I Love My Job ทำไม "ต้อง" ทำงานที่เรารัก - Cleo Thailand

I Love My Job 4 เหตุผล ทำไม “ต้อง” ทำงานที่รัก

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่า ทุกๆ เช้าของการทำงานมันแสนน่าเบื่อ ไม่สนุก ไม่รู้สึกว่างานที่ทำให้คุณค่าอะไรกับตัวเอง หรือด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ทำให้คุณไม่อยากตื่นมาทำงาน คุณต้องเริ่มมองหางานที่ใช่สำหรับคุณแล้วล่ะ และนี่คือ 4 เหตุผล ว่าทำไมคุณถึงควรเลือกทำงานที่ตัวเองรัก


 

1. Fun / Flow / Free

ถ้าคุณได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ความรู้สึกแรกเลยที่คุณจะสัมผัสได้คือ ความสนุก (Fun) คุณจะไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วสร้างรายได้ แต่ใจคุณก็เรียกร้องอยากจะทำ ทำแล้วมีความสุข เพราะลึกๆ แล้วสิ่งนั้นมีคุณค่ากับจิตใจของคุณ เช่น ถ้าคุณชอบเต้น คุณมีความสุขที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายไปตามเสียงเพลง คุณสามารถคลุกคลีอยู่กับการเต้นได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องเวลา ไม่ได้รู้สึกว่าฉันต้องทำ แต่ฉันอยากทำ การเต้นเลยกลายเป็น (Flow) หรือสิ่งที่คุณทำได้แบบลื่นใหล และ (Free) ถ้าคุณทำสิ่งที่ตัวเองรัก มักจะไม่รู้สึกว่าตัวเองทำงาน เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เวลาว่างก็ยังอยากทำ หรือนึกถึงมัน 3F นี้เลยมีผลต่อจิตใจและการใช้ชีวิตของคุณ ถ้าใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองรักหรือชอบอะไร ลองเช็คดูว่าเข้าข่าย 3F นี้รึป่าว ถ้ามีครบแสดงว่าคุณเจอสิ่งที่รักเข้าแล้วล่ะ

 

 

2. มีเป้าหมายชัดเจน และมองเห็นโอกาส

ชั่วโมงนี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ลิซ่า BlackPink สาวไทยหนึ่งเดียวในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ YG Entertainment หลายคนบอกว่า ลิซ่า มีความสามารถด้านการเต้นที่หาตัวจับยาก แต่กว่าที่เธอจะโด่งดังอย่างทุกวันนี้ ลิซ่าเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไปที่ชื่นชอบการเต้นและร้องเพลง เธอมีความฝันว่าอยากจะเป็นศิลปิน จนมีโอกาสได้ออดิชั่นเข้ามาเซ็นสัญญากับค่าย YG แต่ความสำเร็จไม่ได้เกิดแค่ในวันเดียว เธอใช้เวลาถึง 5 ปี ในการเป็นเทรนนี่หรือเด็กฝึกในค่าย โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะได้เดบิวท์เป็นศิลปินรึป่าว รู้เพียงว่าต้องทำสิ่งที่รักให้ดีที่สุด ด้วยการฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเธอจะต้องฝึกฝนให้เป็นทุกอย่าง ทั้งภาษาเกาหลี การแร๊ป การเต้นเพื่อเป็นศิลปินให้ได้ จนวันหนึ่งความทุ่มเทของเธอก็เกิดผล หลังจากถูกคัดเลือกให้มาเดบิวท์รวมกับเด็กฝึกในค่ายอีก 3 คน คือ เจนนี่ โรเซ่ และจีซู กลายเป็นวง Blackpink ที่ใครๆ ก็รู้จักในทุกวันนี้ และเธอยังกลายเป็นไอดอลที่มีคนติดตามมากถึง 12 ล้านคน ส่วนท่าเต้นของพวกเธอก็ดูจะเป็นไวรอลที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง และเต้นตามได้

 

