้คนอื่นมีแรงบันดาลใจ’ แต่เขาก็ให้กำลังใจเรา บอกเราว่า ใช่ เขาหยิบด้านดีๆ ของเราเอาไปเป็นแรงบันดาลใจในชีวิต ทำให้เรารู้สึกดีที่ถึงจะเป็นแค่ คนๆ หนึ่ง แต่ก็สามารถทำให้อีกคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้” อย่างตอนแรกที่แจนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย แต่ช่วงนี้เธอก็ตั้งใจเรียนรู้กับภาษานี้อย่างมาก “เราหัดตั้งแต่พื้นฐานเลย มีคนเห็น เขาก็ทวีตมาหาว่า เห็นเราขยันเรียนภาษาญี่ปุ่นทำให้เขาที่เคยฟัง พูด อ่าน เขียนได้ แต่ตอนนี้ลืมไปหมดแล้ว อยากกลับมาเรียนอีกเพราะเรา! การที่แม้ว่าเรายังไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจให้คนอีกคนหนึ่งอยากทำได้ มันทำให้เรารู้สึกดี”

“กับคนที่ซัพพอร์ตเรา เราไม่ได้อยากแค่ได้กำลังใจจากเขา แต่เราอยากเป็นอีกฝ่ายที่ได้ซัพพอร์ต ทำให้เขารู้ว่ายังมีเราอีกคนหนึ่งที่คอยให้กำลังใจเหล่าแฟนๆ ของเราอยู่ หนูรู้สึกว่าความรู้สึกตรงนี้ ค่อนข้างแข็งแรงสำหรับหนูกับกลุ่มแฟนคลับและก็หวังว่าคนภายนอกที่เพิ่งได้มารู้จักหนู ก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน”

 

เราว่าแจนทำสำเร็จแล้วอย่างน้อยก็กับทีมคลีโอ เรารับพลังความสดใส ความเป็นผู้ใหญ่ และความพยายามจากเธอได้ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้สาวคนนี้ตามความฝันของเธอให้เจอและคว้ามันมาได้ในอีกไม่นานนะ 🙂

instagram : @janchan.xoxo

youtube : @JANCHAN

HOROSCOPE