Elle Fanning ก็มีไอดอลในใจ! และมันอินสไปร์ในหนังเรื่องใหม่ของเธอมาก

Elle Fanning ก็มีไอดอลในใจ! และมันอินสไปร์ในหนังเรื่องใหม่ของเธอมาก

เห็นความสว่างวาบในออร่าของ Elle Fanning ในตัวอย่างหนังเรื่องใหม่หรือยัง? Teen Spirit ผลงานกำกับหนังเรื่องแรกของ แม็กซ์ มิงเกลลา เรื่องราวของเด็กสาว ‘ไวโอเล็ต’ ที่ไปแข่งขันรายการประกวดร้องเพลง เพื่อเดินตามทางไปสู่การเป็นป๊อปไอดอล ซึ่งแอลไม่ได้เป็นนักร้อง เธอคือนักแสดงและไม่ได้มีฝันอยากเป็นเหมือนไวโอเล็ตเลย

 

แอลเคยร้องเพลงมานิดหน่อยในหนังเรื่อง How to Talk to Girls at Parties เป็นเพลงพังค์ที่ต้องแผดเสียง แต่เรื่องนี้เธอต้องมาร้องแบบมิวสิคัลเลย ต้องเพราะและเพลงในหนังก็ทำเอาเธอประหม่าไปเหมือนกัน เธอมั่นใจว่าเธอร้องไม่ผิดคีย์แต่ก็มีสิ่งที่เธอแอบกังวล “สิ่งที่ยากกว่าคือการปรากฎตัวบนเวทีแบบที่คนอย่างไวโอเล็ตจะทำ ฉันต้องคิดเสมอว่าเด็กคนนี้เข้ามาประกวดเพื่อเป็นผู้ชนะ ฉันต้องแสดงอะไรสักอย่างออกมาให้ผู้ชมเชื่อ จะต้องเห็นว่า “เด็กคนนี้ชนะแน่”” 

เธอพูดถึงแม็กซ์ มิงเกลลาว่าเขาเป็นทาสดนตรีป๊อปเลย และเขาอยู่กับบทหนังเรื่องนี้มานานมาก เขาละเอียดมาก ตั้งใจฟังเสียงในหู ว่าแต่ละเทคมันเข้ากับการเคลื่อนกล้องไหม “ผู้กำกับที่ดีที่สุด คือผู้ที่สามารถทำบรรยากาศให้ศิลปินได้สร้างงานออกมา แม็กซ์เป็นผู้ร่วมงานที่ยอดเยี่ยมมาก เขารู้ดีว่าเวลาไหนที่ฉันยังลังเลไม่แน่ใจ และฉันต้องการกำลังใจ เขาเป็นคนที่อ่อนไหว และใส่ใจความรู้สึกของทีมงานทุกคน”

 

4 เดือนกับการร้องเพลง นานที่สุดในชีวิต!

มาร์คัส เดอฟรีส์ มิวสิคซูเปอร์ไวเซอร์ของหนังเรื่องนี้มีผลงานในหนังดังมาแล้วอย่างหลากหลายทั้ง La La Land, Romeo+Juliet, Moulin Rouge และอีกหลายเรื่อง “เขาให้ฉันมีส่วนร่วมในการเลือกเพลงที่จะร้อง แต่เราก็ไม่ได้มีเงินมากมาย บางทีฉันซ้อมบางเพลงไปแล้ว และพวกเขามาบอกว่าเพลงนี้ยกเลิกเพราะราคาแพงไป แต่ค่ายอินเตอร์สโคปก็ช่วยเราได้เยอะ” แอลซ้อมร้องเพลงทุกวันตลอด 4 เดือนเต็ม

จนแม็กซ์บอกเธอว่า โอเค เริ่มซ้อมได้เลย! เธอก็รู้เลยว่าเธอได้เล่นบนนี้แล้ว “ฉันไปหามาร์คัสที่บ้าน มีห้องอัดเสียงทุกอย่างพร้อม เราจะหัดการใช้เสียงและร้องเพลงทั้งหมดที่เตรียมมาทุกวัน” และเขาจะอัดเสียงแอลไว้ทุกครั้งเพื่อเปิดให้เธอลองฟังเสียงตัวเอง ซึ่งเธอรู้สึกขนลุกมาก “เพราะถ้าเป็นการแสดงฉันต้องปล่อยตัวเองไปตามธรรมชาติ แต่กับร้องเพลงมันไม่ใช่” เธอถามเขาเหมือนกันด้วยความสงสัยว่าจะให้เธอฟังเสียงตัวเองทำไม “แต่การฟังเสียงตัวเองมันทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหนบ้าง” และแอลก็ต้องไปเรียนร้องเพลงกับครู บ็อบ แกร์เรตต์ ที่ L.A. 4 ครั้งต่อสัปดาห์เลยล่ะ

 

เต้นรำคือทางของแอล

ตอนเด็กๆ แอลเคนเรียนบัลเลต์และเต้นแจ๊ส “ฉันรักการเต้นรำ และเรามีจอห์นนี่และอามีร์มาเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้ พวกเขาเป็นพ่อบุญธรรมของแม็กซ์” พวกเขาเป็นคนออกแบบท่าเต้นให้กับละครโอเปร่า นี่เลยเป็นสิ่งที่ต่างจากงานประจำของพวกเขา “เราซ้อมเต้นกันหนักมาก โดยเฉพาะท่าเต้นในฉากที่ไวโอเล็ตจะแข่งรอบคัดตัว เต้นยากมากเลยล่ะ แต่ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้ปลดปล่อยตัวเองไปตามจังหวะเพลง”

“ฉันดีใจที่แม็กซ์เขียนให้บทของไวโอเล็ตเป็นคนที่เต้นเก่ง ในบทร่างแรกๆ ไวโอเล็ตไม่ถนัดการเต้น ตอนนั้นฉันกับแม็กซ์ก็คิดว่า ทำไมเราถึงกดให้เธอดูด้อยขนาดนี้นะ เธอต้องชนะ และกลายเป็นป๊อปสตาร์ เพราะฉะนั้นเธอต้องมีพรสวรรค์สิ!”

