น้ำชา ผู้หญิงที่อินเนอร์คือความเซ็กซี่แต่พร้อมลุยได้ทุกที่ - CLEO Thailand Online Magazine

น้ำชา ผู้หญิงที่อินเนอร์คือความเซ็กซี่แต่พร้อมลุยได้ทุกที่

เขียนโดย BeamHoneyB

น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์ อายุ 30 ปี คือนักร้องสาวเจ้าของเพลงฮิต “รักแท้…ยังไง” และนักแสดงที่ผ่านงานทั้งละคร ภาพยนตร์ และละครเวทีมามากมาย ล่าสุดก็เพิ่งไปออกรายการ The Mask Singer Thailand เป็น “หน้ากากปะการัง” แต่ความสามารถของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะตอนนี้เธอคือนักธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “Sheranut (ชีรณัฐ)” แบรนด์เครื่องสำอาง RAD Cosmetic อาหารเสริม Ice Tea และร้านรวมแบรนด์เครื่องสำอางแบบ “Multi Label Store” ที่มีชื่อว่าBeauty 24 ทำงานหลายอย่างแต่ยังฮอตแบบนี้ เธอทำได้ยังไงนะ?

“น้ำชา” ในบทบาทนักธุรกิจ

ตอนนี้น้ำชาทำธุรกิจเยอะมาก แต่ก็ไม่เคยเรียนด้านธุรกิจมาเลย ช่วงเริ่มก็เลยยากมา ซึ่งธุรกิจแรกที่เธอเริ่มจับก็คือ “Sheranut (ชีรณัฐ)” แบรนด์เสื้อผ้าที่เธอทำตั้งแต่ ปี 2016 น้ำชาเล่าว่าเธอเรียนรู้จากการเสียเงิน “ตอนแรกทำอะไรก็ไม่เซฟคอส์ท ทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง อยากทำอย่างเดียว มีอะไรก็จ่ายๆ ไม่ได้ศึกษาการตลาด แต่ก็ออกมาแบบมั่นใจมาก มั่นใจเกินไป เพราะไม่ได้เรียนมาด้านธุรกิจ แต่เป็นคนชอบดีไซน์ ก็เลยอีรุงตุงนังในปีแรก”

แต่พอเข้าปีที่สองทุกอย่างก็เริ่มเคลียร์ขึ้น มีโอกาสไปคลุกคลีกับคนทำธุรกิจแนวเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเขาก็คอยแนะนำวิธีการทำธุรกิจให้น้ำชาตลอด แถมเธอยังมีผู้ช่วยเป็นคุณแม่ ซึ่งเป็นนักธุรกิจ ทำงานโรงแรม ก็จะคอยสอนเยอะมาก จนตอนนี้คุณแม่ก็เข้ามาช่วยเรื่องธุรกิจและบริหารแล้ว พอได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง น้ำชาก็เลยค้นพบว่าการทำงานจะต้องมีทีม ไม่ว่าจะมีเงินเยอะแค่ไหน แต่ถ้าทีมไม่พร้อม ลูกน้องทำงานไม่เป็นระเบียบ ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำชาบอกว่าเป็นเจ้านายแบบที่ “ใจดีเกินไป” ก็เลยมีแต่เสีย หลังจากนั้นเธอก็เลยมีวิธีการบริหารได้ดีขึ้น รู้จักดุ รู้จักห้ามเป็น

ชาจะทำงานด้วยการพร้อมที่จะแก้ปัญหา”

ทำงานที่ไม่ถนัดขนาดนี้ก็มีท้อบ้าง บางทีก็เลยร้องให้อยู่ในห้องทำงานคนเดียว “รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ปัญหาวิ่งเข้ามาทุกวัน แต่วันนี้ชาต้องขอบคุณปัญหาเหล่านั้นที่ทำให้ชาได้เรียนรู้….ถ้าไม่ผ่านช่วงเวลานั้นมา เราก็ไม่มีทางรู้ว่าวันนี้ควรจัดการกับปัญหายังไง เป็นบทเรียนราคาแพงมาก” ทุกวันนี้น้ำชาก็เลย “ทำงานด้วยการพร้อมที่จะแก้ปัญหา” เพราะเธอเข้าใจว่ามันเป็นของคู่กัน ทุกวันนี้เวลาน้ำชาเจอปัญหาก็เครียดนะ แต่ก็พยายามเครียดแป๊บเดียว จากเมื่อก่อนที่จะเครียดเป็นวัน แต่สุดท้ายชีวิตก็พัง ไม่ดีต่อตัวเองและคนรอบข้าง น้ำชาก็เลยรู้สึกว่าเวลาทำธุรกิจก็จะต้อง “พร้อมแก้ปัญหาทุกวินาที ทำมันด้วยสติ พอจบแล้วคือจบ อย่าเอามันกลับมาทำร้ายคนอื่นและตัวเอง”

