It’s Me ยิปซี - ครีติ สไตล์ “เรียนรู้ในบทบาทละคร แล้วปรับมาใช้กับตัวเอง” - CLEO Thailand Online Magazine

It’s Me ยิปซี – ครีติ สไตล์ “เรียนรู้ในบทบาทละคร แล้วปรับมาใช้กับตัวเอง”

 

แม้คาแรกเตอร์ในละครจะดูผู้ยิ้งผู้หญิง แต่ตัวจริงของ ยิปซี – คีรติมหาพฤกษ์พงศ์ อายุ 30 ปี ไม่ใช่แบบนั้นเลยซักนิด บอกเลยว่าการพูดคุยกับเธอครั้งนี้ จะเซอร์ไพรซ์และเปลี่ยนมุมมองเราที่มีต่อเธอไปตลอดกาล เพราะนี่คือ “ยิปซีสไตล์” ระวังจะเผลอหลงรักเธอคนนี้ไปหมดทั้งหัวใจไม่รู้ตัว

 

ไม่ได้แรง แค่เป็นคนตรง

“ตัวจริงเราเป็นคนตรงไปตรงมามากๆ ชัดเจนในสิ่งที่คิด ในสิ่งที่รู้สึก ไม่ชอบอะไรก็พูดเลย ดูว่าเป็นคนแบบนี้แต่เป็นคนไม่คิดร้ายกับใคร ไม่พูดร้าย ไม่ชอบนินทา ไม่ชอบพูดอะไรไม่ดีถึงคนอื่น แม้ว่าเขาจะทำไม่ดีกับเราแต่เราก็ไม่อยากพูด” อาจจะดูคล้ายเป็นคนแรง คนเลยอาจจะติดภาพตัวเธอในมุมเซ็กซี่และร้ายจากแคเรกเตอร์ในละคร แถมตัวเธอเองก็ชอบบทนางร้ายมากกว่าบทนางเอกซะด้วย ถามว่าให้วัดระดับความแรงของยิปซี 1 – 10 เธอคิดว่าตัวเองอยู่ในเลเวลา 6 – 7 พอ ก็ไม่เท่าไหร่นะ แค่เทาๆ อะเนอะ “ชอบเล่นเป็นนางร้ายมากกว่า พื้นฐานตัวละครของนางเอกละครไทยจะค่อยข้างราบเรียบ จะมีแต่คำว่าดี มันก็จะเล่นอะไรไม่ได้เยอะ ความเป็นธรรมชาติต่ำเพราะมันไม่ใช่พื้นฐานคนทั่วไปจริงๆ ในสังคม แต่พอเราเล่นร้ายมันสามารถที่จะใส่รายละเอียดให้ตัวร้ายนั้นได้เยอะกว่า เพราะว่าคนดูเขาพร้อมจะเห็นความชั่วร้ายของตัวละครอยู่แล้ว”

ผลงานของยิปซีมีหลากหลายคาแรกเตอร์ออกมาให้คนดูได้ดูกันเยอะมาก เราเลยอยากรู้ว่ามีบทบาทอะไรที่เธออยากลองเล่นเป็นพิเศษหรือเปล่า “เป็นคนดีก็เล่นมาแล้ว เป็นนางร้ายก็เล่นมาแล้ว เล่นเป็นผีก็เล่นแล้ว อยากลองเล่น เป็นผู้ป่วยทางจิตหรือไม่ก็เล่นอะไรที่มันแฟนตาซีที่เป็นโลกที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของโลกที่เรารู้จักไปเลยก็น่าจะดีนะ”

 

บทบาทใหม่ที่ไกลตัวเองมากขึ้น

ผลงานละครล่าสุดของยิปซีคือละครเรื่อง omg ผีป่วน ชวนมารัก ที่เธอต้องเล่นเป็นผีที่มีคาแรกเตอร์ประหลาด แถมเรื่องนี้ถ่ายคาบเกี่ยวกับเรื่องที่เธอเล่นเป็นบทร้ายซะด้วย ทำให้ต้องปรับอารมณ์ของตัวเองตลอด แต่ยิปซีการันตีเลยว่าถ้าได้ดูละครเรื่องนี้แล้วทุกคนจะลืมเธอในบทร้ายไปเลย “เป็นการเล่นเป็นผีครั้งแรก เป็นผีหื่น เพราะมีปม ตายในขณะที่เป็นเวอร์จิ้น เลยกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน คิดว่าที่ตัวเองติดบ่วงไปเกิดไม่ได้เพราะยังซิง ตอนแรกเราอ่านแล้วตกใจนะ(ขำ) แต่พออ่านบทไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกว่ามันสนุก ต้องใช้เอนเนอร์จีในการเล่นตัวละครตัวนี้เยอะมาก เพราะเขาเป็นคนล้นๆ ดีดๆ หน่อย ในขณะที่เราตัวจริงเป็นคนนิ่ง”

