เธอคือเบื้องหลังความสำเร็จ ‘Veganerie’ คาเฟ่วีเเกนเจ้าเเรกในไทย - CLEO Thailand Online Magazine

เธอคือเบื้องหลังความสำเร็จ ‘Veganerie’ คาเฟ่วีเเกนเจ้าเเรกในไทย

By Meji

จ๋า ณปภัสสร ต่อเทียนชัย สาวเก่งอายุ 24 ปี เจ้าของร้าน Veganerie ทั้ง 4 สาขาในไทย จากอาการป่วยของคุณแม่ในวันนั้น ทำให้เธอเริ่มสนใจอาหารมังสวิรัติ-วีแกน จริงจัง และด้วยความชอบทำขนมจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของคาเฟ่วีแกนแบรนด์ไทย ที่โด่งดังมากๆ ในหมู่ต่างชาติและคนรักสุขภาพ

 

เริ่มสนใจมังสวิรัติ เพราะอาการป่วยของคุณแม่

เธอเล่าว่า เริ่มกินมังสวิรัติตอนอายุ 17 ปี กินตามคุณแม่ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอาการนิ้วล็อคและมีอาการปวดเข่า “คุณแม่ได้ดูสารคดีของต่างประเทศเกี่ยวกับการกินมังสวิรัติค่ะ  เพราะฝรั่งกินกันเยอะ เลยลองทำตาม พอเลิกกินเนื้อสัตว์ได้เดือนนึง อาการที่คุณแม่เคยเป็นก็ค่อยๆ หาย แต่ท่านก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อซะทีเดียวนะ เลยกินมาเรื่อยๆ และให้จ๋าเสิร์ชข้อมูลจากเมืองนอกดูอีกทาง จนอาการทุกอย่างหาย ท่านเลยกินมังสวิรัติมาตลอด จนทุกวันนี้ก็เป็นวีแกน คือไม่กินผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ทำจากเนื้อสัตว์ด้วย” ส่วนตัวเธอเองนั้น กินมังสวิรัติมาได้ 4 ปี แล้ว และค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นวีแกนได้ 3 ปี

 

Change Your Mind, Change Your Body

“ปกติจ๋ามักจะเป็นผดผื่นตามร่างกาย พอเลิกกินเนื้อสัตว์ประมาณเดือนกว่าๆ เริ่มเห็นผล ผดผื่นค่อยๆ หาย และที่สำคัญเรื่องขับถ่ายเป็นปกติมากขึ้น เพราะเราทานอาหารที่มีกากใย พวกธัญพืช ผัก ซะส่วนใหญ่ ผิวพรรณเลยดีด้วย น้ำหนักก็ลดลง โดยรวมตัวเองสุขภาพดีขึ้น” และเราทราบมาว่าพอเธอเปลี่ยนมาเป็นวีแกน เธอไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ทำจากสัตว์ด้วย เพื่อไม่เบียดเบียนสัตว์ “กระเป๋าหนัง จ๋าเลิกได้เป็นอย่างสุดท้ายเลย แต่พอเลิกแล้วเป็นความรู้สึกที่ดีมาก จ๋าไม่รู้ว่าได้บุญรึเปล่านะ แต่ข้างในมันมีความสุขมากๆ ที่เราไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอก แต่กลับรู้สึกว่ามีมากกว่าด้วยซ้ำ กลายเป็นเราไม่ได้ต้องการความยอมรับจากสิ่งของอีกต่อไปเพราะเราอิ่มจากข้างในแล้ว”

 

 

 

ติดรสชาติ ไม่ใช่วัตถุดิบ

หลายคนเข้าใจว่าอาหารพวกมังสวิรัติหรือวีแกนหากินยาก แต่เธอบอกว่า จริงๆ แล้วไม่ยากเลย แค่เริ่มจากตัดเนื้อสัตว์ออกก่อน หรือถ้าเป็นวีแกนก็ไม่กินอาหารที่ทำจากสัตว์ แล้วเลือกกินธัญพืช ผักที่ให้โปรตีนสูงๆ แทน “จ๋าว่าเราติดรสชาติมากกว่า ถ้าเราเคยกินข้าวร้านไหนอร่อยก็ไปร้านเดิม แค่เปลี่ยนเทกเจอร์ที่กิน เช่น ถ้าชอบกินกระเพราหมูสับก็เปลี่ยนเป็นกระเพราเห็ดทอดใส่กระเทียมเยอะๆ แทน”

 

 

มองเห็นโอกาสตลาดอาหารวีแกนในไทย

เธอเริ่มทำร้านตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 เพราะเห็นโอกาสตลาดเมืองไทยยังไม่กว้าง  “พอเราบอกว่าไม่กินเนื้อสัตว์ นม ไข่ ก็จะมีแต่เมนูที่เราไม่ได้อยากกิน ซึ่งจริงๆ อาหารสำหรับวีแกนเยอะมากค่ะ แค่ยังไม่มีคนทำเราเลยอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารวีแกนไม่ได้มีแค่นี้นะ จ๋าเลยเริ่มจากขายโต๊ะเดียวที่ Farmer Market ก่อน เป็นเบเกอร์รี่วีแกน จัดการเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบ ทำอาหาร ดีลสถานที่ และออกอีเว้นทุกเดือน ตอนนั้นมีเปิดออนไลน์ทางเฟสบุ้คด้วย และได้คุณแม่คอยช่วยขับรถไปให้ ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก”

 

 

