พวกเขาคือ…ดิจิตอลเอเจนซี่ So Hot ที่สุดตอนนี้!!!

Google+

หลังจากได้เห็นออฟฟิศสุดอินสไปร์ ผลงานที่ผ่านมาบวกกับคลิปวิดีโอครบรอบ 8 ปีบริษัทของ Rabbit Digital Group หลายคนบอกเลยว่านี่คือหนึ่งในบริษัทที่อยากทำงานด้วยมากที่สุดบริษัทหนึ่ง แต่ภายใต้ความสนุกก็มาพร้อมความกดดันและความเร็วที่ต้องแข่งกับเวลาของโลกดิจิตอลที่พร้อมเปลี่ยนได้ทุกวินาที พวกเขาทำได้ยังไง?

 

เห็นเทรนด์ดิจิตอลมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว 

ต้องบอกว่าเวลานั้นเมืองไทยเพิ่งรู้จักเฟซบุ้คได้แค่ปีเดียว ไม่นานหลังจากนั้นแอนดรอยด์ก็เพิ่งเกิด แต่พวกเขาทั้งสี่คนกลับรวมตัวกันเปิดดิจิตอลเอเจนซี่แล้ว แม็กเล่าว่า “ตอนนั้นผมกับปอมเริ่มทำอะไรด้วยกันแล้ว ผมเป็น Consultant ปอมมีบริษัทอื่นกับเพื่อนอยู่ พอได้มานั่งคุยกันว่าเรามาทำอะไรด้วยกันดีกว่า แล้วเราก็มองเห็นว่าเทรนด์ดิจิตอลกำลังมา” เล็กเสริมว่า “ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า Start Up ใดๆ ทั้งสิ้น เราสี่คนสนใจเทคโนโลยีดิจิตอลอยู่แล้ว แต่ละคนก็มีความถนัดต่างกัน” ทั้งหมดเลยกลายเป็นความลงตัวที่เพอร์เฟคท์พอดี

บริษัทเล็ก แต่ได้งานแรกๆ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ 

ใช้ไอเดียและความตั้งใจเข้าสู้ “เราได้มีโอกาสเสนอลูกค้าอย่าง SCG ซึ่งเป็นดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งรายใหญ่รายแรก ตอนนั้นยังใหม่มาก สิ่งที่เราเห็นคือทั้งลูกค้าและเอเจนซี่ก็พยายามที่จะก้าวเข้าสู่ออนไลน์มากขึ้น ซึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่พวกเราก็ทำการบ้านอย่างดี ศึกษาทั้งตัวอย่างของเมืองนอกในอุตสาหกรรมนี้ และดูสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับลูกค้าจริงๆ ฟีเจอร์อะไรที่มันล้ำแต่ไม่มีประโยชน์ เราก็ต้องจัดลำดับความสำคัญ เลือกแต่สิ่งที่มีประโยชน์กับลูกค้าไปนำเสนอเค้า ซึ่งปกติเวลาไปพิชงาน ก็มักจะขายแค่ไอเดีย แต่เราอยากให้ลูกค้าเห็นภาพมากที่สุด พวกเราเลยลงดีเทลให้ลึกที่สุด ละเอียดที่สุด คือลูกค้าซื้อแล้วสามารถทำได้จริงเลย” นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงได้งานนี้มา หลังจากนั้นก็ยังได้งานจากแบรนด์ใหญ่อย่าง Cotto ที่พวกเขาบอกว่าไม่กดดัน แค่พยายามทำให้ดีที่สุด และค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกันมากกว่า

จากพนักงานไม่ถึง 10 คน มาเป็น 160-170 คนในวันนี้

ถามพวกเขาว่ามาไกลขนาดนี้ได้ยังไงภายในเวลาแค่ 8 ปี “จริงๆ ตอนแรกรวมพนักงานแล้วไม่ถึง 10 คน หลังจากนั้นสามปีกว่าก็เพิ่มเป็น 15 คน พอเราเริ่มมีงานที่ดี มีลูกค้า มีพอร์ต ก็ขยายมาสู่ 160-170 คน (และกลายมาเป็น Rabbit Digital Group ภายในเวลา 4 ปีที่ขยายจาก Rabbit’s Tale มาเพิ่มอีก 3 บริษัทย่อย (Moon Shot บริษัทดิจิตอลพีอาร์คอนเทนท์, The Zero พับลิชเชอร์ออนไลน์ ที่มีเว็บไซต์อย่าง Mango Zero และ Code&Craft ดูแลด้านวิดิโอ) เราดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก มีความต้องการเฉพาะทางมากขึ้น เราเลยสร้างบริษัทกรุ๊ปขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า”

