สัมภาษณ์งานใหม่ทีไรตื่นเต้นสุดๆ 14 เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับทุกครั้ง

Tired of waiting. Bored young businesswoman holding paper and looking away while sitting on chair against grey background

สัมภาษณ์จะตื่นเต้นสุดๆ ก็งานแรก แต่ถ้าใครยังไม่ได้งานซะทีก็จะเริ่มชินๆ กันไป ใครได้ปุ๊บผ่านปั๊บผ่านเวลาไปลาออกต้องสัมภาณ์ใหม่ยังไงก็ตื่นเต้นอยู่ดี โอ้ย ช่วยด้วย! สงบจิตใจฉันทีเถอะ!

 

ไปก่อนเวลา

ขั้นกว่าของการตรงต่อเวลา คือมาตรงเวลาเป๊ะยังไงก็ไม่พร้อมอยู่ดี ถ้านัดสิบโมงไปสักเก้าโมงครึ่งพอมีเวลาเตรียมตัว เช็คผมเผ้าให้ดี แล้วก็แจ้งให้ทราบว่ามาถึงแล้วสักเก้าโมงสี่สิบห้าหรือห้าสิบ ยอมรับเถอะว่ามาสัมภาษณ์งานในจุดแรกคือเราต้องง้อเขา (เว้นแต่ว่าจะโดนกดขี่ข่มเหงจนทนไม่ได้ ไม่ง้อแล้ว!) แต่แสดงออกให้เห็นว่า “ฉันอยากได้งานนี้จริงๆ” ด้วยการมาถึงก่อนเวลาเถอะ

 

เตรียมตัวให้พร้อม

ไม่ต้องโชว์ทุกทักษะจนเว่อร์เกินเหตุ แต่ศึกษาดูให้ดีเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งนี้ว่าเราเหมาะกับงานยังไง และต้องแสดงออกอย่างไรถึงจะดูว่าเราเป็นคนมีประสิทธิภาพเหมาะกับตำแหน่งจนเขาต้องเซ็นต์รับเราเดี๋ยวนั้น

 

แต่งตัวให้ถูกกาละเทศะ

เพิ่มความน่าเชื่อถือไปอีก 70% แม้ว่าอยู่บ้านเราจะเป็นคนโก๊ะกัง ปัดแก้วน้ำตกวันเว้นวันสลับกับทำจานแตก แต่วันสัมภาษณ์เราจะต้องดูน่าเชื่อถือที่สุด และการแต่งตัวช่วยได้มาก ไม่ว่าบริษัทนั้นจะทำงานด้านไหนก็ตาม แม้ว่าความจริงแล้วทุกคนในบริษัทแต่งตัว ‘บ้านบ้าน’ แบบตื่นมาก็มาทำงานเลยก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เราอาจจะไม่ต้องถึงกับเรียบร้อยขั้นสุด ใส่สูทกระโปรงยาว แต่อย่าแต่งตัวเป็นจุดสนใจจนคนอื่นพูดถึงการแต่งตัวมากกว่าความสามารถของเราเด็ดขาด

 

ผ่อนคลาย

แม้ว่าอินเนอร์ข้างในจะว้าวุ่น ก็ต้องดูสงบมากมายให้ได้ภายนอก เพราะว่าเมื่อไหร่ที่คนอื่นเห็นว่าเราดูขี้กังวลเขาจะทำให้เราสติแตกได้ง่ายขึ้นไปใหญ่ ทำตัวนิ่งเข้าไว้ถ้าเป็นไปได้ ตอบรับทุกอย่างด้วยความสงบ อย่าล่ก! อย่าดูลุกลี้ลุกลน ระหว่างรอ หายใจเข้าอกอย่าคิดอะไรไปเรื่อยจนฟุ้งซ่าน แต่ก็ไม่ใช่ผ่อนคลายเกินไปจนเล่นตลกใส่ทุกคนระหว่างสัมภาษณ์เหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน

แค่ทำตัวให้ดูโปร ตอบคำถามอย่างฉลาด เว้นจังหวะคิดบ้างไม่ต้องตอบทันที

 

อายคอนแทค

ไม่ใช่การจ้องตาไม่กระพริบนะจ๊ะ เดี๋ยวจะดูโรคจิต แต่เวลาตอบคำถามอย่าหลบตาจนดูไม่ใสซื่อบริสุทธิ์ เวลาคนกำลังจ้องตากันแบบวัดใจอย่าเป็นคนแรกที่หลบตา แต่ในสายตานั้นจะต้องไม่มีการท้าทาย การจ้องตาเวลาสัมภาษณ์เป็นการจ้องเพื่อบอกให้รู้ว่าเราเป็นคนมีความตั้งใจและสิ่งที่พูดไปล้วนเป็นความจริง เพราะฉะนั้นเราจะไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีกับสายตาของเรา

 

ภาษากาย

มันบอกอะไรได้ดีพอๆ กับดวงตาเลยล่ะ อย่ากอดอกทำตัวปิดกั้น นั่งไขว่ห้างเพื่อแสดงความสวยเริ่ดเชิ่ดก็เปลี่ยนเป็นไขว้ขาเอาไว้แบบเจ้าหญิงแทน เดินหลังตรงและนั่งก็หลังตรง สร้างความเชื่อใจให้ได้ด้วยการนั่งอกผายไหล่ผึ่ง อย่าดูล่ก!