 

24 ชั่วโมงกับน้ำชา

กิจวัตรของสาวบิสซี่อย่างน้ำชา ตื่นมาสิ่งแรกที่ทำคือจับโทรศัพท์แล้วก็เคลียร์งานทั้งหมดที่เด้งขึ้นมาบนมือถือ “บางทีปวดเข้าห้องน้ำแต่ก็จะจับมือถือก่อน” น้ำชาจะมี to do list และเป็นคนที่ทำงานเร็วมาก งานจาก 5 บริษัทจะเคลียร์รวดเดียวเลย แล้วก็จะออกไปงานอีเวนต์ ระหว่างนั้นก็จะมีคุยงานบริษัทด้วย แล้วก็ตอนเย็นถ้าไม่ได้ถ่ายละครก็จะแวะเข้าบริษัท แต่ก็ไม่ได้ถึงกับทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพราะว่าเธอตั้งกฏให้ตัวเอง “ไม่ว่าปัญหาจะเยอะขนาดไหน ชาขอหลังอาหารเย็นที่จะต้องจบ ไปทำอะไรที่มีความสุข ดูหนัง กินข้าว ปัญหาที่เข้ามาช่วงนั้นก็จะเอาไปแก้วันพรุ่งนี้ แต่ก็มีบ้างที่มีเรื่องด่วนต้องรีบแก้ปัญหา แต่ก็น้อยมาก” น้ำชาจะพยายามแบ่งระเบียบชีวิตให้ดี

เคล็ดลับการ multi task ของเธอคือการจด

งานเยอะขนาดนี้น้ำชาไม่เคยหลุดเลยเพราะเป็นคนชอบจด “เป็นคนขี้ลืมมาก มีอะไรเกิดขึ้นนิดหน่อยก็จะจด” เธอจดอยู่สองอย่าง เป็นโน้ตและก็ปฏิทิน งานไหนลูกน้องจะต้องส่งวันไหน เกิดขึ้นวันไหนก็จะจดลงปฏิทินแล้วค่อยตามงาน ซึ่งก็จะจดลงโทรศัพท์ซึ่งน้ำชาบอกว่า “ถ้าโทรศัพท์หายก็คือตายเลย จำอะไรไม่ได้เลย”

ถึงจะงานเยอะก็ไม่ลืมดูแลตัวเองนะ!

น้ำชาจะพยายามดูแลตัวเองให้ได้ทุกวัน วันหนึ่งจะทำงาน 50% ดูแลตัวเอง 50% แต่งานเยอะขนาดนี้ เธอก็เลยต้องฉลาดใช้เวลาให้คุ้มค่า จะออกกำลังกาย ทำเล็บ ทำสปาระหว่างที่ทำงานไปเลย “ชาไม่ค่อยเข้าออฟฟิศ เพราะหลายบริษัทมาก ปกติจะคุยงานทางโทรศัพท์ ก็จะอาศัยดูแลตัวเองตอนทำงานระหว่างวันไปเลยเช่น นวดหรือทำเล็บไปด้วย ทำงานไปด้วย” ส่วนการออกกำลังกาย ใน 1 สัปดาห์น้ำชาตั้งเป้าไว้ว่าต้องทำให้ได้ 2-3 ครั้ง วันหนึ่งอาจจะคาร์ดิโอ อีกวันก็ไปเจอเทรนเนอร์ทำให้กระชับ บางสัปดาห์ก็อาจจะไปเจอเทรนเนอร์เลยสองครั้ง แต่ก็มีบ้างที่ขี้เกียจ สองอาทิตย์ไม่ออกกำลังเลย น้ำชาบอกว่าโชคดีที่ตัวเองเป็นคนหุ่นโครงเล็ก เวลาน้ำหนักขึ้นก็จะเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

ส่วนผสมที่มีเสน่ห์ของผู้หญิงที่ชื่อ “น้ำชา”

