“มุกดา” นางเอกสาวห้าวหน้าหวาน ที่ตัวจริงเธอห้าว ขี้อายและอึดถึกกว่าที่ใครคิด

เขียนโดย By BeamHoneyB, MissP

มุกดา นรินทร์รักษ์ เธอคือนางเอกดาวรุ่งคนใหม่ของช่อง 7 เคยได้รับตำแหน่ง Miss Teen Thailand ในปี 2011และหลังจากนั้นก็โกอินเตอร์เป็นนางแบบประจำของนิตยสาร Ray ที่ญี่ปุ่นและได้ร่วมเดินแบบในแฟชั่นโชว์ Tokyo Runway การทำงานกับคนญี่ปุ่นทำให้มุกดาเป็นคนเป๊ะ อย่างวันถ่ายปกเธอก็มาถึงที่กองก่อนเวลานัด จอดรถนอนรอตั้งแต่เช้าเลย สาวหน้าหวานคนนี้ จริงๆ มีบุคลิกห้าวๆ พูดจาด้วยภาษาชิลล์ๆ และ แทนตัวเองด้วยคำว่า “หนู” เป็นความคอนทราสต์ที่ทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นจริงๆ

 

 

มุกดาสาวคนนี้มีโลกส่วนตัวสูงและใบหน้านิ่งๆ

สาวหน้าหวานแบบมุกดาจริงๆ แล้วเป็นคนนิ่งๆ ไม่กล้าแสดงออกถึงจะโดนคุณครูและเพื่อนเลือกไปทำกิจกรรม เพราะแต่งหน้าขึ้นอยู่บ่อยๆ เธอก็บอกว่าจริงๆ แล้วเธอจะตื่นเต้นมาก “หนูทำกิจกรรมโรงเรียนบ้าง เชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ แต่ทุกครั้งจะตื่นเต้นมาก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงสั่น เพราะรู้สึกยังไม่ชิน ไม่มั่นใจ” เธอเป็นคนคุยไม่เก่งแถมยังหน้านิ่ง ไม่ค่อยยิ้มอีกต่างหาก มุกดาเล่าว่าสมัยเด็กๆ ตอน ม.ต้น เธอเคยเดินหน้านิ่งมองหน้าเพื่อนแบบปกติ ไม่ได้คิดอะไร แต่เพื่อนเข้าใจผิด คิดว่าหาเรื่อง ก็เดินมาคุยที่ห้องเลย ถามว่าทำไมมองหน้าแบบนั้น เธอเล่าว่าสมัยเด็กๆ จะชอบใช้ชีวิตคนเดียว ใส่หูฟังตลอด ชอบอ่านนิยาย อยู่ในห้องคนเดียว แล้วพอเริ่มเข้าม.ปลาย ได้ไปอยู่ญี่ปุ่นก็เลยไม่ค่อยได้มีชีวิตไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเท่าไหร่ สำหรับสาวมุกดา “มีเพื่อนน้อยแต่สนิทมาก” ต้องสนิทจริงๆ ถึงจะไปไหนมาไหนด้วยกัน เธอเล่าว่าในชีวิตมีเพื่อนสนิทจริงๆ อยู่แค่ 5 คน สนิทกันตั้งแต่ม.1 เป็นเพื่อนรู้ใจจริงๆ ตอนนี้ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม

เด็กๆ ฝันอยากเป็นพยาบาลเพราะเข้าโรงพยาบาลบ่อย

มุกดาเล่าว่าจริงๆ ตอนเด็กๆ อยากเป็นนางพยาบาล อันนี้เป็นเพราะว่าเธอป่วยบ่อย เข้าโรงพยาบาลเป็นเรื่องปกติเลย “ตอนเด็กๆ หนูป่วยบ่อย แม่คลอดหนูตั้งแต่ 7 เดือนภูมิต้านทานต่ำ เป็นอะไรนิดหน่อย กินอะไรแปลกๆ ก็ท้องเสียได้เลย มีโรงพยาบาลเป็นเพื่อน ตอนเด็กๆ เข้าบ่อยมากๆ ต้องให้น้ำเกลือบ่อย” จากจุดนั้นก็เลยทำให้ความฝันวัยเด็กของมุกดาคือการเป็นนางพยาบาล “เป็นคนที่ชอบดูพยาบาลทำแผล เวลามีเคส ICU ผ่านหน้าเราไปก็จะอยากดู อยากไปอยู่จุดที่ดูแลคนไข้ เราไม่ได้กลัวแต่จะรู้สึกว่ามันน่าสนใจ แต่ก็บอกว่าไม่คิดอยากจะเป็นหมอ เธอพูดไปขำไปว่า “ไม่เก่งขนาดนั้น รู้ตัวเอง นางพยาบาลเอื้อมถึงกว่า”

