BNK48 เรื่องราวสนุก กดดัน และเบื้องหลัง One Take ก่อนฉายจริง

BNK48 เรื่องราวสนุก กดดัน และเบื้องหลัง One Take ก่อนฉายจริง!!

BNK48 วงไอดอลที่เราอาจจะเคยเห็นแต่มุมสวยๆ สดใสของพวกเธอ แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตที่กว่าจะเป็นวันนี้ว่ายากแล้ว ทุกวันทุกเหตุการณ์ยังทำให้พวกเธอต้องเจอ “ความกดดัน” ไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนที่เฌอปราง กัปตันวงบอกกับคลีโอว่า “มันเหมือนรถไฟเหาะที่ดิ่งอยู่อย่างนั้น เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา” และทุกคนจะได้เห็นความแกร่งของพวกเธอในภาพยนตร์สารคดีไทยออริจินอลเรื่องแรกของ Netflix อย่าง One Take

One Take ทำให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและพยายามของไอดอลอย่าง BNK48 ทุกคน ที่ต้องเจอกับการแข่งขัน ความกดดันสารพัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่มิตรภาพระหว่างกันก็เป็นสิ่งที่สวยงามที่ต้องรักษาเอาไว้ เรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับสาวคนเก่งอย่าง โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ใครอยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องติดตาม

และครั้งนี้คลีโอมีโอกาสได้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับห้าสาวตัวแทน BNK48 คือ เฌอปราง เจน มิวสิค โมบายล์ และเจนนิษฐ์ มาฝากกันด้วย วันที่คุยกันพวกเธอบอกว่า “พวกหนูยังไม่ได้ดูเลย” “หนูไม่อยากให้มีฉากนั้น (หัวเราะ)” “เรายังไม่รู้เลยว่าเค้าถ่ายกันตอนไหน” ฯลฯ มาลุ้นไปพร้อมๆ กัน วันที่ 18 มิถุนายนนี้ทาง Netflix นะคะ

Q: เพิ่งเลือกตั้งครั้งที่สองมาหมาดๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ

เฌอปราง: เป็นมิติใหม่ค่ะเพราะเป็นการประกาศออนไลน์

เจน: ใช่ค่ะ ก็แปลกใหม่ดีค่ะ แอบเสียใจที่ไม่ได้เจอหน้าเมมเบอร์ทุกๆ คนตอนประกาศผลไปด้วยกัน แล้วก็รู้สึกดีใจค่ะ (เจนเพิ่งได้ผลโหวตอันดับ 1 จากการเลือกตั้งครั้งที่สองที่ผ่านมา ยินดีด้วยนะคะ)

เฌอปราง: เป็นรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วเราก็ชื่นชมกับทีมงานที่แก้ปัญหาตรงนี้ และพยายามที่จะถ่ายทอดเรื่องราวให้คล้ายเดิมมากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งก็เรียกว่าทำได้ค่อนข้างโอเคมากเลยในความรู้สึกเฌอนะ ก็เรียกว่าเราไม่คิดว่าเราจะอินขนาดนี้ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใหญ่หรือมีคนกดดัน แต่จริงๆ ความรู้สึกตอนนั้นก็ต่างกับครั้งแรกนิดนึง ตื่นเต้นกดดันน้อยกว่าแต่ก็หนักพอสมควร

เจน: ก็เราคอลอยู่ด้วยกัน (หัวเราะ)

เฌอปราง: ก็ตื่นเต้นจนต้องมีอีกสายนึงติดต่อกันไว้ดีกว่า

Q: แล้วการเลือกตั้งครั้งล่าสุดล่ะคะ เทียบกับครั้งแรก เป็นยังไงกันบ้าง

มิวสิค: สำหรับหนูความเครียดความตื่นเต้นดร็อปลงไปเยอะมาก แล้วเราคอลกันด้วยใช่มั้ยคะ มันเป็นความรู้สึกเหงามากกว่า เพราะปกติเราจะมีเพื่อนให้จับมือหรือกุมมือกัน แต่วันนั้นมันไม่มี เลยต้องคอลกันแทน อยู่กันเพียบเลยค่ะในมือถือ

โมบายล์: ก็แตกต่างมาก เหมือนครั้งที่แล้วมีการบิลด์กันเยอะมาก ทั้งแฟนคลับ ทั้งบรรยากาศ ฉากอลังการงานสร้าง และเป็นครั้งแรกด้วย แล้วพอครั้งที่สองเราอยู่คนเดียว ก็ไม่มีเพื่อนที่จะคอยบอกว่าถึงชั้นแล้วนะ (หัวเราะ)

