โวคอลควีน ‘TAEYEON’ กับบทบาทศิลปินเดี่ยวที่สามารถเชื่อใจ และฟังเพลงได้

โวคอลควีน ‘TAEYEON’ กับบทบาทศิลปินเดี่ยวที่สามารถเชื่อใจ และฟังเพลงได้

ไอดอลสาวเสียงทรงพลัง Kim Taeyeon ลีดเดอร์และเมนโวคอลแห่งวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ 1 เกิร์ลเจเนอร์เรชั่น 

กับความสามารถทางดนตรีและเพลงที่พิสูจน์ให้เราเห็นในฐานะศิลปินเดี่ยว

จนได้รับการยอมรับว่าเธอเป็น “ศิลปินที่สามารถเชื่อใจและฟังเพลงได้” (หมายถึง เพลงที่มาจากแทยอนเชื่อใจได้เลยว่าต้องเพราะและได้รับความนิยม)

เราเลยขอพาทุกคนย้อนมาดูเส้นทางในวงการเพลง ตั้งแต่เดบิวท์เป็นลีดเดอร์ของวงเกิร์ลเจนเนอร์เรชั่น

จนทุกวันนี้เธอเติบโตอย่างสง่างามและมีผลงานเพลงเดี่ยวที่ฮิตติดทั้งชาร์ตเพลงมาแล้ว

 

ชนะการประกวด SM ด้วยดีกรีอันดับ 1 สายร้อง

คิมแทยอน เด็กสาวจากทางตอนใต้ของโซล เธอเป็นลูกสาวคนกลางของครอบครัว ที่รักการร้องเพลงมากๆ ถึงขั้นยอมนั่งรถไปกลับหลายชม. เพื่อมาเรียนร้องเพลงที่โซล และในปี 2004 แทยอน ได้เข้าประกวดร้องเพลงของทางค่าย SM Entertainment ที่จัดขึ้นในงาน SM Entertainment’s 8th Youth Best Competition และชนะการประกวดด้วยดีกรีสายร้อง อันดับ 1 และนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอก้าวเข้ามาเซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ SM Entertainment ที่ผลิตนักร้องคุณภาพออกมามากมาย อย่าง ดงบังชินกิ ที่มาแรงมากๆ ในยุคนั้น

 

จุดเริ่มต้น ยุคของหญิงสาว และการเดบิวท์เป็นลีดเดอร์ของวง Girls’ Generation

ย้อนไปเมื่อปี 2007 ได้เกิดวงเกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกผู้หญิงด้วยกันถึง 9 คน ภายใต้สังกัด SM Entertainment ในชื่อ เกิร์ลเจเนอร์เรชั่น หรือ SNSD (โซนยอชีแด) ที่แปลว่า ยุคของหญิงสาว และยังรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า โซชิ โดยมีสมาชิกคนแรกคือ เจสสิก้า ตามมาด้วย ซูยอง ฮโยยอน ยูริ ยุนอา ซอฮยอน น้องเล็กของวงที่ตอนนั้นเธออายุเพียง 16 ปี และแทยอนที่เดบิวท์เข้ามาด้วยดีกรีอันดับ 1 สายร้อง ตามมาด้วย ทิฟฟานี ส่วนสมาชิกคนสุดท้ายคือ ซันนี่ ซึ่งในวงจะมีเมนร้องหลัก คือ แทยอน เจสสิก้า เมนร้องรอง คือ ซอฮยอน ซันนี่ และทิฟฟานี่ ส่วนอีก 4 คนเป็นสายแร็บเต้น

ด้วยความที่ทุกคนในวงอายุไล่เลี่ยกัน จึงดูแลกันแบบเพื่อนมากกว่า การเป็นลีดเดอร์ที่ต้องคอยบอกว่าแต่ละคนต้องทำอะไร จึงไม่ใช่สไตล์ของแทยอนเลย และนั่นก็เป็นข้อดีที่ทำให้ทุกคนในวงกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งจริงๆ วัฒนธรรมของเกาหลีค่อนข้างให้ความสำคัญกับระบบรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างมากนะ แต่การวางตัวสบายๆ ของแทยอนกลายเป็นส่วนที่ทำให้เพื่อนๆ หรือรุ่นน้องในวงกล้าที่จะแสดงตัวตนออกมาโดยที่ไม่เกร็ง และด้วยความสามารถโดดเด่นด้านการร้องทำให้แทยอนรับหน้าที่หลักเป็นเมนโวคอลของวง ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เรียกได้ว่าแทยอนเป็นสายแข็งด้านการร้องคนหนึ่งเลย และเสียงของเธอก็ทำให้โซชิเป็นที่จดจำ