ธุรกิจแต่ละอย่างที่น้ำชาเลือกทำจะมีความเป็นผู้หญิงมากเพราะเธอเป็นคนชอบดูแลตัวเอง แต่ถ้าถามว่าน้ำชามองตัวเองเป็นผู้หญิงแบบไหน เธอก็คิดว่ามีความ Sexy 30% มีความลุยอยู่ 30% ที่เหลืออีก 40% จะเป็นความบ้างาน เพราะจริงๆ แล้วเธอเป็นคนตรงๆ ห้าวๆ ชอบผจญภัย พบปะผู้คนที่ไม่รู้จัก ชอบเล่นกีฬาที่มีความเร็วอย่าง Jet Ski และ Go Cart ชอบเล่นเกมแบบยิงๆ เหมือนผู้ชาย ส่วนเวลาทำงานก็จะลงมือทำเองทุกอย่าง “ตัวชาเวลาทำอะไรก็จะทำจนสุด ต่อให้ต้องลงไปคลุกกับดินชาก็จะทำ ต้องทำยังไงก็ได้ให้สำเร็จ”  เธอเล่าว่าตอนไปลุยงานแฟชั่นวีคที่สิงคโปร์และจีน ภาพอาจจะออกมาดูดีมาก แต่จริงๆ แล้วหลังเวลาทีเนี้ยเหนื่อยสุดๆ น้ำชาต้องแบกกระเป๋า ใส่รองเท้าให้นางแบบ เธอทุ่มสุดตัวไปเลย

สำหรับน้ำชา เสื้อผ้าสามารถเรียกความมั่นใจให้เธอได้

ทุกวันน้ำชาจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่งในการเตรียมตัว ซึ่งทุกวันก็จะต้องมีการฟิตติ้งเสื้อผ้าก่อน เพราะเธอรู้สึกว่าวันไหนไม่ตั้งใจแต่งตัวก็จะรู้สึก “เหี่ยวๆ” หน่อย จะไม่ค่อยอยากเจอใคร ถ้าวันไหนแต่งตัวเต็มๆ ก็จะรู้สึกว่าพร้อมสำหรับสิ่งต่างๆ ในวันนั้น ก็เลยพยายามจะดูให้โอเคทุกวัน ซึ่งเดี๋ยวนี้ปกติน้ำชาจะใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ตัวเองตลอด เสื้อผ้า “Sheranut (ชีรณัฐ)” เป็นเสื้อผ้าของสาวทำงาน ที่มีความเซ็กซี่คลาสซี่ โมเดิร์น ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูง มีความผู้นำ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ซึ่งก็เป็นตัวน้ำชามากๆ แต่ถ้าไม่ได้ใส่ชุดของแบรนด์ตัวเองก็จะชอบใส่แนวสตรีท ส่วนใหญ่ก็ช้อปที่สยาม “ชาเป็นคนช้อปไวมาก” เวลาเข้าร้านทีก็จะจิ้มเลือกอย่างเร็ว ครึ่งชั่วโมงได้มาเลย 10 ตัว อันนี้ลองแล้วด้วยนะ!!!! แล้วก็ไปช้อปร้านอื่นต่อ น้ำชาบอกว่าเธอจะไม่ค่อยใส่ชุดซ้ำกัน แต่ก็จะไม่ซื้อชุดราคาแพง ชอบมีหลายชุดหลายรูปแบบ มากกว่าซื้อแพงๆ แล้วจะต้องใส่ซ้ำกันหลายๆ ครั้ง

การเดินทางคือความสุข

น้ำชาชอบเดินทางมากๆ ทุกเดือนต้องไปสักที่ ไม่ใกล้ก็ไกล เวลาไปแต่ละครั้งก็จะแล้วแต่อารมณ์ ไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง บางครั้งก็ไปหาเพื่อน ไปพักผ่อนที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ไปเที่ยวธรรมชาติ ไปพิพิธภัณฑ์ ไปช้อปปิ้ง “เวลามีเงินก็จะชอบไปช้อปปิ้ง ช่วงที่ประหยัดก็จะเน้นไปธรรมชาติ” สาวคนนี้เขาติดความชิล กิจกรรมที่เธอต้องทำทุกทริปคือ “นั่งจิบแชมเปญระหว่างวัน เป็นสิ่งที่เอ็นจอยมาก คือตื่นมาปุ๊บแชมเปญเลย แล้วก็จะเดินเล่นไม่คิดอะไร”

 

