‘ลูกหนัง’ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แฝดคนน้อง ลูกสาวหัวแก้วของคู่รักอาร์ตติส - CLEO Thailand Online Magazine

‘ลูกหนัง’ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แฝดคนน้อง ลูกสาวหัวแก้วของคู่รักอาร์ตติส

By Miss P

ตอนนี้ ‘ลูกหนัง’ ศีตลา วงษ์กระจ่าง โตแล้วและสวยจนเราต้องตะลึง แต่ความจริงหลายอย่างที่ทำให้เราต้องตะลึงไม่ได้มีแค่ความสวยของเธอหรอก แต่หนังเป็นเด็กที่ธรรมชาติซะจนเบลนด์อินกับกองคลีโอได้เร็วจนน่าตกใจซะมากกว่า เรียกได้ว่าเธอเป็น cover girl คนแรกๆ ที่เอาตัวเองเข้ามาในวงสนทนาก่อนอย่างไม่ขัดเขิน

Sitala in Seoul

เรื่องแรกเซอร์ไพรซ์สุดๆ คือเหตุผลของการหนีเมืองไทยไปเรียนอยู่ที่เกาหลีใต้ ทั้งที่เธอไม่ได้อินอะไรกับโคเรียฟีเว่อร์นี้เลย “เรียนจิตวิทยาที่โซลค่ะ ตอนแรกไม่ชอบเกาหลีใต้เลยนะ แต่เคยไปจีนด้วยแล้วรู้สึกว่าโซลน่าจะดีกว่าปักกิ่ง เพราะหนูเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องห้องน้ำมาก ยิ่งมีเพื่อนคนหนึ่งแนวคุณหนูมาก เขาไปอยู่จีน เปลี่ยนเลย! กลายเป็นคนพูดเสียงดัง ได้วัฒนธรรมบางอย่างติดตัวกลับมา แต่เราไม่คุ้นอ่ะเลยโซลละกัน”

หนังเคยเรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่หนึ่งปี จนวันหนึ่งเธอมานั่งคิดทบทวนตัวเองจนรู้สึกว่า จุดนี้ไม่ใช่ที่ของเธอ สาวใจเด็ดอย่างหนังก็เลยตัดสินใจย้ายต่างประเทศ “ตอนแรกดีใจมากเลยนะ อยากอยู่เมืองนอก ไอเดียแรกอยากไปอังกฤษ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากได้ภาษาที่สาม พอดีกับที่เพื่อนสนิทย้ายไปเกาหลีก็เลยลองสอบดู พอสอบได้แล้วถึงมาบอกพ่อกับแม่ กลัวจะไม่ได้ไปเหมือนกันนะเพราะทั้งบ้านจบจุฬาฯ” แต่พอพ่อกับแม่เซย์เยสหนังก็เดินหน้าเต็มที่ และเธอก็ต้องดีลกับปัญหาความแตกต่างอยู่ดีไม่ว่าจะไปที่ไหน

“ชีวิตมหาวิทยาลัยที่เกาหลีกับไทยต่างกันมาก หนึ่งเลยเขาไม่พูดภาษาอังกฤษ เราก็ไม่ได้ภาษาเกาหลี แต่ตอนนี้พอได้แล้วล่ะค่ะ แล้วอีกอย่างคือเขาต่างคนต่างอยู่ มีความแข่งขันกันสูงในทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เพื่อน ครอบครัวเดียวกันก็ตีกันได้ พอไปก็ทำใจก่อนเลยว่าต้องอยู่คนเดียวและต้องรอด” บอกไปสาวๆ หลายคนต้องอิจฉาเธอเพราะหนังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่วิทยาเขตสวยมากแห่งหนึ่งในโซล ใครเคยไปโซล ต้องเคยไปถ่ายรูป Ehwa University นั่นแหละ!