ยิปซี คีรติ

นี่คือยิปซีสไตล์

ยิปซีสารภาพมาตรงๆ ว่าเธอเป็นคนที่การดูแลตัวเองต่ำมาก ขาดความผู้หญิงสุดๆ อย่าถามเรื่องสกินแคร์หรือวิธีดูแลตัวเองกับยิปซีเด็ดขาด เพราะเธอแทบไม่ได้ดูแลตัวเองอะไรมากมายเลย “ที่มีก็แค่ล้างหน้าให้สะอาดแล้วก็ทากันแดดแหละ ที่ผิวมันโอเค น่าจะเป็นเพราะสิ่งที่เรากินด้วย ก็พยายามไม่กินเค็มหรือหวานมาก แต่ก็ไม่ได้กินคลีนตลอด ถ้าภายในมันโอเค มันก็น่าจะส่งผลให้ภายนอกโอเคไปด้วย”

จากลุคในละครที่เธอเล่นมักจะใส่ส้นสูง แต่งหน้าจัดๆ เนี๊ยบๆ ซึ่งชีวิตจริงยิปซีไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด “ชอบแต่งตัวเรียบๆ ไม่ใส่เครื่องประดับ ชอบใส่สนีกเกอร์ ไม่ชอบใส่ส้นเลย(เน้นเสียงว่าไม่ชอบเลย) ชอบใส่ยีน เสื้อกล้าม เสื้อยืด โทนสีก็จะเป็นสีพื้น ขาว ดำ เทา ส่วนแต่งหน้าก็ไม่ค่อยนะ ออกไปแบบโล้น 100% หรือบางทีก็มีคิ้วหน่อย ทาลิปนิดนึงให้ปากไม่ซีด ไม่ชอบให้มีอะไรอยู่บนหน้าเพราะอย่างที่บอก ขี้รำคาญ” ส่วนไอเทมในกระเป๋าของยิปซีไม่ต้องถามต่อ ก็ยังคงความเบสิกสไตล์ยิปซีเช่นกัน “ในกระเป๋ามีแค่ มือถือ กระเป๋าตังค์ บางทีพกกล้องไปด้วย บางวันไม่ได้แต่งหน้าก็พกที่ดัดขนตากับลิปมันไว้ซักอัน ไม่มีทิชชู่ ไม่มีผ้าเช็ดหน้า เห็นมั้ยคะ อย่าทำตาม(ขำ) เวลามีอะไรเลอะ พ่อจะยื่นผ้าเช็ดหน้ามา แม่ยื่นทิชชู่มา แต่เราไม่มีอะไรเลย”

 

กาแฟคือชีวิตของยิปซี

ยิปซีเป็น café hopping girl สุดๆ จะมีงาน ไม่มีงาน หยุดพักหรือไม่หยุดพัก ยิปซีบอกเลยว่ายังไงก็ต้องกินกาแฟ “มีร้านอะไรใหม่ๆ มาก็จะไป เคยลองทดลองความสามารถของตัวเองและทดลองกาแฟด้วยการทำสถิติกินประมาณวันละ 7 แก้ว กลายเป็นว่าคืนนั้นก็ไม่ได้นอนจนข้ามไปอีกวันนึง ไม่ได้มีสาระอะไรเลย จริงๆ ไม่ควรทำ ไม่แนะนำ ไม่ควรมาอยู่ในบทความด้วยซ้ำ(ขำ) มันมีประโยชน์อย่างเดียวคือจะบอกให้รู้ คืออย่าทำ”

 

เที่ยวแบบยิปซี ไม่ต้องมีหรูมาก

จากที่นั่งคุยกันมาสักพัก เราได้รู้ว่ายิปซีเป็นสาวลุยและห้าวสุดๆ และเธอชอบเที่ยวแนวแบกแพคเกอร์มากๆ “ไม่ชอบเที่ยวหรู นอนโรงแรม เพราะรู้สึกว่าโรงแรมที่ไหนก็คล้ายกัน ชอบเที่ยวแบบได้เดิน ไม่กลัวแดด ชอบไปในที่ที่เป็นธรรมชาติ ไปดูวัฒนธรรม ได้เห็นอะไรที่ยังไม่รู้จักหรือไม่เห็น ที่ที่อยากไปก็เป็นคิวบา สเปน โมรอกโคก็อยากไป เราชอบอะไรแนวนั้นแหละ”

 