 

โตมากับครอบครัวชาวระนอง แต่มุกดาพูดภาษาใต้ไม่ได้นะ

มุกดาโตมาในครอบครัวที่มีพี่ชาย 3 คน พี่สาว 1 คน ส่วนตัวเธอเป็นน้องสาวคนเล็ก ซึ่งพอเราถามว่าสนิทกับใครมากที่สุด เธอก็ตอบมาแบบผิดคาด “สนิทกับพี่คนโตมากที่สุดคะ” มิน่าหล่ะเธอเลยมีความห้าวผสมอยู่ พี่ชายของมุกดาคนนี้ที่จริงแล้วเป็นคนดึงเธอเข้าวงการบันเทิง “เขาเห็นว่าเราขี้อาย แต่ก็ผลักดันเราเข้ามาให้กล้าแสดงออก เวลามีอะไรดีๆ เขาจะเป็นคนเสนอให้ตลอด ก็เลยกลายเป็นคนที่เราสนิทที่สุด” สำหรับพี่ๆ คนอื่นเธอเล่าว่าช่วงที่เธอโตพี่ๆ จะย้ายไปเรียนกรุงเทพหมด ก็เลยจะไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ แต่ถึงแม้เธอจะโตที่จังหวัดระนอง เธอก็พูดภาษาใต้ไม่ได้เลยนะ อันนี้เป็นเพราะว่าที่บ้านไม่ได้สอนภาษาใต้ จะพูดแต่กับพี่สามคนแรก “พาร์ทหนูที่โตมาคืออีกยุคนึง เขาจะไม่สอนและไม่พูดด้วยภาษาใต้แล้ว แต่น้องรุ่นหลังกลับพูดได้”

สาวห้าวที่แท้ทรู

มุกดาบอกว่าจริงๆ แล้วเธอมีเพื่อนผู้ชายมากกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก ส่วนเพื่อนสนิท 5 คนก็เป็นผู้หญิงแต่ก็จะ “ค่อนข้างถึกทุกคน” เวลารวมตัวกันก็จะชอบนั่งเม้าท์ กินข้าว ดูหนัง แต่ถ้าให้ไปช้อปปิ้งแบบเกิร์ลลี่คือจะไม่ใช่เลย ชอบไปช้อปลุยๆ ที่จตุจักรมากกว่า เธอเล่าว่าเวลาอยู่กับเพื่อนเธอจะเหมือนเป็นที่ปรึกษา “เพราะหนูดูมีสติสุดแล้วในกลุ่ม เพื่อนจะดูเด็กกว่าเรานิดนึง เราก็จะพูดตรงๆ ด่าไปเลยตรงๆ อันนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเธอต้องทำงานตั้งแต่เด็กแถมยังต้องไปใช้ชีวิตคนเดียวที่ญี่ปุ่นอีก ก็เลยอาจจะเป็นผู้ใหญ่และเด็ดเดี่ยวก่วาเพื่อนๆ ส่วนในเรื่องของการแต่งตัว เสื้อผ้าที่เธอเลือกก็มักจะมีแต่สีดำหรือคุมโทนสีเทา จะมาแบ๊วสีชมพูสดใสๆ คือจะไม่มีเลย “สีน้ำตาลอิฐจะเป็นสีสันที่สุดแล้วในบ้าน” จะไม่มีความสดใส แบ๊วเท่าไหร่ อย่างชุดที่ถ่ายแบบวันนี้ก็จะเปลี่ยนแนวเลย ความห้าวอีกอย่างในตัวมุกดาพบได้ในความฝันอยากเป็นผู้กำกับของเธอ “เบื้องหลังดูสนุกดี ดูเหนื่อยแต่ก็ท้าทาย มีอะไรให้เราเล่น” ส่วนตัวมุกเองจะชอบดูหนังสืบสวน ซี่รี่ย์ฝรั่ง อย่าง Criminal mind, NCIS หรือเรื่องที่คิดเยอะๆ คือจะชอบมาก

 