ชีวิตที่ไม่คาดคิดมาก่อน

หนังไปเกาหลีด้วยการแบกความรับผิดชอบมากมาย “เราเคยอยู่กับพ่อแม่ มีคนช่วยเหลือในการใช้ชีวิตทุกอย่าง พอไปอยู่คนเดียวต้องจัดสรรชีวิตเองให้ดี ทั้งเรียนด้วยและทำงานด้วย ช่วง 6 เดือนแรกแทบไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย ตื่นเช้าไปเรียนตั้งแต่เจ็ดโมงถึงบ่ายแล้วก็ไปเอเจนซี่ตอนถึงสองทุ่ม ไปเข้าคลาส เอาท์ติ้งกับโมเดลคนอื่นๆ เหนื่อยคูณสอง”

หนังเล่าว่าช่วงแรกทำงานลำบากหน่อยเพราะไม่ค่อยเข้าใจภาษา แต่พอเธอฟังออกก็ไม่บอกใครเก็บไว้เป็นความลับจะได้เข้าใจว่าคนอื่นพูดถึงเธอว่ายังไง “เจอเรื่อยแย่ๆ บ่อย แต่เป็นคนไม่กลัวอะไรก็จะไม่วิตกอะไรง่ายๆ หนูโดนเพื่อนในเอเจนซี่แกล้งประจำเลย เคยฝากเขาปริ้นท์กระดาษ เขาทำกาแฟหกใส่!”

แต่ก็มีสิ่งที่เธอชอบนะ “ชอบอาหารเกาหลี จริงๆ ชอบเนื้อย่าง แต่อย่างอื่นก็กินได้หมด ชอบที่สุดคือซุนแด เป็นไส้กรอกเลือดข้างในมีวุ้นเส้น คล้ายๆ ไส้กรอกอีสานบ้านเราแต่อร่อยน้อยกว่า”

ครอบครัวคือแรงซัพพอร์ตที่ทำให้ไม่ไหวหวั่น

“ตอนไปแรกๆ แม่ก็บอกว่าไม่ไหวก็กลับได้ แต่เราไม่กลับ ถึงจะโดนแกล้งแต่เป็นคนสู้ไม่ถอย ไม่ถอดใจกับอะไรง่ายๆ เรามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ยังไงก็ต้องทำให้ได้ ส่วนคุณพ่อก็หวงเรานะ หวงเรื่องแฟน เพราะใช้เวลาด้วยกันบ่อย ชอบไปดูหนังกับพ่อค่ะ เวลาเราไปทำสิ่งที่ชอบกับคนที่ใช่มันดีอ่ะ พ่อเขาคลิ๊กกับเราในด้านนี้ เขาเป็นคนทำหนังด้วย ส่วนกับแม่จะเป็นสายแฟชั่น เม้ากันสนุกๆ แม่เป็นเหมือนเพื่อนผู้หญิงที่เราจะสนิทได้”

ลูกหนังมีฝาแฝดคนที่อีกคนชื่อลูกหนุน ที่คาแรคเตอร์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง “เราสนิทกันนะ ถึงจะไม่เหมือนกันเลยก็ตาม เวลามีปัญหาจะปรึกษากัน เราเป็นคนชอบฟังคนอื่นพอหนุนเขาเจอเรื่องกวนใจเขาก็จะโทรมา หรือแค่เรื่องชุดนี้จะใส่ยังไงดีก็จะโทรมาคุยเล่นกัน เขาเป็นสไตล์ผู้หญิงสุดๆ ติดแม่ ไม่เล่นเกมส์ ไม่ดูหนัง แต่เขาก็จะมีสิ่งที่เขาอินแหละ” ถึงจะชอบอะไรต่างกันแต่หนังย้ำเลยว่าทั้งสองคนสนิทกันเหมือนฝาแฝดหรือพี่น้องทั่วไป

 

โอปป้าไม่มีจริง

พอถามถึงหนุ่มเกาหลีที่วนเวียนมาจีบเธอมีบ้างไหม หนังทำหน้ายู่เลยทันที แล้วส่ายหัว “ไม่เห็นชอบเลยอ่ะ หนูเคยเข้าใจว่าผู้ชายชาตินี้เป็นแบบในซีรี่ส์ที่เคยดู แต่จริงๆ คือตรงกันข้าม ด้วยความที่คนเกาหลีมีความเห็นแก่ตัวสูงเท่าที่หนูเคยเจอมานะ ประเทศนี้งานมาก่อนทุกอย่าง ก่อนความรัก ครอบครัว เพื่อน โชคดีที่หนูเป็นคนชอบอยู่คนเดียว ยิ่งต้องเรียนและทำงานแทบไม่มีเวลาทำอะไรเลย”

 