เจนนิษฐ์: นอกจากบรรยากาศคิดว่าทุกคนคงไม่กังวลตื่นเต้นเท่ากับครั้งแรก สำหรับบางคน บางคนอาจจะเครียด แต่สำหรับหนูไม่ลุ้นหรือตื่นเต้นกดดันเท่ากับครั้งแรก

Q: ถ้าเทียบกับการเลือกตั้งครั้งแรกล่ะคะ

เฌอปราง: ครั้งแรกเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เจน: ทุกคนก็ลุ้นค่ะ มันไม่เคยเกิดขึ้น แล้วก็กดดันมากด้วย และหลายๆ คนคาดหวัง

เฌอปราง: แต่ถ้าเทียบกับครั้งที่สอง มันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าเราจะเป็นยังไงกัน แต่เราก็คือเพื่อนกัน นั่นคือสิ่งที่เห็น เหมือนเราได้ผ่านมาแล้วรอบนึง

Q: ตอนนั้นคาดหวังหรือเตรียมตัวขนาดไหนสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก

เฌอปราง: ก็เรียกว่าเป็นครั้งหนึ่งที่จะมีโอกาสได้อยู่ในตำแหน่งตรงนั้น แล้วเราก็คิดว่ามีโอกาสอยู่เหมือนกัน เราก็อยากรู้ว่าจะทำได้มั้ย จะพิสูจน์ตัวเองได้รึเปล่า จากที่เวลาออกสื่อแล้วมีการเรียกเรา ถึงแม้เราจะไม่ใช่เซ็นเตอร์ในบางครั้ง เราก็รู้สึกว่าเป็นจุดหนึ่งที่จะบอกทุกคนได้ว่าแฟนคลับเราก็มี ซึ่งก็ดีใจที่แฟนๆ ทำสำเร็จและพิสูจน์ตัวเองแล้ว จะได้สบายใจ จะได้ไม่มีข้อกังขากับทุกคน หลังจากนั้นก็คือสบายใจ แต่ก่อนหน้านั้นก็คือกดดันมาก เครียด ไม่รู้จะวางตัวยังไง (เราเตรียมตัวขนาดไหนคะ) ตอนนั้นเราเตรียมตัวกับคอนเสิร์ตมากกว่าค่ะ ต้องซ้อมด้วย เพราะฉะนั้นใจไปอยู่กับการทำงานคอนเสิร์ตมากกว่า ก็ดีค่ะเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ลดความกดดันจากตรงนี้ไปด้วย

เจน: หนูป่วยค่ะตอนครั้งที่ 1 ก็เลยไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตแล้วก็อาจจะตอนนั้นสติเลอะเลือนนิดนึง แบบไม่ค่อยมีสติ เพราะท้องเสีย (ไม่ได้เครียดใช่มั้ยคะตอนนั้น) ก็น่าจะเครียดด้วย พอหนูเครียดหนูก็เลยกินซาชิมิตอนกลางคืนไงคะ (หัวเราะ)

เฌอปราง: จำได้ว่าคืนนั้นกลับกันตี 1 ตี 2 เช้าหกโมงก็ต้องมาแล้วนะ เธอเอาเวลาไหนไปกินเนี่ย (หัวเราะ)

เจน: ใช่ๆ กลับตี 2 แล้ว ถึงห้องแล้วค่อยทาน ตอนนั้นสั่งมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้วมาทานตอนดึก ก็เสียดายมากค่ะ ไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตรวมกับทุกๆ คน

มิวสิค: ตอนนั้นเครียดเรื่องคอนเสิร์ตมากกว่าค่ะ เพราะเรามีทั้งคอนเสิร์ตทั้งรอบก่อนประกาศ รวมถึงวันถัดไปที่ยังเต้นไม่ค่อยได้ เลยยังกังวล

โมบายล์: กังวลเรื่องพิธีการถือป้ายอะไรเยอะแยะ เราก็เคยเห็นรุ่นพี่ AKB แต่ยังไม่เคยทำ ครั้งนี้ทำครั้งแรกก็ตื่นเต้น คิดว่าจะถูกมั้ยนะ อะไรแบบนี้มากกว่า

เจนนิษฐ์: กังวลเรื่องซ้อมเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านั้นงานยุ่งกัน มีถ่ายหนังอะไร แล้วเราเหมือนจะกึ่งๆ ยังไม่พร้อมแต่ก็ต้องแสดง โดยเฉพาะวันถัดไปเอเชียเฟส เราซ้อมกันเอง ซึ่งยังไม่ได้ซ้อมกับเมมเบอร์ต่างชาติ ซึ่งไม่รู้ว่าเต้นเหมือนกันมั้ย เราต้องมาคืนนั้นเลย