เจ้าหญิงเพลงป๊อปคืออินสไปเรชั่นของเธอครั้งนี้

เธอนั่งดูเคที เพอร์รี่และเทย์เลอร์ สวิฟต์อย่างจริงจัง “พวกเธอเป็นคนที่มีของ เก่งกาจไร้ที่ติ แม่นยำเหมือนเครื่องจักร ฉันพยายามศึกษากิริยาท่าทางต่างๆ ตัวฉันเองก็เป็นแฟนดนตรีป็อปนะ คอนเสิร์ตแรกคือเกวน สเตฟานี่ในบูดาเฟสต์ตอนฉัน 9 ขวบ” แล้วเธอก็นึกถึงคานเย่ เวสต์ในตอนแสดงช่วงท้ายเรื่อง “ฉันไม่ได้นึกว่าตัวเองเป็นเขา แต่ฉันพยายามใส่ความฮิปฮอปลงไปในตัวไวโอเล็ต ให้เธอดุดันขึ้น เธอถึงได้ชนะการแข่งขัน ซูเปอร์สตาร์ทุกคนจะมีความกล้าหาญบางอย่างในตัว”

แล้วเธอก็ไม่ลืมคุณแม่ริฮานนาของพวกเรา “ฉันไปดูคอนเสิร์ตของเธอตอนวันเกิดอายุ 13 ปี การแสดงของริฮานน่าครั้งนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก ฉากการแสดงครั้งสุดท้ายไม่มีการซักซ้อมท่าเต้น ฉันต้องนึกในใจว่า “ริฮานนาจะแสดงฉากนี้ออกมาอย่างไร” “

Elle Fanning

 

โลกของดนตรีและการแข่งขันสำหรับแอล

แอลเคยดูแทบทุกรายการเลย ทั้ง American Idol “ทุกซีซั่นและฉันกดโหวตด้วยนะ” เธอเป็นพวกเชียร์ด้วยการโหวต “ฉันโหวตให้แฟนเทเชีย ยังจำอารมณ์ตอนนั้นได้อยู่เลย ฉันดูรายการ The X-Factor ด้วย” เธอติดยูทูปและชอบดูคลิปคนประกวดร้องเพลง “ก่อนนอนดูคลิปพวกนี้มันทำให้ฉันอารมณ์สงบ”

เธอรู้ดีว่ามันมีการเตี๊ยมกันมาอยู่บ้างน่า ภาพของจริงมันไม่ได้สวยเลยเหมือนที่ออกทีวีไป “สุดท้ายมันก็คือรายการทีวี มีอยู่รายการหนึ่งน่าจะเป็น The Voice Kids UK ออกอากาศตอนเราถ่ายหนังกันอยู่ รอบชิงชนะเลิศและเด็กผู้หญิงคนที่ชนะเธอแสดงอาการดีใจออกมาด้วยการยกมือขึ้นมาอุดปาก ฉันส่งคลิปนี้ให้แม็กซ์ดู บอกเขาว่า มันดูสร้างแรงบันดาลใจดีเนอะ มันคือเรียลลิตี้ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาจริง”

ไวโอเล็ตในแอล แอลในไวโอเล็ต

พวกเขาเป็นคนคนละแบบ แอลเริ่มเป็นนักแสดงตอนอายุประมาณ 2 ขวบ “ฉันจำการต้องไปออดิชั่นเพื่อเล่นหนังโฆษณาได้ดี มันสาหัสมาก ฉันไม่ค่อยได้งานหรอกเพราะพวกเขามองฉันเป็นเด็กต่างด้าว พวกเขาจะพูดว่า “ฉันว่าเธอขายตุ๊กตาบาร์บี้ไม่ได้แน่” ฉันโดนปฏิเสธบ่อยมาก” ซึ่งมันทำให้เธอเข้าใจความทะเยอทะยานของไวโอเล็ต “ทุกคนมีสิ่งนี้ มันเหนื่อยยากและมีคุณค่า ฉันยังคงมีสิ่งนั้นในตัวเอง มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่ฉันยังไม่ได้ทำและสิ่งที่ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะทำ เราทุกคนพยายามไขว่คว้าเป้าหมายของตัวเอง เราฝันว่าจะเป็นที่ 1 ในแวดวงของงานที่เราทำอยู่ อยากจะไปถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จเหมือนไวโอเล็ต”

 

โอยขนลุกแล้ว ใครที่กำลังสู้เพื่อใครหรืออะไรสักอย่างต้องอยากได้อินสไปเรชั่นจากไวโอเล็ตแน่ๆ รอเจอกับเธอได้ในทุกโรงภาพยนตร์ 1 พฤษภาคมนี้เลย!

 

Elle Fanning

 

อ่านคอนเทนต์อื่นต่อได้ทาง CleoThailand

HOROSCOPE