ความสุขจริงของ “สา ธนิสา” และพี่สาว แบรนด์ RAVIPA เลยเกิดขึ้น..

เพราะทนไม่ได้ที่เห็นพี่สาวโดนเอาเปรียบเรื่องค่าออกแบบเพียงเพราะแค่เป็นคนเอเชีย ทำให้ “สา ธนิสา วีระศักดิ์ศรี – อายุ 25 ปี ” ตัดสินใจทำแบรนด์เครื่องประดับ RAVIPA ขึ้น จากจุดเริ่มต้น ผ่านมา 5 ปี แบรนด์ที่เธอทำขึ้นได้กลายเป็นแบรนด์ตัวแทนของความรักในทุกๆ รูปแบบที่ถูกส่งต่อให้คนพิเศษคนอื่นๆ ได้ไม่รู้จบ จนตอนนี้ขยายตัวจนมีถึง 4 สาขาในไทย ทั้ง Paragon, Emporium, Crystal Boutique Store  และ RAVIPA Flagship Store แล้ว

 

RAVIPA เกิดจากความรักที่มีให้พี่สาว

คุณสาเองอยากเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่แล้ว แต่เรื่องธุรกิจจิวเวอร์รี่เป็นเหตุของเรื่องตกกระไดพลอยโจนเสียมากกว่า เพราะพี่สาวของเธอไปเรียนจิวเวลรี่ เมกกิ้ง ที่ซานฟรานซิสโก ได้มีชาวต่างชาติมาจ้างให้ออกแบบเครื่องประดับ ที่ตอนนี้เป็น top seller วางขายยาวนานถึง 10 ปี แต่พี่สาวของเธอกลับได้ค่าออกแบบเพียงน้อยนิด แถมไม่มีเครดิตในผลงานเลย “สารู้สึกว่าเขาเอาเปรียบพี่สาวสาเกินไป ควรให้ดีไซน์เนอร์ออกมาอยู่ตรงสปอร์ตไลท์บ้างไม่ใช่ผลิตอย่างเดียว เลยคุยกับเขาว่าเรามาทำแบรนด์ของตัวเองดีกว่ามั้ย เลย ปั้นแบรนด์ RAVIPA ขึ้นมา ใช้ชื่อเขาเลย” แบรนด์ RAVIPA เกิดขึ้นมาตั้งแต่เธอยังเรียนเป็นนิสิตปีสาม โดยใช้เงินทุกบาททุกสตางค์จากเงินเก็บตัวเองที่เก็บมาตั้งแต่เด็กมาลงทุน “ถ้าเราทำด้วยเงินตัวเอง เราจะกลัวมากๆ เราจะยิ่งใส่ใจทุกรายละเอียด เราเลือกเอง มันจะเป็นร้านในฝันเราอะ เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นเราที่สุด ร้านสาใช้เวลาทำเดือนเดียว เซ็นต์สัญญาปุ๊บเร่งทำเลย มิราเคิลมากๆ เลยต้องมาติดต่อเองทำเอง ไม่งั้นไม่มีทางทัน เราเข้ามาทำเต็มที่ เทศกาลไม่ได้ไปไหนเลย เพราะมันมีปัญหาทุกวัน มันเป็นเดือนนึงที่สาได้วิชาเข้มข้นมาก”

หลังจากที่เธอเรียนจบ อยู่ระหว่างรอรับปริญญา เธอจึงเริ่มชั่งใจว่าจะเลือกไปทำงานบริษัท หรือ จะเลือกทำแบรนด์อย่างจริงจัง“จุดเปลี่ยนคือสาไปแข่งรายการเรียลริตี้รายการหนึ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจ แข่งกับแบรนด์ใหญ่ๆ ของคนไทยคนอื่น พอเข้าไปในรายการนั้นทำให้โอกาสต่างๆ เข้ามาเยอะ มันเป็นการก้าวกระโดดมากๆ ทำให้เราได้เจอโลกจริงๆ ว่าโลกของธุรกิจมันเป็นยังไง ก็เลยตัดสินใจมาทำแบรนด์ RAVIPA เต็มตัว”

 