แต่กว่าพวกเธอจะโด่งดังเป็นพลุแตกจนทุกวันนี้ไม่ง่ายเลยนะ ทั้งโดนสบประมาทและถูกจับตากันตั้งแต่ยังไม่เดบิวท์เลยทีเดียว ถ้าใครเคยดูรายการ Girls Go To School ทางช่อง Mnet ซึ่งเป็นรายการที่เผยให้เห็นตัวตนของพวกเธอทั้ง 9 ในหลายๆ มุมก่อนที่จะเดบิวท์จนเดบิวท์มาเป็นศิลปิน ฟีลประมาณตามติดชีวิตไอดอล ยิ่งดูก็ยิ่งหลงความโก๊ะๆ เปิ่นๆ ฮาๆ เวลาพวกเธออยู่ด้วยกัน และเชื่อว่าโซวอนทุกคนต้องผ่านตารายการนี้มาแล้วทั้งสิ้น

 

 

และแล้ว Into The New World ซิงเกิร์ลแรกของ Girls Generation ก็ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคม ปี 2007 ในรายการ Inkigayo ทางช่องเอสบีเอส เป็นเพลงในตำนานที่มาคู่กับรายการ Girls Go To School เลย ฟังทีไรก็นึกถึงภาพที่พวกเธอซ้อมเต้นด้วยกัน วัยแรกรุ่นของสาวๆ ที่มีแต่ความสดใส สนุกสนาน ยิ่งใครที่ติดตามมาตั้งแต่แรก ดูแล้วอาจมีน้ำตาซึม ในใจลึกๆ เรายังอยากเห็นพวกเธออยู่รวมกัน 9 คนแบบนี้ แม้เพลงนี้อาจจะไม่ได้รางวัลมากนักแต่เป็นเพลงในความทรงจำแรกๆ ที่มีกับเกิร์ลเจนเลยล่ะ และในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2007 อัลบัมเต็มอัลบัมแรกของ SNSD ก็ออกวางจำหน่าย โดยมีเพลง Girls’ Generation เป็นซิงเกิลหลัก ที่มาพร้อมท่าเต้นน่ารัก และเสียงอันสดใสของพวกเธอก็ทำให้ใครๆ ต่างชื่นชอบได้ไม่ยาก และยอดจำหน่ายอัลบัมก็มากกว่า 100,000 ชุด ถือว่าประสบความสำเร็จมาก

 

แท่งไฟสีชมพู ท่ามกลางมหาสมุทรสีดำ

มีช่วงหนึ่งที่เหล่าแฟนคลับแต่ละวงกระทบกระทั่งกันบ่อย ทั้งค่ายเดียวกันหรือต่างค่ายบ้าง อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดหรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผลกระทบกลับมาตกอยู่ที่ศิลปิน และหนึ่งในนั้นก็คือ SNSD เป็นเหตุการณ์ที่เหล่าโซวอนจำกันได้ดีกับ Black Ocean ที่ Dream Concert 2008 (Black Ocean = การปิดแท่งไฟ แสดงออกว่าไม่ชอบวงนั้น ซึ่งโดยปกติในคอนเสิร์ต แฟนคลับจะเปิดแท่งไฟเพื่อเชียร์วงของตัวเอง) และที่แรงสุดคงจะเป็นคอนเสิร์ต SM Town ที่จัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ แฟนคลับของบรรดารุ่นพี่วงผู้ชายในสังกัดเดียวกัน นำแท่งไฟขึ้นมาทำเป็นรูปกากบาท ที่หมายถึง ไม่เอาพวกเธอ อาจจะเป็นความทรงจำที่ไม่ดีนัก แต่ถือว่าเป็นบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่ของพวกเธอทั้ง 9 แม้จะโดนแอนตี้อย่างหนัก แต่เพชรก็ยังคงเป็นเพชร พวกเธอสามารถฝ่ากระแสแอนตี้จากเหล่าแฟนคลับวงอื่นๆ มาได้อย่างเข้มแข็ง และยังเคยเผยความรู้สึกในเหตุการณ์นั้นผ่านรายการ Healing Camp ทางช่อง SBS มาแล้วด้วย โชคดีที่พวกเธอมีโซวอนที่เคียงข้าง แท่งไฟน้อยๆ สีชมพู ที่โซวอนโบกให้กำลังใจนั้น เป็นพลังชั้นดีที่ส่งไปหาพวกเธอเลย