Q: ถ้าเทียบความกดดันในครั้งนั้นเป็นเครื่องเล่นในสวนสนุก

เฌอปราง: จังหวะนั้นเหรอคะ เกลียด 555 จังหวะนั้นมันเหมือนรถไฟเหาะที่ดิ่งอยู่อย่างนั้น มันเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาไม่ให้หนูพักเลย ลุ้นมาจาก 16 ก็ค่อยๆ มา ค่อยๆ ไต่ อ่ะเหวี่ยงๆ จนได้แล้วก็ยังเหวี่ยงๆ ต่อไปอีก ในหัวก็จะตีกัน คือรู้นะว่าต้องทำอะไร แต่ในหัวคือเหวี่ยงไปมา ใช่เหรอ แล้วก็ค่อยแลนดิ้งตอนที่จบแล้ว ตอนตัดสินใจถามออกไปแล้วก็ร้องไห้หนักมากตอนนั้น ยิ่งคนมากอดยิ่งไปเลย แต่ก็แลนดิ้งนะแต่ก็เหนื่อยแล้ว เหนื่อยมาก

เจน: โอ้ ก็เป็นบันจี้จั๊มพ์ ก็ไม่วูบเดียว เหมือนตอนเค้าประกาศอันดับมาเรื่อยๆ ภาพชัดสุดคือตอนเก้าอันดับ ทุกคนจะตะโกน แฟนคลับจะตะโกน เจน เจน เจน อะไรแบบนี้ เอาตรงๆ ก็เสียใจ เสียใจที่แฟนคลับอยากให้เราได้อันดับตรงนี้นะ ก็เป็นช่วงจังหวะที่ไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี แต่พอไม่ใช่ชื่อเราทุกคนก็จะ เอ๊ะทำไมล่ะ อะไรแบบนี้

มิวสิค: สำหรับหนูมันเหมือน Jet Coaster ที่กำลังจะตกลงดิ่งลงมาแล้ว เราปริ่มอยู่จุดสูงสุดและกำลังจะตกลงมา มันตื่นเต้นมากจริงๆ

เจนนิษฐ์: ของหนูเหมือนนั่งรถไฟแล้วกัน ที่แบบเข้าไปในถ้ำอุโมงค์แล้วไม่รู้จะเจออะไร

โมบายล์: หนูเป็นเครื่องเล่นนี้ได้มั้ยคะ ที่ให้เราทุบแล้วไม่รู้ว่าเราจะทุบได้แรงขนาดไหน เพราะมันเป็นครั้งแรกของเรา แล้วเราไม่เคยรู้เลยว่าเบสของเรามันอยู่ตรงไหน

Q: ความกดดันกับตัวเอง vs. กดดันกับเพื่อน

เฌอปราง: มันผสมกันไปหมด เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรามีทั้งความคาดหวังทั้งจากตัวเราเองด้วย ความคาดหวังจากแฟนๆ ส่วนตัวเฌอคาดหวังว่าเราจะพิสูจน์ได้ เออทำไมเค้าเลือกเราไปทำงานบางอย่าง เออน่ะ เรามีแฟนคลับเราอยู่นะ แล้วเราก็เป็นกัปตันด้วย แต่ก็อยากให้น้องได้ ก็เครียด จะวางตัวยังไงดี อากัปกิริยาอาการยังไงกับใครดี เราไม่รู้ว่าตอนที่เราได้แล้วเราไปยินดีกับเค้าแล้วเค้าคิดอะไร เยอะเย้ยกันรึเปล่า บางคนเสียใจอยู่ก็อาจทำให้เค้าเสียใจยิ่งกว่าเดิมรึเปล่า ก็เป็นความกดดันทุกรูปแบบที่ไม่รู้ว่าเราจะวางตัวยังไงดี

เจน: สำหรับหนูนะ มันกดดันที่ว่าพอเรามี Gen 2 เข้ามาด้วย คนยิ่งเยอะขึ้น โอกาสที่เราจะได้อยู่อันดับสูงก็น้อยลงไปอีก เพราะมีคนเข้ามาเพิ่มด้วย

เฌอปราง: จาก 16 คนเราก็รู้สึกว่ารุ่นสองเข้ามาด้วย คนที่เคยอยู่แล้วเค้าถูกถอยลงเราจะบอกเค้ายังไงดี

เจน: หรือบางคนที่แบบตั้งแต่เข้าวงมายังไม่เคยได้เลย แล้วพอมีรุ่นสองเข้ามาอีก

เจนนิษฐ์: มันเป็นจุดที่สมมติเราสูงขึ้นไปก็มีคนโจมตีเราอยู่ดี หรือเราร่วงลงไปก็มีคนโจมตีเราเหมือนกัน มันก็เลยกดดันและเครียดว่าชั้นควรอยู่จุดไหนดี

