Madi Ross นางแบบลูกครึ่งคนนี้หุ่นฮอต อินเนอร์เซ็กซี่ที่เราต้องขอ follow!

เขียนโดย @beamhoneyb 

 

คนที่เฮลธ์ตี้กี่ปีกี่เทรนด์ผ่านไป ก็ดูสวยทั้งข้างใน ข้างนอก ข้างไหนดูแล้วเรายิ้มเพลินไปได้หมด พี่เอ๋ บก. ไปเจอสาวยนางแบบคนนี้ Madi Ross (@madiross) ในอินสตาแกรม เราติดต่อเธอมาขึ้นปกเดือนนี้ทันที แมดี้พกออร่าความสุขสว่างว้าบมาเลย สะกดคนทั้งกอง ขนาดผู้หญิงอย่างเรายังต้องตกหลุมรักกับสปิริตที่สุดจะอิสระของเธอ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งได้รับพลังบวก!

 

“I am Tomboy”

พอถามว่าเด็กหญิงแมดี้เป็นยังไง เธอตอบทันทีว่าปันสาวทอมบอย บอยขนาดที่ต่อยตาเด็กผู้ชายมาแล้ว! ตอนเด็กๆ เธอจะแฮงเอ้าท์กับกลุ่มเด็กผู้ชาย เป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม สนุกกับการเล่นบทบู๊ ไปลุยป่า กิจกรรมเอาท์เดอร์เธอชอบ พอต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนเลยต้องปรับตัวหนักเลย “ฉันต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้หญิง ฉันสนุกกับการเล่นผลักแล้วก็ตีเพื่อนๆ แต่แน่นอนเพื่อนก็ไม่สนุกด้วยเลย ฉันก็เลยต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว”

 

ก่อนเป็นนางแบบ เคยฝันอยากเป็นหมอผ่าตัดและ Egyptologist

แมดี้เธอเป็นสาวมีอินเนอร์ลุยจริงๆ นะ ไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนลุคที่เห็นเลย ตอนเด็กๆ เคยอยากเป็นหมอผ่าตัดและผู้เชี่ยวชาญวิชาโบราณวัตถุของอียิปต์ “ตอนอายุ 5 ขวบ ฉันเคยอยากเป็นหมอผ่าตัด แต่พอตอนอายุ 12 ปีก็เปลี่ยนใจอยากเป็น Egyptologist…..ฉันอินมากๆ คิดดูสิคะถ้าอยู่ข้างนอก แล้วไปหาสมบัติเจอขึ้นมา ฉันก็จะตื่นเต้นไปกับการขุดหามัน”

 

เริ่มอยากเป็นนางแบบเพราะดูรายการ America’s Next top model

แมดี้เล่าว่าตอนอายุ 14 เธอได้ดูรายการ America’s Next top model และมันก็ทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากเป็นนางแบบแทน และรู้มั้ยว่าเธอได้เข้าร่วมเป็นกรรมการรับเชิญของรายการ Asia’s Next top model ด้วยนะ อันนี้ก็แอบขนลุก! ในที่สุดก็ได้เข้าไปยืนอยู่ในรายการที่จุดประกายอาชีพของเธอ แถมยังเป็นในฐานะกรรมการอีก เก๋อ่ะ!!

 

รู้สึกไม่มั่นใจกับการเป็นลูกครึ่งของตัวเอง

ตอนเด็กๆ เธอโดนเหยียดเชื้อชาติบ่อยมากๆ เพราะเพื่อนๆ ของเธอเป็นฝรั่งผิวขาวกันหมด เธอเลยจะเป็นเด็กไม่มั่นใจเลย รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอและก็ไม่สวยเพราะไม่เหมือนคนอื่น สำหรับเส้นทางการเติบโตของเธอมันไม่ง่ายเลย แมดี้พึ่งมารู้สึกภูมิใจกับการเป็นลูกครึ่งก็ตอนที่ได้มาเป็นนางแบบที่กรุงเทพ เจอเพื่อนๆ ชาวลูกครึ่งเหมือนกัน “ก่อนจะมาเป็นนางแบบโซนเอเชีย ฉันไม่เคยรู้จักใครที่เป็นลูกครึ่งมาก่อนเลย……ฉันชอบที่ได้เป็นสาวเอเชียนและเวสเทิร์นในตัว เพราะทำให้ฉันเข้าใจทั้งสองวัฒนธรรมมากขึ้นค่ะ”

 

หุ่นเพอร์เฟคขนาดนี้ จริงๆ เมื่อก่อนเคยเครียดจนกลายเป็น Anorexia

เธอเริ่มเป็นนางแบบตั้งอายุ 17 ปี เจอการวิจารณ์รูปร่างมาหลายอย่าง เคยถูกเอเจนซี่บอกว่าเตี้ยไป เธอเลยมีความอยากสูงมากๆ “ฉันให้คุณพ่อวัดความสูงให้ทุกวัน!” บ้างก็บอกว่าเธออ้วนไป สะโพกใหญ่ไป โดนสั่งงดแป้ง ไขมัน ให้ทำคาร์ดิโอเยอะๆ และตอนนั้นเธอก็เด็กมาก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เครียดกับมันมากจนสุดท้ายกลายเป็น Anorexia หรือโรคเกี่ยวกับการกินผิดปกติ “ฉันเป็น Anorexia ตอนอายุ 17 ปี เป็นเวลาที่ยากมาก ทำให้สุขภาพรวนหมด ถึงฉันจะฉันเริ่มดีขึ้น ระบบการย่อยก็ไม่เหมือนเดิมอยู่ดี”

