‘1991’ ชอบเสพดราม่าไม่ได้หมายความว่าจะจมอยู่กับความเศร้า

By Miss P

1991 เป็นอีกเพจที่พอว่างกดไปอ่านแล้วจะเพลินกับเรื่องราวดราม่าปนเศร้า แต่ดันสนุก! พอได้เห็นเป็นผลงานรวม 15 เรื่องสั้นเป็นหนังสือเล่มแรกของ ‘พิมประภา’ หรือ พิมพรรณ มีชัยศรี เจ้าของเพจที่เอาชื่อเพจมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อหนังสือ ‘1991 ระหว่างเราสูญหาย’ ปกสีฟ้า ด้านหน้ามีรูปวาดหญิงสาวผมสั้น ด้านหลังเป็นรูปวาดชายหนุ่มแบบเบลอๆ

“15 เรื่องสั้น ค้นหาการมีอยู่ของใครอีกคนท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ชำรุด การสื่อสารระหว่างกันที่สูญหาย คล้ายดวงดาวที่อยู่ห่างไกลจากการรู้จัก หมุนรอบตัวเองอย่างเชื่อช้า และรอคอยการถูกค้นพบอย่างมีความหวัง สะท้อนภาพความรักที่ไม่มีคำนิยามของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเจ็บปวด” – พิมประภา

 

ตอนนี้แฟนเพจของเธอมีผู้ติดตามความเศร้าอยู่กว่า 6 แสนคนแล้ว แต่ความจริงแล้วชีวิตเธอไม่ได้เศร้าขนาดนั้น “มันเป็นมิติหนึ่งของความเศร้าที่หยิบมาเล่าให้ฟัง เพราะโทนในเพจจะมีเรื่องความเศร้า ความเหงา ความโดดเดี่ยว ไม่ค่อยมีความรัก เราไม่ได้เป็นคนเศร้านะ ใช้ชีวิตปกติ คนอ่านอาจจะเข้าใจว่าเราจมกับความเศร้า แต่ความจริงแล้วเขาอ่านแล้วเกิดความเศร้ามากกว่า เราแค่หยิบพาร์ตหนึ่งในความรู้สึกมาเขียน มันอาจจะเป็นความเศร้าที่เกิดขึ้นในอดีตแล้วส่งผลให้คนที่อยู่ในปัจจุบันคิดว่ามันยังคงเกิดขึ้นอยู่”

 

สาเหตุของ 1991

“19 คือเลขวันเกิดเรา 91 คือปีเกิดของเรา ซึ่งมันค่อนข้างส่วนตัว เราก็อยากให้ชื่อเพจของเราเกี่ยวข้องกับคนอ่านได้ด้วย เราก็เลยคิดว่า 1991 ถ้าเอามาเขียนเป็นภาษาไทย ‘หนึ่งก้าว’ ที่แปลว่าเดิน แล้วก็ ‘ก้าวหนึ่ง’ มันคือการก้าวเดินไปเรื่อยๆ กลายมาเป็น ‘หนึ่งก้าว ก้าวหนึ่ง’”

คุณพิม จบอักษรศิลปากร และเป็นคนชอบขีดเขียน “เราชอบบรรยายความรู้สึก ชอบถ่ายรูป ก็เลยคิดว่าถ้ามีเพจที่ช่วยซัพพอร์ตส่วนที่เราอยากระบายนี้ได้ก็คงดีก็เลยสร้างเพจนี้ขึ้นมา และการทำอะไรมันต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เรื่องที่เราเขียนลงไปก็จะเป็นความรู้สึกหรือสิ่งที่เราเจอมา มีหยิบเอาเรื่องคนอื่น คนรอบตัวมาเขียนบ้าง แต่หลักๆ เอาจากเรื่องตัวเอง”

 

เศร้าบ้างก็ดีนะ

“เรื่องความเศร้าที่เขียนมันทำให้คนอ่านรู้สึกว่า เขาไม่ได้เศร้าอยู่คนเดียว เวลาคนอ่านเขาอ่านแล้วเห็นว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน ข้อนี้สำคัญที่ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวหรือเจอเรื่องนี้อยู่เพียงลำพัง ส่วนที่สองที่เราเขียนลงไปมันไม่ได้ถ่ายทอดความเศร้าเหลือเกิน แต่มันมีมิติของการก้าวเดินต่อไป เศร้าแล้วต้องลุกขึ้นมาได้ด้วย นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะสื่อ”

 

ถ่ายทอดความเศร้าทั้งที่เราว่าเราโอเค

“เรารู้สึกว่าการเสพอะไรเศร้าๆ มันอินกว่าการเสพอะไรที่มีแต่ความรัก แม้จะไม่ได้เศร้าเสพเรื่องเศร้ามันก็เศร้าได้นะ ตัวเราเป็นคนทั่วไปเลย ชอบเที่ยว ถ่ายรูป ฟังเพลง แรงบันดาลใจในการเขียนหลักๆ ของเราคือการฟังเพลง พออินมากอยากเขียนอะไรสักอย่างก็จะลงมือเขียนเลย ในช่วงนี้ชอบ Monomania  หรือ Sweet & Low อะไรประมาณนี้ บางทีฟังเพลงไม่เศร้าแล้วดันเขียนเรื่องเศร้าได้ก็มี”

ในเมื่อ 15 เรื่องสั้นจากในเล่มนั้นไม่มีอะไรจากในเพจเลย เธอได้เอาเรื่องของตัวเองมาเขียนบ้าง คนรอบตัวบ้าง “เราจะหยิบเอาความรู้สึกรอบตัวมาใช้และแต่งเติมเข้ามาบ้างให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โจทย์ของเรื่องสั้นคือต้องสื่อสารเรื่องเศร้าออกไปให้ต่างจากเดิม” และทุกเรื่องต้องเศร้ากันอย่างแตกต่าง เรามีเหตุของความเศร้าได้จากหลายปัจจัย “แกนหลักคือความเจ็บปวดมันไม่มีเพศ เราเสียใจก็เพราะใครสักคน เจ็บก็คือเจ็บ ไม่เกี่ยวกับว่าเพศไหนเพราะเพศไหน”

“เราว่าไม่ว่าคนมีความสุขแค่ไหนก็ต้องมีความเศร้าในใจ มันเลยไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับชีวิต แต่เวลาเศร้าแต่ละครั้งเราจะต้องรู้สึกเศร้าน้อยลงทุกวัน มีพัฒนาการเรื่อยๆ”

 

เมื่อไหร่ที่เศร้า…เอาให้สุด

เวลาเพื่อนเศร้าหรือเราเศร้า เธอรับมือด้วยการ “เอาให้สุด ฟังเพลงเศร้า ไปในสถานที่ที่เราได้อยู่คนเดียว ถึงจุดหนึ่งเราจะลุกขึ้นมาได้เองด้วยสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ความเศร้าไม่ได้น่ากลัวเลย มันทำให้เราได้ทำอะไรที่อยากทำ อยู่กับเพื่อนหรือไม่ก็อยู่คนเดียว” ความจริงคืนเดียวก็ควรจะหายเศร้าแล้ว “ต่อให้กลางคืนจะแย่ขนาดไหน ตื่นเช้ามามันต้องดีขึ้น นอกจากว่าเราจะไปเสพความเศร้าเพิ่มขึ้น”

แต่คุณพิมก็บอกเราเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ความเศร้าไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เราเรียนรู้อะไรบางอย่างจากมันเสมอ

HOROSCOPE