สาวห้าวก็มีความรักมุ้งมิ้งกับเขาเหมือนกันนะ

“เวลามีแฟนเราก็ห้าวแบบนี้แหละ” แต่มุกดาก็บอกว่าก็มีมุมมุ้งมิ้งบ้าง คำพูดอาจจะพูดซอฟต์ลงนิดนึง ใช้เสียงสองแบบผู้หญิงบ้าง ถ้าถามถึงความโรแมนติกมุกดาจะไม่ชอบทำเซอร์ไพรซ์ให้แฟน ถ้าแฟนทำให้อันนี้ชอบ สาวห้าวแบบมุกดาชอบผู้ชายที่คุยด้วยแล้วรู้เรื่อง หน้าตาก็มีส่วนนะแต่ไม่ใช่ทุกอย่างเพราะถ้าคุยกันแล้วไม่คลิ๊กก็จะไม่ใช่ “เราอยากได้คนที่เข้าใจในสิ่งที่เราพูด ช่วยเราแก้ปัญหาให้เราสบายใจ ให้เราคิดบวก แค่นี้พอแล้ว” ส่วนถ้าเปรียบหนุ่มในฝันเป็นคาแรคเตอร์ก็อยากให้เป็นแบบ Captian America

ชีวิตการเป็นโมเดลที่ญี่ปุ่น

หลังจากประกวดได้ตำแหน่งชนะเลิศ Miss Teen Thailand ปี 2011 เธอก็ถูกมิสทีนไทยแลนด์ส่งไปทำงานที่ญี่ปุ่น ได้โอกาสไปแคส Tokyo runway งานเดินแบบที่ญี่ปุ่น แล้วสรุปว่าได้ พอไปถึงก็เจอ บก. นิตยสาร เขาสนใจก็เลยติดต่อมาที่บริษัท กลายเป็นก้าวแรกที่ได้ทำงานที่ญี่ปุ่น ใช้ชีวิตกับการทำงานเป็นโมเดลอยู่ที่นั้นเกือบสองปี เอาจริงๆ ตอนนั้นเธออายุแค่ 16 ย่าง 17 เอง ไปถึงก็ต้องปรับชีวิตอย่างหนัก ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งที่ตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ “อยู่ที่ไทยทุกอย่างง่าย แค่ไปไหนโบกแทกซี่เริ่ม 35 บาท ที่ญี่ปุ่น เริ่มที่ 300 บาท เราเลยต้องหาบัส รถไฟ ที่ญี่ปุ่นเขามีสายเยอะมาก เราก็ต้องคอยดู เราต้องทำงานบ้านเอง ซักผ้า ล้างจาน รีดผ้า ทำกับข้าว อยู่ที่ไทยมีคนทำให้หมด” มุกดาบอกเราว่าแรกๆ ก็เหนื่อย แต่อยู่ไปสักพักก็ปรับตัวได้ กลายเป็นชิน ชีวิตไม่ได้หนักหนาอะไร

ส่วนเวลทำงานเธอก็ต้องขยันไปแคส ไม่ใช่นั้งอยู่เฉยๆ แล้วจะมีงานมาให้ทำ “ต้องแบกหนังสือแคสงานใหญ่ๆ ขึ้นรถไฟฟ้า ดูแผนที่ แบกไปแคส โดนปฏิเสธงานบ่อยมาก ตอนนั้นเด็กมากการแข่งขันก็สูง นางแบบจากบราซิล อเมริกาเต็มไปหมด” เธอบอกว่าการแข่งขันที่ญี่ปุ่นจะสูงมาก อย่างเวลาอยู่ไทยเวลาแคสงานมากสุดก็จะต้องไฟท์กับโมเดล 50 คน แต่ที่ญี่ปุ่นเป็น 100 เลย แต่เธอก็สู้ “เน้นทำงาน หาประสบการณ์” เธอบอกกับเราแบบนั้น มุกดาบอกว่าคนญี่ปุ่นจะชอบคนที่คาแรคเตอร์ “ถ้าเขาอยากจะได้ใคร เขาจะไม่มองว่าสวยหรือไม่สวย มองแค่ว่าตรงกับคาแรคเตอร์ที่เขามองหารึเปล่า สมมุติเดินรันเวย์ คุณไม่จำเป็นต้องสูง แค่ใส่ชุดเขาแล้วเข้า เขาก็เลือก แต่ถ้างานไหนต้องการความสูงเขาจะใช้นางแบบแถบยุโรปไปเลย”

 

วินัยการทำงานจัดๆ แบบนี้เพราะเคยไปทำงานสายที่ญี่ปุ่น!!! 