Symbol ที่ใช้ คือความหมายแทนใจ

“ตอนแรกก็ตั้งใจให้คนซื้อหลักๆ เป็นคู่รัก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นรักในทุกๆ รูปแบบ ที่ไม่ได้จำกัดแค่คู่รัก”คอนเซ็ปต์ของ RAVIPA คือ symbol of love สื่อถึงรักที่เธอและพี่สาวได้รับจากครอบครัวที่อบอุ่น บนเครื่องประดับจะเป็น Symbol ความหมายดีๆ โดยเฉพาะแหวนสัญลักษณ์อินฟินิตี้ที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ หมายถึงความรักที่ไม่มีสิ้นสุด ซึ่งทุกๆ ปี คุณสาจะทำคอลเลกชั่นอินฟินิตี้มาใหม่เรื่อยๆ “สาชอบเห็นคนมีความสุข เวลาเราทำอะไรแล้วคนอื่นได้ใช้ได้ใส่ มันกลายเป็นเครื่องประดับที่มีความหมายกับเขามากๆ มันมีมากกว่ามันสวยคนเลยซื้อไปใส่ แต่มันคือของแทนใจของคน ความรู้สึกนั้นมันฟินยิ่งกว่าเราขายของได้แล้วรวยมากๆ ซะอีก”

 

ยากที่สุดคือต้องทำใจ

“เรื่องที่ยากที่สุดตั้งแต่ทำ RAVIPA มาน่าจะเป็นเรื่องโดน copy ความจริงมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ Thai Designer จะต้องเจอ มันยากต่อการทำใจ ไม่ใช่ยากในการแก้ปัญหา เพราะพิสูจน์มาแล้วว่ามันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ มันยากที่จะทำใจ ทำจิตใจให้เข้มแข็งพอที่จะ move on ได้ เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เราเป็นคนออกแบบเอง มันค่อนข้าง sensitive มาก เพราะเราก็เริ่มตั้งแต่ศูนย์ มันก็จี้ดอยู่ พอเขาตามมาเราต้องทำยังไงก็ได้ให้ก้าวไปได้ไกลกว่า แค่นั้นแหละ”

 

ใช้เวลาทุกนาทีเติบโตไปกับแบรนด์

สาเชื่อว่าคนเราทำได้มากกว่า 1 อย่าง เพราะเธอไม่เคยทำอะไรอย่างเดียวเลย “ตอนนี้ทำ RAVIPA คู่กับเรียนโทอยู่ เลยต้องเมเนจเวลา สิ่งที่ได้ทุกวันนี้คือ time manage skill ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าเวลามากๆ ถ้าเป็นคนไม่แบ่งเวลา สาเอาชีวิตไม่รอดแน่นอน สาเองมีงานไอเดียด้วยที่ไม่ใช่แค่จะออกไปเจอคน ก็จะเอาพาร์ทไอเดียไปไว้ช่วงเช้าเพราะตอนนั้นเราจะสงบ เพิ่งตื่นมันจะมีสติดี แต่พอร้านเปิด open now ของ shop มันจะเริ่มมีปัญหาจุกจิก มันจะทำให้เราโฟกัสและคิดไอเดียดีๆ ใสๆ ไม่ออก ก็จะไม่คิดอะไร เพื่อไปเรียนเรียนต่อในตอนเย็น จะมีกลับบ้านมา ช่วงก่อนอาบน้ำ ก่อนนอน มันก็จะมีเวลาคิดนิดนึหน่อย ที่เราอยู่กับตัวเอง สมาธินิ่ง ตกตระกอนว่าระหว่างวันเราเจอใครมา เราได้ความคิดแนวคิดอะไรมา วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ”

คุณสาชอบออกไปเจอคนเยอะๆ เพราะการพูดคุยกับคน ช่วยให้เธอต่อยอดเป็นไอเดียในการทำแบรนด์ได้ “RAVIPA เป็นทุกวันนี้ได้เพราะผู้ใหญ่แนะนำ เขาเอ็นดูเรา สอนเรา ตอนเข้าห้างแรกๆ ทำอะไรก็ไม่เป็น เจอพี่คนนึงเขาขายอยู่แล้วเขาก็คอยแนะนำให้ อย่างสาเอง สาไม่เคยสัมภาษณ์ใครเลยแต่ต้องสัมภาษณ์คนมาทำงานเป็น 200 คนขึ้นไป เพราะมีพนักงานขายเยอะและตำแหน่งต่างๆ สถานการณ์บีบให้เราโตขึ้นจริงๆ”