 

 

ราชินีเพลง Ost.

จากเด็กสาวลุคสดใส น่ารักๆ ใน MV ได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าพวกเธอไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังมีผลงานออกมาต่อเนื่องทั้งพรีเซ็นเตอร์ และผลงานด้านการแสดงที่ผ่านตาผู้ชมมาบ้างของสมาชิกในวงอย่างยุนอา และการที่แทยอนก้าวมาร้องเพลงประกอบละคร Ost. ครั้งแรก กับผลงานเพลง If ก็ประสบความสำเร็จ ดังระเบิด จนหลายคนที่เคยสบประมาทพวกเธอต้องหันกลับมามองพวกเธอใหม่ และเริ่มเปลี่ยนเป็นความชื่นชมจนได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงมากขึ้น ส่วนเพลง If นั้นก็ฮิตติดชาร์ตขึ้นอันดับ 1 อยู่หลายครั้งด้วย ตอกย้ำกระแสความแรงเข้าไปอีก ในปีเดียวกันแทยอนก็ได้โอกาสร้องเพลงประกอบซีรี่ย์ Beethoven Virus ชื่อเพลงว่า “Can Your Hear Me” ที่ส่งให้เธอได้รับความรักและการยอมรับจากแฟนเพลงอย่างท้วมท้นในฐานะนักร้องหญิงที่มีความสามารถสูงคนหนึ่ง จนได้รับเลือกจากการโหวตใน www.monkey3.co.kr  ให้เธอเป็น ราชินีแห่งเพลง Ost. เลยทีเดียว หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานเพลงประกอบซีรี่ย์ออกมาเรื่อยๆ อย่าง I Love You , Missing You Like Crazy หรือ Closer ว่าแล้วก็ขอกลับไปนั่งฟังเพลงพี่แทบ้างดีกว่า

 

 

 

ปรากฏการณ์ เกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติ

ยังจำแฟชั่นกางเกงยีนส์สีสันสดใสกับเสื้อยืดสบายๆ และท่อนฮุกที่ติดหู Gee Gee Gee กันอยู่ได้มั้ย เพลงนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของวงไปตลอดกาล หลังจากในวันที่ 5 เดือน มกราคม ปี 2009 SM Entertainment ได้ปล่อยเพลง Gee ในมินิอัลบัมชุดที่ 1 ของสาวๆ เกิร์ลเจเนอร์เรชั่น วางจำหน่ายทางเว็บไซต์เพลงออนไลน์ และสามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตเพลงในเกาหลีอย่างรวดเร็ว จนสื่อเกาหลีอย่าง Melon ยกให้เป็น “เพลงแห่งทศวรรษ” เลย และเป็นเพลงที่ครองอันดับหนึ่งยาวนานที่สุดของรายการมิวสิกแบงก์ ทางสถานีโทรทัศน์ KBS นานถึง 9 สัปดาห์ด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น Gee ยังทำยอดขายได้เกิน 100,000 ชุด และในปี 2010 – 2011 SM ไม่รอช้า ได้ปล่อยมินิอัลบัมชุดที่ 2 Tell me your wish และตามมาด้วยอัลบัมชุดที่ 3 Oh! , รีแพคเกจชุดที่ 2 Run Devil Run , มินิอัลบัมชุดที่ 3 Hoot ออกมา และต่อกันด้วย The Boys ที่ทำออกมาถึง 3 ภาษา เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ ในระยะเวลา 5 ปี สาวๆ Girls’ Generation สามารถสร้างฐานความนิยมได้อย่างแพร่หลายและครองใจคนทั่วไปได้ ไม่ใช่แค่ในกลุ่มวัยรุ่นเหมือนแต่ก่อน ความรักที่แฟนๆ มอบให้ ทำให้ยอดขายรวม 5 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 4.4 ล้านอัลบัม และ 30 ล้านซิงเกิล ด้วยความนิยมที่พุ่งสูงมากในเกาหลี พวกเธอถูกเรียกว่าเป็น “กลุ่มนักร้องหญิงแห่งชาติ” คือ ได้รับการยอมรับจากผลงานและชื่อเสียง และในช่วงปี 2011 นิตยสารฟอบส์ของเกาหลี ยังพูดถึงพวกเธอด้วยว่าเป็น “ผู้สร้างความบันเทิงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเกาหลีใต้”