ทริปสุดประทับใจ

ทริปโปรดของน้ำชาคือที่ฟลอเรนซ์ เธอไปพักที่วิลล่าบนเนินเขา มองลงมาเห็นตัวเมืองทั้งหมด แถมยังไม่ค่อยมีคน เป็นวิลล่าเงียบๆ ตอนนั้นก็จะว่ายน้ำ อ่านหนังสือ จิบค็อกเทล สโลว์ไลฟ์ มีความสุขมาก ทริปนี้น้ำชาบอกว่าช้อปปิ้งไปเยอะมากๆ พอได้ไปพักที่ที่ต่าง เป็นเขาในชนบทก็รู้สึกว่ามันสบาย  สวยมาก เป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยเจอบ่อยๆ ก็เลยประทับใจมากๆ

 

ทริปสุดแซด

เรื่องแย่ๆ ที่เจอในทริปก็มี ตอนนั้นน้ำชาเล่าว่ากระเป๋าเดินทางหายตอนที่เดินทางไปถึงสเปน เธอยืนรอกระเป๋าที่สนามบินนานจนทุกคนที่เดินทางมากับไฟลท์เดียวกันหายไปหมดแล้ว เช็คอยู่หลายครั้งว่าตัวเองมายืนรอกระเป๋าถูกที่มั้ย สุดท้ายเจอว่าเป็นความผิดของสายการบิน สำหรับทริปนั้น น้ำชาแพลนที่จะอยู่สเปน 3 วันแล้วไปที่อื่นต่อ แต่กระเป๋าดันมาช้า จะมาถึงสเปนก็ปาเข้าไป 2 วันแล้ว ซึ่งทุกอย่างก็อยู่ในกระเป๋าหมดเลย เครื่องสำอาง เสื้อผ้า แม้กระทั้งเงิน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แล้วตอนนั้นเป็นช่วงคริสต์มาสพอดี ซึ่งที่เมืองนอกร้านจะปิดหมด ตอนนั้นก็เลยต้องอยู่เฉยๆ ใส่เสื้อผ้าเหม็นๆ อยู่ 2 วัน “ถ่ายรูปก็ไม่ได้หน้าโทรมมาก” ตอนนั้นน้ำชาโมโหมากๆ เรื่องนี้ไม่มีลืมจริงๆ

 

แพ็คกระเป๋าสไตล์สาวแฟชั่นนิสต้า

“ชามองว่าการจัดกระเป๋าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ได้จินตนาการว่าในทริปนั้นจะต้องทำอะไร มันก็สนุกนะ ได้คิดว่าทำแบบนี้ จะใส่ชุดแบบนี้ มีความสุขในการจัดกระเป๋า สนุกมาก” ก่อนไปทริปก็จะมีการฟิตติ้งก่อนและเธอจะชอบเตรียมชุดเกินจำนวนวันที่ไป เช่นไป 4 วันจะจัดไป 6 วัน เผื่อบางวันใส่มากกว่า 1 ลุค แต่ก็ไม่ได้กำหนดว่าวันนี้ต้องใส่ชุดนี้ จะเป็นแนวเอาไปหลายๆ ชิ้นแล้วมาลองแมทช์กันมากกว่า แล้วที่ขาดไม่ได้คือต้องมีเครื่องประดับไปด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นต่างหูห่วง เพราะเข้ากันได้กับทุกชุด สำหรับบิวตี้โปรดัคท์เป็นอะไรที่ต้องพกไปทุกทริป ขาดไม่ได้ “เวลาเราไปเที่ยวเรารีแลกซ์ก็จริง แต่หน้าเราก็ต้องพร้อมลงไอจี”  สิ่งที่ต้องหยิบไปทุกครั้งคือ ลิปสติก แต่จะเน้นเลยคือดินสอเขียนคิ้ว “ลิปสติกยังพอคาดได้ แต่ดินสอเขียวคิ้วคือไม่ได้เลย เพราะเป็นคนไม่มีคิ้ว” น้ำชาจะเน้นการแต่งหน้าลุคธรรมชาติ ทาลิปสติกสีชมพูธรรมชาติ  ตาจะเน้นอายไลเนอร์ คิ้วนิดหน่อย ไม่ค่อยปัดแก้ม ไม่ติดขนตาจะใช้วิธีปัดเอา แต่บางทีที่มีไนท์ไลฟ์ก็อาจจะเพิ่มความกลิตเตอร์นิดหน่อย