“เคยเจอคนเดินตามมาที่รถไฟ แล้วก็เข้ามาขอเบอร์ แต่รู้สึกว่าเขาแปลกๆ ตั้งแต่การเดินตามละก็เลยไม่ให้ไป” จะจีบผู้หญิงคนนี้ต้องเนียนมากพอสมควรเพราะเข้ามาโต้งๆ เธอไม่ชอบ “ชอบคนตีเนียนเก่งจริงๆ แบบอย่าให้เรารู้เลยนะว่าจีบ แต่ส่วนใหญ่จะรู้เพราะเขาจะไม่ค่อยเนียน ชอบคนฉลาด คนที่มีแพชชั่นในบางอย่างพอพูดแล้วเขาทำให้เรารู้สึกทึ่งได้” เตือนหนุ่มๆ ทั้งโลกก่อนว่าหนังเป็นผู้หญิงอินดี้ ไม่ชอบตอบแชท “ไม่อยากคุยทุกวันตลอดเวลาอะไรอย่างนั้น เจอกันอาทิตย์ละครั้งหรือมากที่สุดสามครั้งกำลังพอดี” เธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีโลกส่วนตัวสูงอย่างนั้น แค่ต้องการพื้นที่ของตัวเองบ้าง

 

รักในแบบศิตลา

หนังเป็นคนมีเพื่อนผู้ชายเยอะมาก คงเพราะนิสัยที่ไม่คิดอะไรเยอะ ไม่ชอบจุกจิก “เวลาว่างชอบอยู่คนเดียว เพราะช่วงเวลาปกติต้องเจอคนเยอะอยู่แล้ว เลยอยากให้เวลากับตัวเองบ้าง ทำอะไรของเราบ้าง ดูซีรี่ส์ อ่านหนังสือ อัพเดทแฟชั่น ดูยูทูปไปเรื่อยๆ หนูชอบดูคลิปหมา แมว ทำอาหาร เล่นเกมส์ก็เล่นบ้างนะ หนังสือการ์ตูนก็อ่าน แค่นี้ก็มีความสุขมากกกแล้ว” ถึงกับเคยโกหกคนที่มาจีบเธอว่าจะไปกินข้าวแต่ที่จริงเธอแค่อยากมีเวลาให้ตัวเองบ้าง

ตอนเด็กๆ เธอไม่ค่อยได้มีเวลาทำอะไรแบบนี้ลำพังหรอก “สังคมฝั่งเอเชีย ผู้หญิงจะไม่ค่อยใช้เวลาอยู่คนเดียว เราจะต้องนั่งจุกจิกกับเพื่อนสาว พอใครอยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียวคนจะคิดว่าแปลก แต่พอไปเกาหลีใต้ก็เหงานะ แต่อยู่คนเดียวได้ สบายมากเลย เพื่อนหนูบางคนอยู่ไม่ได้แต่หนูไม่ได้เป็นอย่างนั้น” ถ้าใครติดตามเธอจะเห็นว่าลูกหนังมีเพื่อนเยอะมากกก ทั้งในวงการแฟชั่นไทยและเกาหลี “เพื่อนหนูเยอะ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่ผู้ชายก็จะเป็นเกย์ เพื่อนผู้หญิงก็มีแต่สัดส่วนน้อยกว่า”

 

เพราะเราแคร์ทุกคนบนโลกไม่ได้

เธอไม่ใช่คนที่จะมาอธิบายความเป็นตัวเองให้กับใครฟังแบบละเอียดเลยโดนเข้าใจผิดบ่อย “เพื่อนบางคนจะรู้สึกว่าเราเห็นแก่ตัว เพราะเราเป็นคนที่ independent มากๆ เลยจะถูกมองว่าไม่แคร์คนรอบข้างเท่าไหร่ ซึ่งหนูก็สงสัยเหมือนกันว่าเราเห็นแก่ตัวขนาดนั้นเลยหรอ หลังๆ ก็เริ่มให้อธิบายมากขึ้น แต่ก็มีอารมณ์ที่ปล่อยไปบ้าง ไม่เป็นไร”

“มีเพื่อนผู้ชายเยอะด้วยมั้ง เข้ากับกลุ่มผู้ชายได้ดีกว่าผู้หญิง เพราะเป็นคนไม่จุกจิก ไม่ชอบดราม่า เป็นคนพูดตรงๆ และไม่ขี้งอน คือถ้าแนะนำเพื่อนเราสองคนให้เขารู้จักกันวันหนึ่งเขาจะไปแฮงเอาท์กันเองจะไม่นอยด์เลย ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็น เลยทำให้หนูชอบอยู่กับผู้ชายจะได้ไม่ต้องเจออะไรแบบนี้”