“จักรยาน” เป็นเรื่องใหญ่

ใครจะเชื่อว่ายิปซีปั่นจักรยานไม่เป็น ที่ตลกร้ายคือละครเรื่องแรกที่เธอได้เล่นมีฉากที่ต้องปั่นจักรยานทั้งเรื่อง “อาจจะผิดที่เรา ที่ไม่ได้ร้องขอว่าอยากขี่จักรยานเหมือนเพื่อนตอนเด็กๆ ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาอะไรจนกระทั่งโตขึ้น มาเล่นละครเรื่องแรกที่นางเอกต้องปั่นจักรยานทั้งเรื่อง คือเปลี่ยนไม่ได้เพราะเล่นเป็นเด็กยากจน ไม่มีรถขับ เขาก็ให้เลือกระหว่างจักรยานกับมอเตอร์ไซค์ แหม.. ก็ต้องจักรยานสิ” เธอใช้เวลาฝึกจักรยานในช่วงก่อนเปิดกล้องละคร ส่วนสถานที่ฝึกก็ไม่ใช่ที่ไหน เป็นในหมู่บ้านเธอเอง มีคุณพ่อเป็นครูฝึกให้ “ล้มเละเทะเลย ก็เริ่มขับได้บ้าง พอไปถ่ายจริง โลเคชั่นที่ต้องปั่นจักรยานมันแคบมาก ถนนก็ไม่เรียบ ปั่นไปได้นิดเดียวก็จะล้ม เขาก็เลยคัดแล้วใช้เท่าที่มี ก็ผ่านไป จนแล้วจนรอดตอนนี้ก็ยังปั่นไม่เป็นเหมือนเดิม”

 

 หุ่นสวยด้วยทางสายกลาง

เดากันไปต่างๆ นานาว่ายิปซีหุ่นเป๊ะขนาดนี้ ต้องกินน้อย กินคลีน ออกกำลังกายทุกวันแน่ๆ ก็อย่ามโนกันไปเองมากไป บางทียิปซีก็มีขี้เกียจบ้างเหมือนกัน “บางวันก็ขี้เกียจ บางวันก็ไม่ได้ออก บางวันก็แค่อยากจะนั่งดูทีวีแล้วกินขนมไปเรื่อยๆ ออกกำลังกายมากสุดต่อวันแค่ 1 ชั่วโมง ขยันสุดๆ เลยจะแค่ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ถ้าจะไม่ออกเลยก็คือทำงาน 7 วัน”

เคล็ดลับหุ่นดีของยิปซี นอกจากออกกำลังกายแล้ว เธอก็มีทริคในการเลือกกินอาหารแบบง่ายๆ แบ่งตามแต่ละวัน “ทุกอย่างเริ่มมาจากการที่เราไม่ฟิคตัวเองเวลากิน เมื่อก่อนเราเคยทำนะแต่ว่ามันโหย แล้วก็ตะบะแตก พยายามหาทางสายกลาง ถ้าวันนี้ไหนใช้งานร่างกายเยอะ ก็กินเยอะกว่าปกติ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ใช้พลังงานมากมายก็กินน้อยๆ ปรับไปตามการใช้ จะมีช่วงนึงที่กินมัง กินแต่ทะเล อยู่ประมาณ 7 – 8 ปี แล้วหลังๆ นี่เองที่มาออกกำลังกาย เล่นเวท แล้วโปรตีนมันไม่พอก็เลยพยายามกินไก่ แต่หมูกับเนื้อวัวไม่ได้กินนานมากแล้ว”

 

เรียนรู้ที่จะเข้าใจ จากการแสดง

ประสบการณ์หลายปีในวงการบันเทิงเปลี่ยนชีวิตของยิปซีให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และบทบาทหน้าที่นี้ทำให้เธอค้นพบสิ่งที่เธอรักจริงๆ “ตั้งแต่เข้ามาทำงานในวงการบันเทิงก็รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีนะ ยังสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เบื่อกับการแสดง รู้สึกโชคดีที่ได้มาทำในสิ่งที่เราก็ค้นพบชัดเจนแล้วว่าเราชอบ และการที่เราได้ลองไปเป็นคนอื่นหลายๆ แบบ มันทำให้เราเอาความเข้าใจคนเหล่านั้นมาใช้กับตัวเอง แล้วมันทำให้ชีวิตยิปซีดีขึ้น”

 

ทำสิ่งที่ควบคุมได้ก็พอ

เพราะวงการบันเทิงมีนักแสดงรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้นักแสดงที่อยู่ในวงการอยู่แล้วต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา “เราไม่เคยคิดว่าเราแข่งกับใครอยู่เลย บางทีเราก็ควรจะคิดบ้าง(ขำ) เราเชื่อว่าการอยู่ในวงการนี้บางทีมันก็ไม่ใช่ฝีมืออย่างเดียว มันมีองค์ประกอบอะไรหลายอย่างมากๆ ซึ่งบางทีมันเหนือการควบคุมของเรา แต่เราแค่ทำสิ่งที่เราควบคุมได้ ซึ่งก็คือตัวเรา ต้องฝึกลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ลองคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิด พยายามจะเอาตัวเองไปสวมคนอื่น สวมร่างคนอื่น ใช้สมองของคนอื่นว่าเขาคงคิดอย่างนี้มั้ง เขาถึงพูดแบบนั้นออกมา เพื่อที่ตอนเราอาจจะต้องไปเล่นเป็นคนที่มีความคิดแบบนั้น พูดจาแบบนั้น ในแบบที่เราค้าน หรือไม่เห็นด้วย เราจะได้ทำมันออกมาได้ด้วยความเข้าใจจริงๆ”