 

หน้าลูกครึ่งเลยถูกส่งมาทำงานโซนเอเชีย

ก่อนจะโกอินเตอร์ เธอก็ทำงานนางแบบเล็กๆ ที่แวนคูเวอร์ แต่ด้วยความที่เธอมีลุคเป็นลูกครึ่งเอเชีย แมดี้เลยไปเตะตาเอเจนซี่ที่ไต้หวั่นเข้า ซึ่งตอนนั้นแมดี้ก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการเป็นลูกครึ่งมันเป็นอะไรที่พิเศษ ทางเอเจนซี่อยากให้เธอบินไปทำงานนอกประเทศ แต่เธอให้ความสำคัญกับการเรียน แมดี้เลยปฏิเสธไป “ถ้าพูดจริงๆ เลยฉันก็ไม่ได้มีเกรดที่ดี….ฉันก็เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะขาดเรียนเยอะขนาดนั้น (2 เดือน) ฉันไม่อยากซ้ำชั้น” หลังจากนั้นก็มีการตกลงกันใหม่ ให้แมดี้บินไปทำงานช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ ซึ่งตอนนั้นประเทศที่เธอโกอินเตอร์ที่แรกก็คือฮ่องกง แล้วเธอก็อายุเพียง 17 ปีเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็ยาวเลย ได้บินไปทำงานที่กรุงเทพ แล้วก็โตเกียว!

 

สำหรับเธอ การเป็นนางแบบมันเหมือน “Love Hate Relationship”

เธอเล่าว่าการเป็นนางแบบมันทำให้เธอเป็นโรคซึมเศร้า อันนี้หลักๆ เลยก็เพราะเรื่องรูปร่างของเธอ “ฉันปาร์ตี้และดื่มบ่อยมาก ฉันจะชอบบ่นว่าฉันเกลียดการเป็นนางแบบ แต่ก็ยังอยากทำอยู่ มันเหมือน Love Hate Relationship” เธอเล่าว่าเธอเคยรู้สึกผิดมากกับการกินช๊อกโกแลต 1 แท่ง บางทีเธอก็ถ่อไปถึงซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อไปมองดูอาหารเฉยๆ โอโห้! หนักไม่ใช่เล่นเลย!!

 

จากคนไม่มีความมั่นใจ แต่ตอนนี้เธอรักตัวเองหมดใจแล้ว

แมดี้งมารู้สึกเฮลธ์ตี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง เธอเริ่มรักตัวเอง ไม่พยายามเป็นนางแบบในแบบที่ใครๆ ตั้งไว้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะโซเชียลมีเดีย “มันเป็นที่ที่ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเอง และก็อินสไปร์คนอื่นได้”

 

มีดีกรีเป็นครูสอนโยคะ

จากสาวที่มีปัญหากับการกิน แมดี้เล่นโยคะเพื่อลดความอ้วนเท่านั้น ปรับทัศนคติใหม่ เปิดใจเรียนรู้โยคะทั้งอินเนอร์และเอ้าเทอร์ และเธอก็หลงรักมันเลย กลายเป็นคนโพซิทีฟขึ้น เธอผ่านการเทรนเป็นครูโยคะที่เกาะพงัน เทรนหมดทั้งเรื่องการทำท่าโยคะ การทำสมาธิ และก็ต้องมาทำข้อสอบข้อเขียนด้วย ได้ใบประกาศเป็นครูสอนโยคะสุดฮอตได้แล้ว! แมดี้เล่าว่าจากการเล่นโยคะเธอลดน้ำหนักไปได้ตั้ง 10 กิโล! แล้วเธอก็ไม่มีความยากอาหารอีกเลย ผิดกับเมื่อก่อนที่พยายามลดแทบตายแต่ก็พังทั้งข้างในและข้างนอก แมดี้บอกอีกว่าเมื่อเธอไม่ได้ตั้งใจลดความอ้วน ทำเพื่อตัวเองแทนที่จะทำเพื่อเอาใจใคร ตอนนั้นแหละที่น้ำหนักเธอลดลงฮวบเลย

 

คลีโอไม่แปลกใจเลยว่าเสน่ห์สุดสตรองของแมดี้มาจากวิญญาณนักสู้ สู้กับหัวใจตัวเองจนกลายเป็นผู้หญิงที่บาลานซ์ทุกอย่างได้สบายมาก สังเกตได้จากรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ ไม่กั๊กในอินเนอร์ใดๆ ทั้งเรื่องความอ้วน เรื่องการเป็นสุดยอดนางแบบ และเรื่องโยคะก็ลงตัวจนหายห่วง เพราะที่สุดแล้วเธอบอกว่า “Being yourself is awesome” เป็นตัวของตัวเองมันเจ๋งที่สุดแล้วจริงๆ นะ