มิวสิค: ส่วนตัวหนูรู้สึกกังวลกับเพื่อนว่าเพื่อนจะรู้สึกยังไง เพราะมันเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ หนูไม่ได้เผื่อใจอะไรอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าความคาดหวังจะทำให้เราเจ็บ หนูเลยเลือกที่จะไม่คาดหวังดีกว่า แต่อยากรู้ว่าเพื่อนจะรู้สึกยังไงตอนที่ประกาศ เพราะช่วงเวลาประกาศชื่อจริงๆ ที่เราเห็นชื่อเพื่อนที่เราไม่คิดว่าจะอยู่ตรงนี้ มันหวิวมากจริงๆ บอกไม่ถูก

โมบายล์: ส่วนตัวหนูก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร คืออยากให้ทุกคนได้อันดับที่ทุกคนจะไม่เสียใจ ซึ่งมันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันไม่ได้มีพื้นที่พอสำหรับทุกคน

เฌอปราง: ก็เป็นจุดที่เราก็ยอมรับว่ามันเป็นงาน คือความชอบของแต่ละคน ก็ไม่รู้ว่าจะให้เค้ามีความสุขกับจุดที่เขาอยู่ได้อย่างไร เรารู้สึกว่าถ้าคนนั้นแฮปปี้หรือเอนจอยกับสิ่งที่ทำ เราก็รู้สึกดี จิตใจก็ยิ่งดีที่จะทำงานกับเค้ามากๆ แต่เราก็กังวลว่าแล้วถ้าเค้าไม่มีความสุขล่ะ เราจะเข้าหาเค้ายังไงดี เค้าจะอะไรกับเรารึเปล่า เราก็คือเหมือนดีใจก็ดีใจไม่สุด ของเฌอนะคะในครั้งแรก จะเห็นเฌอดีใจก็เหมือนดีใจไม่สุด เศร้าซะมากกว่า เอ้ยเราได้ตำแหน่งนี้จริงๆ เหรอ อีกใจก็เอ้ยแฟนคลับให้ก็เอ้ยใช่ แต่สิ่งที่อยู่ในใจคือเพื่อนๆ น้องๆ จะรู้สึกยังไงกับเรา เพราะเราไม่ได้เล่นเก่งไปกว่าเค้า ไม่ได้ร้องเพลงเก่งไปกว่าเค้า เราแย่กว่าเค้าไปหมดทุกอย่าง อะไรแบบนี้ ก็หันกลับไปในจังหวะสุดท้าย ตอนนั้นคือจะเป็นลมจะไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ก็จะไปถามหลังฉากมันก็จะยังกล้าอยู่มั้ย เพราะทุกคนก็มีเรื่องของตัวเอง แต่จังหวะนั้นคือเราตอนนั้น เพราะฉะนั้นก็จังหวะนี้แหละที่จะถามได้ละมั้ง ก็ชัดเจนที่สุด

เจน: คิดว่าถ้าไปถามข้างหลัง ทุกคนคงอยู่กับตัวเองหมดแล้ว

เฌอปราง: คือมันเป็นเรื่องของแต่ละคนแล้ว แต่ตอนนั้นเราอยู่ตรงนั้น เราก็ดีใจมากที่น้องๆ มากอด แล้วก็โล่งอกกับชีวิตมาก รู้สึกมีแรงใจที่จะทำกับวงต่อไป

Q: ในฐานะที่ทุกคนยังไม่ได้ดู One Take จินตนาการไว้มั้ยว่าจะเป็นยังไง

โมบายล์: คิดไม่ออกค่ะ (ยิ้ม) แต่คิดว่าน่าจะต่างออกจาก Girls Don’t Cry

เฌอปราง: ก็บอกตามตรงว่าไม่รู้เลยค่ะ หนูไม่รู้ว่าเค้าถ่ายตอนไหนบ้างค่ะ

เจน: หนูว่าในนั้นต้องมีฉากเรียนการแสดงแน่นอน หนูมั่นใจ (หัวเราะ)

เฌอปราง: เพราะอันนั้นเรารู้ว่าเค้าถ่าย (หัวเราะ) เพราะบางทีอยู่ๆ เค้าก็มา บางทีก็แอบๆ ซึ่งบางทีหนูไม่รู้ตัวว่าเค้าถ่ายอยู่ด้วย ไม่รู้จริงๆ รึเปล่าก็ไม่รู้นะ