แต่ลูกหนังก็ไม่ค่อยโดนนินทาเท่าไหร่ “ความห้าวๆ แมนๆ สนิทกับเพื่อนผู้ชายก็ไม่แปลก แต่หนุน(ฝาแฝด)จะโดนนินทาบ่อย เรื่องนี้โมโหมากนะ ไม่ชอบคนพูดลับหลัง โมโหแทนหนุนเพราะเขาไม่สู้คน” เพื่อนผู้หญิงเห็นความชัดเจนของเธอขนาดนี้แล้วไม่เข้าใจผิดหรอก ส่วนใหญ่พวกผู้ชายต่างหาก! “ผู้ชายเป็นเพศที่ขี้มโนเหมือนกันนะ พอได้ใช้เวลากับเพื่อนผู้ชายจะทำให้เราเข้าใจผู้ชายเยอะขึ้นมากๆ พวกเขามีความหลงตัวเองสูง บางคนพอสนิทกับเพื่อนผู้หญิงเขาจะคิดว่าเราชอบ เราเป็นคนที่เล่นกับทุกคนที่เป็นเพื่อน สุดท้ายค้นพบว่าผู้ชายแพ้ความใกล้ชิด พอเราทำดีด้วย เขาก็เข้าใจผิดคิดว่าเราชอบ” เคยถูกเพื่อนผู้ชายเข้าใจผิดถึงกับไปบอกเลิกกับแฟนมาแล้วและเปลี่ยนมาใกล้ชิดเธอแทน ทำให้ต้องห่างออกมาเลยทันที

ความสามารถที่ไม่จำกัด จะทำสิ่งที่รักเป็นอาชีพ

“อยากทำหลายอย่าง ไม่อยากถูกมองว่า เป็นคนอาชีพนี้ๆ จริงๆ ชอบการแสดงนะ เคยคุยกับพ่อเรื่องนี้แต่พ่อก็สอนให้คิดว่าเราทำมันได้จริงๆ ใช่ไหม เราสามารถอินกับมันด้วยความเข้าใจและสื่อออกมาแบบไม่โกหกตัวเองได้แล้วหรือยัง ก็เลยทำให้เราอยากเจอบทที่ใช่ก่อน ด้านแม่จะเป็นสายซัพพอร์ต เขาอยากให้เราลอง”

 

การเรียนจิตวิทยาทำให้เธอเข้าใจตัวเองและมนุษย์คนอื่นๆ มากขึ้น “เราเลยอยากจะเข้าใจพื้นฐานของตัวละครที่เราจะเล่น อยากเล่นดราม่า แต่จริงๆ แล้วเป็นคนติดตลกนะ อยากท้าทายตัวเอง” แต่ลูกหนังก็ไม่ชอบแข่งขันกับคนอื่น เธอรู้ว่าตัวเธอต้องการอะไร “เราว่าเราโตเร็วกว่าเพื่อนคนอื่น มีคำถามหนึ่งที่เคยถามเพื่อนว่า จบอักษรฯ แล้วจะไปทำอะไร เพื่อนตอบไม่รู้ ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่าเราต้องการอะไร” และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอเปลี่ยนทิศทางมุ่งไปเกาหลีใต้เลยทันที

 

พอได้คุยกันสักพักจะรู้สึกได้เลยว่าลูกหนังผู้หญิงฟรีสปิริตพอสมควร เธอไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องมีคนมาคอยบอกให้ทำอะไรอยู่ตลอด “ต้องมาคอยโทรคุย เจอหน้ากันทุกวันไม่ไหวนะ” และเตือนเลยว่าหนุ่มที่จะอยู่ข้างเธอในอนาคตอย่าห้ามให้เธอเป็นสิ่งที่เธอรักเด็ดขาด คนที่รักเธอได้ต้องรักศีตลาในแบบที่เธอเป็น

“การที่เราจะอยู่กับใครสักคน เราเข้าใจในส่วนของเราว่าความรักมันไม่ใช่การยอมกันอย่างเดียว แต่เราต้องการความเข้าใจ เราต้องรับข้อไม่ดีของคนๆ นั้นให้ได้มากกว่าที่จะขอให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

 

instagram : @sitalawongk

HOROSCOPE