ตัดสินใจดร็อปเรียน เพื่อเปิดร้าน Veganerie

พอธุรกิจโตและเธอยังเรียนอยู่ด้วย จึงไม่สามารถแบ่งเวลาทำทั้งสองอย่างให้ดีพร้อมกันได้ เลยตัดสินใจดร็อปเรียนไว้ “จ๋ามองว่าทีมเรายังไม่แข็งแรง ถ้าลูกเรายังไม่โตก็ปล่อยไม่ได้ มันจะกลายเป็นแย่ทั้งสองอย่าง เลยตัดสินใจดร็อปไว้ คุณพ่อคุณแม่ไม่โอเคเลย ท่านอยากให้เราเรียนจบก่อนค่อยมาทำ แต่ตอนนั้นเราเคซี่สิ่งนี้มากถึงใครจะไม่เข้าใจ แต่เป็นสิ่งที่จ๋าอยากทำ แล้วเรารู้ว่าทำได้ โชคดีมีพี่ชายคอยอยู่ข้างๆ บอกเสมอว่า ถ้ายูทำ เดี๋ยวไอมาช่วยนะ เลยมีโอกาสได้เปิดร้านแรกชื่อ Veganerie ที่ The Mercury Ville เป็นร้านเล็กๆ ส่วนหนึ่งจากเงินคุณพ่อคุณแม่ที่ท่านให้ยืมแล้วค่อยใช้คืน รวมกับเงินเก็บเราที่ได้จากการออกบูธ” เธอบอกว่า ถ้าวันนั้นยังไม่เปิดร้าน อีกสี่ปีก็ต้องมีคนเปิดแน่นอน ต้องรีบทำ และคิดแค่ว่าทำยังไงให้ลูกค้าทุกคนชอบ ให้เป็นวีแกนที่เหมือนนม เนยไข่มากที่สุด พอลูกค้าลองกินแล้วอร่อย ติดใจก็บอกกันปากต่อปาก จนพารากอนชวนมาออกบูธ  และมีลูกค้าจากหลายประเทศติดต่อเข้ามาขอซื้อแฟรนไชส์ก็มี ส่วนสิ่งที่ทำให้ลูกค้าชอบนั้น เธอคิดว่า อาจเพราะเป็นร้านวีแกนเจ้าแรกในไทยเลยเปิดมุมมองใหม่ว่าอาหารวีแกนหาทานไม่ยากแถมอร่อย

 

วัตถุดิบทดแทน กินแล้วต้องไม่รู้สึกแตกต่างจากเนื้อสัตว์

วัตถุดิบทดเเทนที่เธอใช้ เลือกจากเวลาเอามาปรุงเเล้วให้รสชาติที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์มากที่สุด “ทุกเมนูจ๋าได้ลองทำ ลองกินเองก่อนเลย อย่าง เมนูขายดี ส้มตำ-ไก่ทอด ที่เลือกใช้เห็ดหิมะจากไต้หวันเเทนไก่ หรือ เมนูคาโบนาร่า ที่ปกติจะใส่ชีสเเต่จ๋าเลือกใช้ถั่วหิมพานต์เเทน เเละเปลี่ยนจากครีม ไข่เเดงเป็นนมถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก กินเเล้วอร่อยเหมือนกันเเต่อ้วนน้อยกว่า ถ้าเป็นของหวาน อย่างวาฟเฟิล ก็ทำให้กรอบนอกนุ่มในเเละใช้เเฟล็กซีสที่มีโอเมก้า 3 เเทนไข่ รสชาติไม่ต่างจากเดิมเลยค่ะ วัตถุดิบบางอย่างจ๋าจึงเลือกสั่งจากเมืองนอก เพราะอยากให้คนกินไม่รู้สึกเเตกต่าง อร่อยกับเมนูทุกจานที่เราทำ”

 

คุณจ๋า กับ พี่ชาย ที่ผันตัวมาช่วยดูเเลธุรกิจด้วยอีกเเรง

ความสุข ณ วันนี้

หลังจากประสบความสำเร็จ จากร้าน Veganerie สาขาเมอร์คิวรี่วิลล์เเล้ว เธอได้ขยายมาเปิดอีก 3 สาขา คือ Paragon พร้อมพงษ์ เเละ Emquartier โดยเพิ่มเมนูอาหาร ของว่างเเละขนมหวานใหม่ๆ ลงไปด้วย “ทุกวันนี้จ๋าดูเเลร้านเองเต็มตัว มีพี่ชายเข้ามาช่วยดูเเลด้วย เป็น Family Business เราพยายามพัฒนาธุรกิจให้แข็งแรงเพื่ออนาคตมีโอกาสอาจจะขยายตลาดค่ะ” ส่วนเรื่องเรียนเธอยอมรับว่าอาจจะไม่ได้จบตามแบบแผนเหมือนคนอื่น ซึ่งตัวเธอเองและทางบ้านก็ยอมรับได้แล้ว และงานที่เธอทำก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ที่สำคัญคือเธอมีความสุขกับมันมากๆ จนไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้ทำตรงนี้แล้วจะทำอะไร

 

How to Become  Vegtarian & Vegan

สุดท้ายสำหรับใครที่อยากจะลองเปลี่ยนมาเป็นมังสวิรัติหรือวีแกนบ้าง เธอแนะนำว่าต้องค่อยเป็นค่อยไปและอย่ากดดันตัวเอง “จ๋าอยากให้ลองหาข้อมูลก่อนว่าเขาทำกันยังไง แล้วกินยังไงให้ได้ผล อย่าเพิ่งเชื่อ และสำคัญสุดคือต้องถามตัวเอง ว่าเหตุผลที่เรากินคืออะไร ถ้าเราไม่มีเป้าหมายมันจะไม่ยั่งยืนเลย และจ๋าไม่สนับสนุนให้เปลี่ยนในทันทีนะ เรากินเนื้อสัตว์มาเป็นสิบๆ ปี จะมาเปลี่ยนภายในวันสองวันเป็นไปไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเครียด ตามลิมิตของตัวเอง”

 

HOROSCOPE