เจน: เพราะบางทีเราไม่รู้ว่านี่คือกล้องของทีมเรา หรือนี่กล้องใคร ถ่ายอะไร

เฌอปราง: แล้วเวลาพี่เค้ามาเค้าไม่ได้จะมาบอกว่า วันนี้จะมีถ่ายนะ อยู่ๆ ก็แทรกซึม บางทีก็ไม่รู้เริ่มถ่ายตอนนั้น คือไม่รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มถ่ายทำแล้วเหรอ 555

Q: มีฉากที่ไม่อยากให้มีมั้ยคะ

เจน: ตอนเรียนการแสดงครูมีให้ทำท่าน่าเกลียด หนูไม่อยากให้มีฉากนี้ (หัวเราะ)

มิวสิค: มีบางฉากที่เขินไม่อยากให้ออก (หัวเราะ) หนูหวังให้ตัดออกไป หนูเขิน ก็เลยตื่นเต้นว่าเอ๊ะจะมีฉากนี้มั้ยนะ ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไง

Q: One Take ในความหมายของแต่ละคน

เจน: สำหรับเจนก็คือ One Take ล่ะค่ะ มันไม่มี Two Take แล้ว เหมือนเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียวเราต้องทำให้คิดซะว่าเป็นวันสุดท้ายของเรา

เฌอปราง: One Take สำหรับเฌอ ถ้าเกิดได้ยินว่า One Take ผ่าน คือว้าว (หัวเราะ) แต่ถ้าในความหมายนี้คือ มันเรียวค่ะ มันไม่มีการถ่ายทำซ้ำ มันคือถ่ายแล้วและถูกนำไปใช้เลย และเราไม่รู้เลยว่าที่ถ่ายแล้วโอเครึเปล่า ดีไม่ดียังไง  มันคือ Real Life ค่ะ

Q: ฝาก One Take กับแฟนๆ หน่อย

เจน: ก็ขอฝากภาพยนตร์สารคดีไทย ออริจินอล เรื่องแรกของ Netflix สามารถรับชมได้ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน ทั่วโลกพร้อมกันค่ะ (เจนย้ำว่า ซ้อมมาอย่างดี)

เจนนิษฐ์: จริงๆ ตอนแรกเราจะฉายในโรงภาพยนตร์แล้วเนอะ แต่ติดโควิดพอดี แต่พอมาฉายที่ Netflix มันดีตรงที่ทุกคนจะสามารถดูได้ทั่วโลกพร้อมกัน แล้วอยู่ที่ไหนก็ดูได้ ก็เลยเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนจะมารับรู้ได้ในมุมมองใหม่ๆ ที่โตขึ้นจาก Girl Don’t Cry ค่ะ สำหรับบางคนที่ไม่เคยดูก็น่าจะเข้าใจ มีมุมที่เป็นคนธรรมดามากขึ้นให้ได้เห็น

โมบายล์: ก็อาจมีบางฉากที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีหลายอย่างมาก หนูก็ไม่รู้เหมือนกันยังไม่ได้ดูเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่คิดว่าน่าจะน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทุกคน

มิวสิค: คิดว่าจะได้เห็นบางมุมที่ไม่มีใครได้เห็น อย่างคลาสแอคติ้งของพวกเรา แล้วก็คิดว่าในภาพยนตร์น่าจะทำให้ได้เห็นว่ามีรสชาติแบบไหนบ้าง

เฌอปราง: ฝากด้วยนะคะ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ทุกคนรู้สึกอย่างไร แต่จากที่ได้ยินสัมภาษณ์และจากพี่ๆ สื่อที่พูดถึงก็รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆ รวมทั้งน่าจะตกตะกอนอะไรกลับไปให้ทุกคนๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อคิด หรือแรงบันดาลใจที่จะใช้ชีวิต หรือบอกทุกคนว่ายังมีคนที่ต้องเผชิญความกดดันในรูปแบบต่างๆ นี้เหมือนกัน

เจน: จะได้เห็นว่าเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะ

เฌอปราง: รวมถึงอันนี้อาจจะเป็นภาพเบื้องหลังที่ทุกคนไม่เคยได้เห็นกันกับการทำงานของศิลปินหรือวงไดดอล ที่ภาพข้างหน้าดูสดใส ข้างหลังของทุกคนอาจมีเรื่องราวให้เรียนรู้มากกว่านั้น แล้วก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่ทุกคนคิดไว้ด้วยค่ะ

เจน: ยังไงฝากไปดูกันด้วยนะคะ

ติดตามบทความอื่นได้ที่ www.cleothailand.com

 

 

 

 

 

Follow us: @cleothailand
HOROSCOPE