 

ดูน่าเชื่อถือด้วยคำพูด

เพื่อแสดงความฉลาดทางสติปัญญา อย่าใช้คำศัพท์ยากที่ตัวเองไม่รู้จักเพราะจะทำให้ดูไม่มั่นใจขึ้นมาทันที น้ำเสียงไม่เบาไปหรือดังไป เว้นจังหวะให้ดีไม่ต้องพูดเร็วจนฟังไม่ทันหรือว่าเนิบเชื่องช้าจนน่าเบื่อ ไม่ต้องเล่าละเอียดทุกเรื่องเพราะจะไม่มีใครอยากฟัง เอาเนื้อมาเน้นๆ ไฮไลต์ในสิ่งที่น่าสนใจให้เขาสะดุดหูด้วยเรื่องดีๆ

อย่าพูดมากจนเกินไป

นี่ไม่ใช่ one man show ที่จะพูดอะไรก็ได้เรื่อยๆ จนน้ำไหลไฟดับ ไม่ต้องเล่าปูเรื่องตั้งแต่คำนำ เอาสิ่งที่มีประโยชน์และตอบคำถามที่เขาถามให้ตรงจุด จะดูเป็นคนรู้จักฟังและจับประเด็นได้ดี ไม่ต้องโฆษณาตัวเองเยอะจนไม่น่าซื้อ

ใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์

อย่ากังวลถ้าอยู่ดีๆ ก็เงียบกันไป มันเป็นช่วงพักให้ต่างคนได้คิดมันจะอึดอัดก็เพราะเราคิดว่ามันอึดอัดนี่แหละ ถ้าคิดว่าพูดอะไรออกไปแล้วมันฟังดูดีกว่าความเงียบก็ลองเปล่งเสียงออกไป เช่น ความสามารถเราที่ไม่ได้ถูกถามถึงแต่น่าจะเป็นประโยชน์ต่องานนี้

มั่นใจไว้เถิดจะเกิดผล

แม้ว่าจะเจออุปสรรคใดๆ แต่ในใจจงคิดเอาไว้ว่าเราทำได้ ฉันทำได้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง แต่เราจะพูดออกไปด้วยความมั่นใจในทุกวินาทีอย่าปฏิเสธว่าเราทำบางอย่างไม่เป็นหรือทำไม่ได้ โชว์แอตติจูดว่าเราพร้อมจะเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและเป็นคนเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม นึกถึงเรื่อง The Intern ที่คุณปู่วัยเก๋ามาสัมภาษณ์เพื่อฝึกงานสิ

อย่าลังเลและอย่าตั้งแง่กับงานที่เราไม่คุ้น บอกตัวเองเลยว่าไม่ว่าจะถูกท้าทายให้ทำอะไร เราทำได้และทำได้ดีซะด้วย

แอบชมเนียนๆ

แบบที่ไม่ต้องเยินยอซะจนเว่อร์ไม่น่าเชื่อ ต้องทำให้เนียน! เช่นรู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่มีแต่คนเจ๋งๆ เต็มไปหมด อยากมาเรียนรู้จากคนเหล่านี้ ไม่ใช่นั่งแข็งทื่อบอกแค่ข้อดีของตัวเอง

ใช้พื้นที่นี้เป็นของฉันซะ

อย่าให้ห้องสัมภาษณ์ซึ่งน่าจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจตุรัสเล็กๆ (หรือกว้างก็ตาม) มาบีบทำให้ตัวเราเล็กลง นั่งสบายๆ ด้วยความมั่นใจเหมือนเดิมและให้ผู้สัมภาษณ์เป็นคนเริ่มต้นทุกอย่าง หว่านเสน่ห์แต่ไม่ใช่ทางเพศนะ ทางสายตา ทำให้เขาเอ็นดูเรา เดินเร็วแต่ไม่วิ่งอย่างมั่นใจอย่าทำอะไรชักช้าเกินไป ถ้ามีผู้สัมภาษณ์มากกว่าหนึ่งคน ทำให้ทุกคนสนใจในสิ่งที่เราพูดหรือแสดงออกให้ได้ #ในทางที่ดี

“ฉันมีประโยชน์นะ”

นอกจากจะบอกแล้วว่าเราทำอะไรได้บ้างที่ผ่านมาในอดีต แอบขายตัวเองนิดนึง แต่จำไว้ว่าอย่าเว่อร์เกินไป ว่าเราจะทำอะไรให้กับที่นี่ได้บ้างถ้าได้งาน ซึ่งควรจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่เคยทำมาก่อน แสดงให้เห็นว่าเราจะพัฒนาตัวเราเองไปเรื่อยๆ เลย

วินาทีสุดท้ายต้องถูกจดจำ

แต่ไม่ใช่การจดจำแบบแย่ๆ อย่าเดินสะดุดหน้าคว่ำตอนออกไป แต่ตอนบอกลาต้องทำให้เขารู้สึกชอบเราให้ได้มันเป็นช่วงสุดท้ายและเราไม่มีโอกาสอีกแล้ว นึกถึงตอนบอกลาผู้ชายในเดทแรก จะมีเดทต่อไปมั๊ยก็ขึ้นอยู่กับตอนนี้ เขาต้องอยากเจอเราอีก แต่นี่ขั้นกว่าคือเขาต้องอยากร่วมงานกับเรา!