ลองนึกดูสิ ถ้าวันนั้นลิซ่าไม่ได้มีความฝันว่าอยากจะเป็นศิลปิน ไม่ได้เข้าไปหาโอกาสในการออดิชั่นเอง ไม่ได้ทุ่มเทกับเป้าหมายอย่างจริงจัง และไม่ได้รักในการเต้น เราอาจจะไม่ได้รู้จักเธอในชื่อ ลิซ่า BlackPink ก็ได้ อยากให้เรื่องราวของลิซ่าเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจ ถ้าวันนี้เรายังไม่สำเร็จ ก็อย่าพึ่งท้อ มุ่งมั่นต่อไป ชัดเจนกับเป้าหมาย และมองหาโอกาส ความพยายาม 5 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ กับอนาคตที่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ด้วยความรักในสิ่งที่เธอทำ เลยทำให้เธอสามารถทุ่มเทกับมันได้อย่างไม่มีข้อแม้ และนี่แหละคืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ว่าทำไมเราถึงควรทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

 

 

3. มองเห็นคุณค่าในตัวเอง

เคยรู้สึกมั้ย เวลาที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามันมีคุณค่ากับจิตใจเราจัง เราภูมิใจที่ได้ทำมัน อาจจะไม่ใช่งานที่ยิ่งใหญ่ แต่พอได้ทำแล้วรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมา ความรู้สึกนี้แหละเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่า งานที่ทำก็ย่อมออกมาดี  ถ้าคุณไม่อยากเป็นคนที่ทำงานไปวันๆ หรือทนอยู่กับความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ ลองมองหาสิ่งที่ทำแล้วมีคุณค่ากับจิตใจของคุณดูสิ อย่างเรื่องเล่าของผู้หญิงคนนี้ ที่ไม่ว่าชีวิตจะเจอปัญหารุมเร้าแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยทิ้งมันเลยคือการเขียนนิยาย และถึงแม้เธอจะโดนปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ถึง 12 แห่ง แต่ความพยายามก็ไม่เคยหักหลังใคร เธอได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์บลูมส์เบอรี่ในเวลาต่อมา เรื่องเล่านี้จะธรรมดามาก ถ้าเธอคนนี้ ไม่ได้ชื่อ ว่า เจ.เค.โรว์ลิ่ง เจ้าของนิยายแฟนตาซีขวัญใจผู้คนทั่วโลก “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

 

 

4. เพราะเรามีเวลาจำกัด

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เรามักมองข้าม คือเรื่องของเวลา เราต่างก็คิดว่ามีเวลามากมายบนโลกใบนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าเหลือเวลาที่จะมีชีวิตบนโลกเพียงแค่ 6 เดือน เหมือนเรื่องราวของ เบลล์ ศิรินทิพย์ ผู้เขียนหนังสือ I Cancel My Cancer และเป็นเจ้าของประสบการณ์ตรงที่พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะที่สามก่อนสอบจบการศึกษาปริญญาโทที่อังกฤษเพียงชั่วอึดใจเดียว แต่เธอพบว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ยังอยากทำ มองกลับกันนะ ถ้าเรื่องนี้เกิดกับตัวคุณเองจะทำยังไง? จะเข้มแข็งและคิดบวกได้แบบเธอมั้ย? เรื่องราวของเธอเป็นตัวอย่างของเรื่องเวลาได้เป็นอย่างดี และไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านช่วงวิกฤติแบบเธอคนนี้มาได้ ถ้าปีนี้คุณอยากเปลี่ยนแปลงอะไร อยากเป็นคนแบบไหน ไม่ต้องรอเวลา จงรีบทำมันซะ เพราะเราทุกคนต่างมีเวลาจำกัด

 

ถ้าคุณเชื่อว่าใครๆ บนโลกใบนี้ สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากจะเป็น ทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ อยากให้คุณลองหันกลับมาถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ ฉันมีความสุขแล้วรึยัง? แบ่งเวลาให้ตัวเองสักนิด มาไล่ตามความฝันไปด้วยกัน ไขว่คว้าทำสิ่งที่ใจคุณปรารถนา ทำสิ่งที่คุณหลงใหลที่สุดในชีวิต อย่างไม่มีข้อแม้หรือข้อแก้ตัวใดๆ และทุกอย่างจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเริ่มลงมือทำ ไม่ใช่พรุ่งนี้ เดือนหน้า หรือปีหน้า แต่ต้องเริ่มเลย เดี๋ยวนี้!!

 

By Meji

HOROSCOPE