ความนิยมในไทยก็ไม่แพ้กัน จำได้ว่ากรุงเทพฯ ช่วงเวลานั้น มองไปทางไหนก็มีแต่คนเปิดเพลงของพวกเธอ ท่อนของ Gee Gee Gee ยังคงติดหู และฟังได้ไม่มีเบื่อ ใครที่ไม่รู้จักก็ต้องรู้จักพวกเธอจากเพลงนี้แหละ

 

แทยอน ที่สามารถเชื่อใจและฟังเพลงได้

หลังจากคัมแบล็กอัลบัมเต็มชุดที่ 5 “Lion Hart” มาสักพักใหญ่ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2015 SM Entertainment ได้ปล่อยเพลง “I” มินิอัลบัมเดี่ยวชุดแรกของแทยอน กับแนวเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นแทยอนได้อย่างดี และไม่นานก็ไต่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ทเพลงของเกาหลีแทบทุกชาร์ท ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดเลยในปีนั้น ทั้งยอดดาวน์โหลด ยอดขายอัลบัมและ MV ที่เสียงตอบรับดีมาก จนทำให้แทยอนได้รับรางวัลจากหลายเวทีและหนึ่งในนั้นคือรางวัลสำคัญอย่าง Best Female Artist จาก Mnet Asian Awards 2015 เป็นครั้งแรกด้วย

 

 

 

Rain กระหน่ำชาร์ตเพลงอีกครั้ง ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ซึ่งเป็นเพลงจากโปรเจค SM Station โปรเจคใหม่ของ SM ที่มีแทยอนเป็นศิลปินเบอร์แรกที่ปล่อยเพลงออกมา และเป็นไปตามคาดประสบความสำเร็จไม่แพ้เพลง I  ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ทเพลงเกาหลีมากมาย และทำให้แทยอนได้รับรางวัล Inkigayo ด้วย และในช่วงปลายเดือน มิถุนายน 2016 แทยอนโซโล่คัมแบคด้วยเพลง Why ในลุคสดใสร่าเริง ทำให้ได้เห็นในอีกหลายๆ มุมของแท และตามมาติดๆ กับเพลง 11:11 แนว Acoustic ที่ปล่อยออกมาในช่วงเข้าฤดูหนาวพอดี ด้วยเนื้อเพลงเศร้าๆ แต่ฟังง่าย สบายๆ เข้ากับบรรยากาศในตอนนั้นดี ขนาดเราฟังครั้งแรกยังติดหู จนต้องกลับไปเปิดฟังซ้ำไม่รู้กี่ครั้ง และเพลงนี้ก็ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย จนแทยอนได้รับฉายาการันตีความสามารถในฐานะนักร้องหญิงคนหนึ่งเลยว่า “ศิลปินที่แฟนเพลงเชื่อใจและรับฟังผลงานเพลงได้” และปีนี้เองเธอยังได้รับรางวัล Best Female Artist จาก Mnet Asian Music Awards เป็นครั้งที่ 2 ด้วยนะ

 

 