 

สิ่งที่บั่นทอนใจยิปซี

ยิปซีเล่าว่านักแสดงเป็นอาชีพที่ให้คนมาพูดอะไรเกี่ยวกับเราก็ได้อยู่แล้ว เธอเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรเพราะคนที่พูดเขาไม่ได้รู้จริงหรือสิ่งที่พูดจะมามีผลอะไรกับความรู้สึกเธอมากมาย แต่ว่าหลังๆ เธอเริ่มรู้สึกบั่นทอนกับภาวะสังคมที่คนแสดงความเห็นกันสิ้นเปลืองเกี่ยวกับทุกอย่าง “พอเหมือนมีคนเริ่มก็จะมีตามมา เหมือนมันเป็นแพทเทิล และเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสังคมในโลกโซเชียลพร้อมที่จะระบายความไม่ชอบ ความโกรธหรือเกลียดหรืออะไรก็ไม่รู้ใส่เป้าหมาย แล้วเป้าหมายที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ดารานะ กับทุกคน ทุกประเด็นเลย คนมันเห็นอะไรก็อยากจะแสดงความเห็นไปหมด”

 

ความรักของยิปซี

ยิปซีผ่านช่วงที่มีแฟนมาหลายปีแล้ว และเคยมีแฟนมาหลายคนตั้งแต่เด็ก แต่ที่ผ่านมาเธอเล่าว่าเธอมีแฟนก็จริง แต่ไม่ได้มีความรัก ที่ผ่านมาคือมี relationship เฉยๆ แต่ไม่มีความรัก เพิ่งมามีความรักประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว คือเรารักเป็น ซึ่งหลังจากนั้นมาที่ไม่ได้มีแฟนแล้ว ก็ยังมีความรักอยู่ในรูปแบบที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นคนคุย หรือเป็นแฟน ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อน หรือกับน้อง หรืออะไรก็ตาม มันคือการให้ คือการประคับประคองความสัมพันธ์ ดูแลกันและกันโดยที่เราไม่จำเป็นต้องมาแสดงตัวให้โลกรู้ว่าคนไหนเป็นแฟน มันพอ มันมีความสุข แล้วไม่เหงาเลย เพราะว่าเรามีความรักอยู่แล้วเพียงแต่มันเป็นอีกเวอร์ชั่นนึงเท่านั้นเอง”

แต่ก่อนความรักของยิปซีเป็นเพียงสิ่งอะไรสักอย่างที่เธอเองก็แทบไม่รู้ความหมายของมันจริงๆ แม้เธอจะถามตัวเองซ้ำๆ ว่าตอนนั้นคบเพราะอะไรเธอเองก็แทบก็จำไม่ได้ “พอมันไม่ใช่แค่เป็นแฟนกัน มันเป็นความรัก มันเลยละเอียดอ่อน มันละเมียดละมัย บรรจงมากขึ้น เราก็จะแคร์ ดูแล ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดี เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ก็ไม่รู้ว่าขึ้นอยู่กับอายุรึเปล่า บางคนอาจจะเจอเร็ว รู้จักเร็วกว่าก็ได้ แต่สำหรับเรามันก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีนี้เอง”

 

เรื่องเพศ ไม่มีคำว่าสเปค

ยิปซีขำเล็กน้อยตอนเราถามเรื่องมุมมองความรักจากเธอ แอบบ่นนิดนึงว่าไม่ชอบคำถามแนวนี้เลยเพราะมันกว้าง และมันยากไปที่จะตอบ “ถ้าให้บอกนิยามความรักสำหรับเรา มันคงเป็นการที่เราจะก้าวผ่านความเห็นแก่ตัวเบสิคของมนุษย์ไปมั้ง คือการให้คนอื่นก่อนอย่างแท้จริง โดยเอาตัวเองไว้ข้างหลัง น่าจะใกล้เคียงความเสียสละแหละ” เรื่องสเปคของผู้ชายยิปซีบอกเลยว่าไม่มี สำหรับเธอเรื่องเพศไม่มีสเปค จะเป็นผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ได้ “เราชอบคนจริง จริงใจต่อคนอื่นแล้วก็ต้องจริงใจต่อตัวเองด้วย แล้วก็ต้องไม่ดูถูกคน”

 

HOROSCOPE