แบม ปีติภัทร ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ งาน ทำให้แตกต่าง และสดใหม่เสมอ

แบม ปีติภัทร : ทำให้ดีที่สุด เตรียมตัวให้ดี ทำให้แตกต่าง และสดใหม่เสมอ

แบม, แบม ปีติภัทร

แบม ปีติภัทร

ปีติภัทร คูตระกูล

อาชีพ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุ, 26 ปี

ว่ากันว่า คนเราจะประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขของอายุที่เป็นการการันตีว่าเราผ่านประสบการณ์มามากแค่ไหน และเป็นใบผ่านทางเพื่อบอกว่าถึงเวลาที่คุณจะประสบความสำเร็จแล้ว แต่มันอยู่ที่จุดเริ่มต้นในการลงมือทำ ใครเริ่มก่อน ก็มี “โอกาส” ในการประสบความสำเร็จก่อน ใครเริ่มก่อน คนนั้นก็จะเอาชนะสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้ก่อน หรือถ้าพูดให้สวยก็คือ เอาชนะความฝันของตัวเองได้ก่อน เหมือนกับแบม-ปีติภัทร 1 ใน 5 คนรุ่นใหม่ที่เราลงความเห็นว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในเส้นทางของตัวเองแล้ว

ไม่มีใครเริ่มเร็วไป ไม่มีใครเริ่มช้าไป มันอยู่ที่ว่าเริ่มแล้วหรือยัง…แค่นั้นเอง

แบม, แบม ปีติภัทร

แบม ปีติภัทร หรือแบมบิโน คือ 1 ใน 50 หนุ่มโสดคลีโอ ปี 2013 ของเรา แบมเริ่มต้นอาชีพพิธีกรที่ช่องแทรเวลแชเนล งานที่สร้างชื่อเสียงให้แบมมากที่สุดก็คือรายการ Top Chef Thailand เมื่อปีที่แล้วแบมยอมรับเลยว่าเป็นปีที่เขาเดินหน้าสู่เส้นทางที่เลือกอย่างเต็มที่ ซึ่งความฝันสูงสุดของแบมคือ การเป็นพิธีกรแถวหน้าของโลก! “ผมดีใจมากที่เราเริ่มเป็นที่รู้จักในด้านของพิธีกรโดยเฉพาะในงานอีเวนต์มากขึ้น ในปีที่ผ่านมา เป็นระดับที่น่าพอใจมากๆ แล้วก็ไม่อยากมากไปกว่านี้ด้วย หมายถึงไม่อยากเปรี้ยงปร้างแล้วดับไปเหมือนพลุครับ ก็ไม่ถึงกับช้าไปหรือเร็วไป ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ งานเท่าที่จะทำได้ เตรียมตัวให้ดี ทำให้แตกต่าง และสดใหม่เสมอ”

// ทักษะต้องมี ความน่ารักก็อย่าให้ขาด //

นอกจากทักษะและการพัฒนาตัวเองที่ต้องมีในการทำงานพิธีกรแล้ว แบมบอกว่าความน่ารัก อ่อนน้อม และความตรงต่อเวลาคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถเดินในเส้นทางนี้อย่างยาวนาน “สังเกตได้ว่าดาราที่อยู่ในวงการได้นาน เขาจะมีตรงนี้หมดเลย เท่าที่ผมสัมผัสถ้าได้เจอคนที่อยู่ในวงการมาเกินสิบปี ผมกล้าคุยกับเขาเลยนะ เพราะผมรู้ว่าเขาต้องน่ารักแน่ๆ ไม่งั้นเขาอยู่ไม่ได้นานหรอก”

// ไม่มีใครรู้ว่าจะรักหรือไม่ ถ้าไม่ได้ลองรัก //

แบมเคยสอบติดนักบิน แต่กลับเลือกเดินในเส้นทางของพิธีกร “คำว่าแพสชั่นต้องเกิดจากการที่ได้ลงมือทำมาก่อน ไม่มีทางดูแล้วรู้ว่าชอบ ผมไม่ได้รู้ตั้งแต่แรกหรอกว่าชอบงานพิธีกร พอได้ทำแล้วสนุกดี ได้ฝึกการพูด เพราะผมไม่ใช่คนที่เล่าเรื่องได้เก่งตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ชอบเจอคน ชอบคุยกับคน ชอบแลกเปลี่ยนทัศนคติ และชอบพุ่งชน ผมคิดว่าชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเราควรมีความสุขกับงาน ถ้าเปลี่ยนงานไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติให้รักมัน รักไม่ได้หมายถึงว่าต้องรักในเนื้องาน แต่อาจจะรักที่งานนี้ให้เงินกับเรา ให้เราได้เลี้ยงชีพ ให้เราตอบแทนพ่อแม่ในรูปแบบของเงิน อย่างน้อยๆ ก็ซื่อสัตย์กับงาน นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เอานักบิน ผมประเมินว่าเราจะเอางานนี้เพราะเราได้เที่ยวนั้นไม่น่าจะดี เพราะเราจะได้เที่ยวคือหลังจากขับเครื่องบิน มันคือโบนัสที่ได้จากงานมากกว่า”

// ทำชีวิตให้ดี แล้วจะมีสิ่งดีๆ เข้ามา //

แบมเชื่อเรื่องกฎของแรงดึงดูด​ จากหนังสือ The Secret ที่เขาเคยอ่าน “ถ้าเราคิดไปในทางนั้นเราก็จะได้ มันเหมือนการคิดเข้าข้างตัวเอง เป็นการคิดไปหาผลลัพธ์ ซึ่งผมสัมผัสได้ด้วยตัวเองในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถที่ผมอยากได้ งานที่ผมอยากได้ รายได้ที่ผมตั้งเป้าไว้ ก็ได้และเห็นผลมาแล้ว ซึ่งเราต้องลงมือทำควบคู่กันไปด้วยนะครับ”

เช่นกันกับการศึกษาวิธีการทำงานของคนดังๆ ที่ประสบความสำเร็จ “หากเราซึมซับคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วมันจะไม่ประสบความสำเร็จได้ยังไงล่ะ เราถูกล้อมรอบไว้ทุกอินพุตเลย ตาก็เห็น หูก็ได้ยิน ปากก็คุยกับเขา ดังนั้นเราก็จะเป็นคนไปในทิศทางนั้นเช่นเดียวกัน” งานก็เหมือนกัน ถ้าเรามีความสุขกับงาน งานก็จะมีมากขึ้น “ผมสนุกกับการเป็นเอ็มซีโดยแท้จริง งานออกมาดี ได้รับคำชม หลังจากนั้นก็จะมีงานเข้ามา ซึ่งเป็นกฎของแรงดึงดูดนั่นเอง”

แบมทิ้งท้ายเรื่องความท้าทายของงานพิธีกรและการวางแผนชีวิต “ชีวิตมันสนุกตรงนี้แหละ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเจอใครบ้าง วางแผนไว้คร่าวๆ แล้วที่เหลือให้ชีวิตมันจัดการไทมิ่งของมันเองนะครับ”

 

pictures: Instagram @bam_pitipatt
by Ratta P
HOROSCOPE