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อัลบัม My Voice และเพลง Fine ก็ได้ถูกปล่อยออกมาอีก และประสบความสำเร็จมากๆ จนถึงขั้นฮิตติดชาร์จเรียงกันทั้งอัลบัมก็เคยมาแล้ว ด้วยความสามารถอันหลากหลายด้านการร้องที่หาตัวจับยากของแทยอน บวกกับเป็นศิลปินที่มีอินเนอร์ในการร้องเพลงสูง ทำให้เธอสามารถ่ายทอดบทเพลงที่ร้องออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ และเชื่อใจได้เลยว่า เพลงไหนที่พี่แทร้องต้องได้รับความนิยมแน่ๆ

 

คอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความรู้สึก

และในปี 2016 แทยอนได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองเป็นครั้งแรก ในชื่อว่า ‘TAEYEON, Butterfly Kiss’ จัดขึ้น 4 รอบการแสดง ใน 2 เมือง คือ ที่โซล และปูซาน เกาหลีใต้ โดยเกิดขึ้นที่แรกคือโซลในวันที่ 9-10 กรกฏาคม 2016  จัดใน Olympic Hall และที่ ปูซาน วันที่ 6-7 สิงหาคม 2016 ใน KBS Hall บัตร Sold Out อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สวยงามของสาวแทยอนในการขึ้นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกและประสบความสำเร็จมาก และในปีต่อมา เธอก็มีคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกครั้งในชื่อว่า TAEYEON : Persona Concert และเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวในรูปแบบเอเชียทัวร์ครั้งแรก จัดขึ้นใน 4 เมืองใหญ่ 9 รอบการแสดง คือ เกาหลี,ไต้หวัน, ฮ่องกง และกรุงเทพมหานคร และยังถ่ายทอดสดผ่านโรงภาพยนตร์ 51 แห่งในญี่ปุ่นด้วย

 

 

 

 

 

ในเมืองไทย แทยอนถือว่าเป็นศิลปินหญิงสัญชาติเกาหลีคนแรกเลยที่สามารถจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบในประเทศไทยได้ เรียกว่ากระแสแรงสุดๆ บัตรถูกขายออกไปอย่างรวดเร็วภายใน 2 นาที  และในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา เธอได้กลับมาตอกย้ำความเป็นหนึ่งอีกครั้งกับการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศไทยถึง 2 รอบการแสดง ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี กับคอนเสิร์ต ‘s…TAEYEON CONCERT in BANGKOK ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Sensibility’ ที่มีความหมายถึง “ความรู้สึก” ที่จะพาทุกคนเข้ามาสัมผัสโลกแห่งดนตรีที่ถ่ายทอดผ่านความรู้สึกของแทยอน และยังนำเอามินิอัลบัมชุดที่ 3 ‘Something New’ ที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัลบั้มที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดี มาแสดงครบทุกเพลงด้วย เรียกว่าเต็มอิ่ม และเป็นคอนเสิร์ตที่น่าจดจำมาก แทบอดใจรอคอนเสิร์ตครั้งต่อไปของสาวเเทไม่ไหวแล้วววววว

 

 

 

จากลีดเดอร์แห่งวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ 1 อย่าง Girls’ Generation สู่บทบาทศิลปินที่เชื่อใจและฟังเพลงได้

เป็นความสำเร็จสูงมากที่เธอได้มาด้วยความสามารถ ด้วยเอกลักษณ์และเทคนิคการร้องที่โดดเด่น

บวกกับอินเนอร์ในเพลงที่เธอถ่ายทอดออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ สร้างการยอมรับและฐานแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่แค่ในเกาหลี แต่เป็นทั่วเอเชีย เเละทั่วโลก เส้นทางในฐานะศิลปินเดี่ยวของคิมแทยอน

ไปได้อีกกลแน่นอน และไม่ว่าเธอจะมีผลงานออกมาในฐานะนักร้องกลุ่มหรือเดี่ยว

โซวอนทุกคนภูมิใจและจะอยู่เคียงข้างให้การสนับสนุนพวกเธอตลอดไป <3

 

 

ขอบคุณภาพจาก SM True : https://www.facebook.com/smtruethailand/

 

 

 

 

HOROSCOPE