เขาบอกว่าเราเป็นคนโรแมนติก

ก็ทำทั้งของขวัญน่ารักๆ ทั้งคอนเซ็ปต์แห่งความรักขนาดนี้ พอจะเดาได้ว่าเธอคงเป็นคนที่โรแมนติกน่าดู “สาเป็นคนที่ชอบเห็นคนมีความสุข ชอบเซอร์ไพรซ์ ชอบทำของขวัญให้ สาให้คำปรึกษาและไปช่วยลูกค้าเรื่องทำเซอร์ไพรซ์ แต่เราตื่นเต้น มีความสุขเหมือนเขาทำให้ตัวเอง ชอบเห็นรอยยิ้มของคนที่โดนเซอร์ไพรซ์มากๆ มันเป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ สาว่าทุกอย่างมันต้องเติมความหวานให้ความสัมพันธ์ ไม่ต้องเป็นเฉพาะแฟนหรอก ครอบครัวก็ได้” และขั้นตอนที่คุณสาชอบที่สุดทั้งแต่ทำ RAVIPA มา คือขั้นตอนปลายทาง ในตอนที่คนได้รับของมีความสุข “วาเลนไทน์ที่ผ่านมา มีคู่รักหนึ่งบอกว่าการที่เขาพาแฟนมาที่ร้านเราก็ถือว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์แล้ว ในฐานะคนทำแบรนด์ นี่มันเป็นอะไรที่สุดยอดที่สุดแล้ว”

 

เสพความสุข จากการให้

ตอนนี้เธอได้เริ่มทำความฝันอีกอย่างหนึ่งของเธอ โดยการทำร้าน Something Special ขึ้น รวบรวมสินค้าของ Designer และ Artist คนไทยมาไว้รวมกับ RAVIPA “สาใช้คอนเส็ปส์ร้านเป็น A gift for special one เปิดตัวที่ Central World ผลตอบรับดีมาก ตอนนี้ย้ายมาเปิดที่ชั้นสองของ RAVIPA Flagship Store โซนที่ขายจะเป็นโซนแหวนแต่งงานของ RAVIPA Bridal อยู่แล้ว พอเขาเลือกชุดเสร็จก็มาเลือกของชำร่วยหรือของน่ารักๆ ได้เลย” สำหรับเธอตอนนี้ แบรนด์ RAVIPA มั่นคงและ RAVIPA Flagship Store ก็เป็น Gift Destination อยู่แล้ว เธอเลยอยากไปโฟกัสกับ Something special เพื่อมาเติมเต็ม RAVIPA มากขึ้น “สาเชื่อนะว่าแบรนด์ที่คนเลือกซื้อเป็นของขวัญให้คนอื่นได้ ต้องเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่ากับใจมากกว่าซื้อใส่เอง ไม่ใช่เดินผ่านแล้วอยากได้ แต่เขามาเพราะเขาอยากซื้อของให้คนพิเศษจริงๆ”

ทำวันนี้ให้ดี แล้วจะไม่มีคำว่า “เสียดาย”

นอกจากประสบการณ์การทำธุรกิจ ประสบการณ์ความรักที่ผ่านมาก็สอนคุณสาหลายอย่างเช่นกัน “ความรักคือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำดีให้กันในทุกๆ วัน เพราะมันจะเป็นความทรงจำที่สร้างเก็บไว้ต่อกัน ความสุขที่ได้รับมันทำให้เรายิ้มได้ มีพลังที่จะทำอะไรดีๆ ต่อไป ผู้หญิงจะมีรอยยิ้มสวยที่สุดเมื่อมีความรัก สาเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนสัมผัสได้ว่ารอยยิ้มในวันนั้นมันเป็นรอยยิ้มจริงๆ เวลาที่เราเป็นคนให้ เวลาที่เราได้ทำอะไรดีๆ ให้ใครสักคน เพราะไม่ใช่รอยยิ้มที่ปั้นขึ้น…

 

สุดท้าย คุณสายอมรับเลยว่าแบรนด์ RAVIPA ให้อะไรเธอมากจริงๆ เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักคือประสบการณ์ “การ learning by doing เป็นสิ่งที่ใช้เงินซื้อมาไม่ได้ สาจะบอกทุกคนว่าให้ลองทำ ลุยให้เต็มที่ เราจะได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก” ถึงความสุขและมุมมองการให้ของเราอาจจะไม่ได้เหมือนคุณสาทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ให้ คือเราได้ให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้ อย่ากลัวที่จะลงมือทำสิ่งที่เรารัก เพราะความฝันจะเป็นความฝันต่อไปอย่างนั้น ถ้าเราไม่ลงมือทำเลย

HOROSCOPE