มุกดาเล่าว่าทำงานกับคนญี่ปุ่นต่างมากกับที่ไทย ทุกอย่างจะเป๊ะและเขาก็จะทำหน้าที่ใครหน้าที่มัน “หนูชอบระบบของเขา เวลาที่ไปงาน เราเป็นนางแบบ ไปถึงปุ๊บคุณมีหน้าที่แค่นั่งที่โต๊ะแต่งหน้า ช่างก็จะมาแต่งให้และ ทุกอย่างจะพร้อมทุกส่วน  มันจะไม่มีอะไรช้าและจะจบในเวลาที่กำหนดหรือก่อนเวลาตลอด ไม่มีเลท” มุกดาบอกว่ามันง่ายต่อการแพลนชีวิตในแต่ละวัน และเธอก็ชินกับระบบที่นู่น แต่กว่าจะชินแบบนี้เธอก็เคยปล่อยโป๊ะไปสายกับเขาเหมือนกัน มุกดาเล่าว่าเธอไปแคสงาน แล้วเขาบอกให้ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ เธอก็เลยปิดหมดแล้วมันก็ปรับเป็นโหมดนั้นไปเลย วันรุ่งขึ้นมีงาน เธอก็ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แต่ดันลืมเปิดเสียง วันนั้นเลยตื่นส่ายเลยจ้า เจอผู้จัดการมาเคาะประตูห้องรัวๆ วันนั้นเลยต้องรีบขึ้นรถในชุดนอน มุกดาบอกว่าตอนนั้นไปสายเกือบชั่วโมงครึ่ง “เรารู้สึกแย่มาก” เพราะจริงๆ ที่ญี่ปุ่นแค่ 20 นาทีก็ร้ายแรงมากๆ แล้ว แต่ก็โชคดีที่ทีมงานให้อภัย เข้าใจว่ามันเป็นครั้งแรกและเธอก็ยังไม่ชินกับที่นั้น หลังจากนั้นมุกดาเลยเป็นคนรอบคอบมาก และก็จะตรงต่อเวลาสุดๆ “ตั้งแต่นั้นหนูหลอนเลย เช็คนาฬิกาปลุกก่อนนอนทุกครั้ง บางครั้งหนูจะตื่นก่อนและไปรอก่อนเวลาทุกที่” แล้วมันก็ติดตัวมาใช้ที่เมืองไทย บางทีเวลาหลายๆ อย่างไม่เป็นตามแพลนก็จะหงุดหงิด “พอเจอแบบนั้น (ที่ญี่ปุ่น) มาทุกวัน มันปรับไม่ได้จริงๆ”

 

มุกดา สาวขี้อาย โลกส่วนตัวสูง ที่ถูกพี่ชายแก้ปมด้วยการส่งประกวด Miss Teen Thailand ในปี 2011 และดูเหมือนมันจะเป็นเส้นทางของเธอเพราะในปีนั้นเธอคว้ารางวัลชนะเลิศแถมยังได้มีโอกาสโกอินเตอร์ บินไปเป็นนางแบบถึงประเทศญี่ปุ่น สำหรับตอนนี้เธอกลายเป็นนางเอกดาวรุ่งคนใหม่ที่หน้าจับตามองที่สุดของช่อง 7 กำลังถ่ายละครเรื่อง “น้ำทิพย์” ยังไงก็ฝากติดตามนางเอกหน้าหวาน สุดห้าวคนนี้ด้วยนะจ๊ะ

 

 


Did you know?

-ปัจจุบันเธอเรียนเรียนอยู่นิเทศฯ อยู่มหาวิทยาลัยหอการค้าปีสอง คณะการสื่อสารเชิงประยุกต์ (PR)

-เลือกเรียนที่นี้เพราะเป็นคนพูดไม่เก่ง จะจบประโยคไม่สวย เลยคิดว่าการเรียนด้านนี้จะช่วยให้เราลำดับความคิดได้ดีขึ้น

-เธอทำงานเป็นโมเดลมืออาชีพที่ญี่ปุ่นเกือบ 2 ปี

-เธอชอบใส่วิกผมแต่งตัวแปลกๆ ออกจากบ้านตอนอยู่ญี่ปุ่น

-สิ่งที่เธอสะสมคือโมเดลการ์ตูนผีไม่มีหน้า

-เธอทำแบรนด์เสื้อผ้ากับเพื่อนใช้ชื่อว่า IG: @benarinbrand