รักแท้รักที่อะไร?” ตอนนี้น้ำชาได้คำตอบแล้ว

สำหรับน้ำชา “รักแท้” คือการรักคนๆ หนึ่งให้เท่ากับตัวเอง หรือมากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ สำหรับเธอความรักคือสิ่งสวยงาม “เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นคนดีขึ้น ทำให้เราชอบตัวเองมากขึ้น” เธอเชื่อว่าถ้าคนเราคิดจะรักกันนานๆ ก็ต้องมีความเข้าใจกัน ใจเขาใจเรา ไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งตอนนี้เธอก็กำลังดูใจกับหนุ่มคนหนึ่งอยู่ อายุแก่กว่า 13 ปี! ซึ่งน้ำชาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เธอเล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกับคนที่อายุโตกว่าขนาดนี้ มากที่สุดก็แค่ 2 ปี พอมาคุยกับคนนี้ก็รู้สึกว่าแตกต่าง เป็นความห่างของอายุที่พอดี ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เวลาที่น้ำชางงๆ กับชีวิต มีอารมณ์ขึ้นลงเวลาเจอกับปัญหา เขาก็จะนิ่ง ไม่เครียดไปกับเธอ แถมยังเห็นปัญหาเป็นเรื่องเล็ก น้ำชาเล่าว่าเขาเหมือนจะเอ็นดูเธอมากกว่าที่จะเห็นเป็นเพื่อน ซึ่งเธอก็บอกว่า “ก็ดีนะ รู้สึกเด็กดี ฮาๆ ”

 

เธอเชื่อว่าทั้งความ lucky in love และ lucky in game ต้องไปด้วยกันได้!!

แต่ก็ต้องมีระเบียบในการวางแผนชีวิตให้ดี เพราะบางทีบ้างานมากไป ความรักก็จะจืดจางได้ ซึ่งตัวน้ำชาก็มีประสบการณ์แบบนี้ มันทำให้น้ำชาลืมชีวิตอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไป “ถ้ามีงานแล้วมีเงิน แต่ไม่มีใครรักเรา ไม่ได้ให้เวลากับคนที่รักเรา มีเงินไปก็เท่านั้น” ชีวิต lucky in game แล้วก็ต้อง lucky in love ด้วย ซึ่งทุกวันนี้เธอจะคอยคุยโทรศัพท์กับคนรัก แต่ก็ทำยากเพราะน้ำชาเป็นคนโฟกัสกับงานมาก “ส่วนตัวแล้ว ชาเป็นคนไม่ค่อยชอบโทรศัพท์เลย ส่วนมากจะพิมพ์ สั้นๆ ถ้าไม่มีธุระก็ไม่คุย” เธอเล่าว่าบางทีวันหนึ่งก็จะหายไปเลย ทักไปอีกทีตอนกลางคืน เป็นแบบนี้จนแฟนชอบน้อยใจ แต่เธอก็มาคิดได้ว่าต้องนึกถึงใจเขาใจเราบ้าง เพราะตอนที่เขาไม่ทักมาน้ำชาก็จะคิดว่าทำไมไม่ทักมาละ? ซึ่งสิ่งนี้น้ำชารู้สึกว่าเป็นความเห็นแก่ตัว ก็เลยต้องมีการปรับบาล๊านซ์

สำหรับสาวที่มีชีวิตยุ่งๆ อย่างน้ำชา ความสุขของเธอก็คือการได้พักผ่อนจริงๆ ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยว แต่เธอก็ไม่ได้คร่ำครวญต้องการช่วงวลานั้น เพราะเธอยังคงอินกับการทำงานมากๆ  ในอนาคตน้ำชาอยากให้ธุรกิจทุกอันประสบความสำเร็จ ตอนนี้ทุกอันอาจจะดีอยู่แล้ว แต่สำหรับเธอความสำเร็จของธุรกิจไม่มีวันสิ้นสุด เธอเลยตั้งใจทำงานพร้อมแก้ทุกปัญหาที่เข้ามา ยังไงเราก็ขอเป็นกำลังใจให้สาวน้ำชาด้วยนะจ๊ะ

 


Photographer: Wachirakrit Pugpobsook

Senior Fashion Editor: Suchai Chedchatpornchai

Make up: Piyawat Pongsakul

Hair: Tee Thory

Clothes: Sheranut/ Kwankao/ Sportmax

 

 

 

 

 

 

HOROSCOPE