ผลงานที่มีความต่าง เริ่มต้นจาก Vision 

ถามพวกเขาว่าอะไรทำไห้บริษัทของเขาโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ “เริ่มจาก Vision ของเราเลย สิ่งที่เรายึดถือในการทำงานเหมือนเป็นไบเบิ้ล เป็นการเอาไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ มาทำให้เกิดผลงานที่เป็นเชิงบวกมากที่สุด เราพยายามให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากที่สุด และจุดที่เราแตกต่างส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากการที่พวกเราไม่เคยทำงานเอเจนซี่มาก่อน เลยไม่มีกรอบการทำงานแบบที่เคยทำกันมา และอายุเฉลี่ยคนในองค์กรเราประมาณ 25 ปี เราเติบโตมากับเฟซบุ้ค กูเกิ้ล เวลาทำงานเราจึงเข้าใจความต้องการของลูกค้า ว่าเขาต้องการอะไร เราก็พยายามปรับใช้และสร้างสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมาด้วย”

เห็นออฟฟิศชิลล์ๆ แต่งานหนักมาก 

ตอนนี้พวกเขากำลังรับสมัครสมาชิกใหม่อยู่ แต่ๆๆ “ต้องบอกว่างานเราหนัก ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ผมเปรียบงานของเราเหมือนรถออฟโรดที่วิ่งอยู่ในป่า ซึ่งมันต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ วันดีคืนดีรถยางแตก ทุกคนต้องลงมาช่วยกันเข็น แต่ทุกครั้งที่มองกลับไปจะเห็นว่าเรามาได้สูงกว่าเดิม และทางที่เรามาก็มีคนตามมามากขึ้น แต่ทุกอย่างไม่ได้ราบลื่น” ใครคิดว่าใช่ก็ลุยเลย

ถ้าวันหนึ่งที่เจ๊ง เราจะยังเป็นเพื่อนกัน 

ซ้าย : ชนินทร์ อรัญวัฒน์ (ปอม) Chief Financial Officer, สุนาถ ธนสารอักษร (แม็ก) Managing Director, รุ่งโรจน์ ตันเจริญ (เล็ก) Chief Executive Officer และ สโรจ เลาหสิริ (บี) Chief Marketing Officer

 

 

ถามพวกเขาว่ามองตัวเองในอนาคตยังไง “เราทำงานเป็นทีมที่ดี แต่ละคนมีความรับผิดชอบส่วนของตัวเอง เราเคารพในกันและกัน และในความเป็นเพื่อนมันก็ทำให้เราสนใจอะไรคล้ายกัน และได้แบ่งปันเรื่องอื่นนอกจากงานด้วย เวลาทำงานเราจะไม่ใช้ระบบโหวต ถ้าเห็นไม่ตรงกัน เราจะคุยกันจนกว่าจะเข้าใจ ได้ข้อสรุป และเราแยกเรื่องส่วนตัวกับงาน ถ้ามีปัญหาจะไม่เอามาเกี่ยวข้องกัน เพราะเราช่วยกันตั้งบริษัทขึ้นมาจากมิตรภาพ ความฝัน แพชชั่น มันยั่งยืนกว่าการเอาผลประโยชน์มาพูดกัน ถ้าวันหนึ่งมันจะเจ๊ง เราจะยังเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่แตกหักไปคนละทาง” ที่สำคัญพวกเขาใส่ใจกับผู้ร่วมงานทุกคน “เราอยากให้คนที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ ดีขึ้นไปด้วยกัน เก่งขึ้น การใช้ชีวิต รายได้ ไม่ใช่แค่บริษัทโตอย่างเดียว”

ผลงานสุดเจ๋งของพวกเขา 

  • Youtube สินมั่นคงประกันภัย :  ขอบคุณประเทศไทยที่ทำให้เราฟิต “ผลตอบรับดีเกินคาด และเป็นไวรัลตัวแรกที่นำเสนอแบบแง่บวก พวกเขาบอกว่านานแล้วที่ไม่เห็นโฆษณาที่ยอดไลค์และยอดแชร์ไปในทิศทางเดียวกัน
  • Canonlife Redefine : หนังสือภาพอักษรไทย ก-ฮ  เป็นผลงานโดดเด่นที่ไม่ใช่วิดีโอ ให้ช่างภาพส่งภาพเข้ามาประกวดโดยไม่มีเงินตอบแทนหรือรางวัล จากวันละ 10 คน กลายมาเป็น 6,000 คนทั้งแคมเปญในเวลา 2 เดือน และนำภาพมาใส่เป็นแบบเรียน ก-ฮ แจกสี่ร้อยโรงเรียนทั่วประเทศ และมีภาพครบทุกรูปแบบ
  • Veranda Pattaya : โปรโมทรีสอร์ทให้มีเสน่ห์กว่าที่สวย และทำให้ทุกคนอยากไป ผ่าน Influencer Photo ที่ถูกฟอลโลว์โดยคนดัง และเชิญไปโรงแรม โดยมีข้อแม้ว่าขอให้ลงรูปสองรูปพร้อมแฮชแท็ค กลายเป็นว่าพวกเขาสามารถปิดยอดจองโรงแรมจากที่ดีลไว้ 6 เดือนเป็น 2 เดือนในเวลารวดเร็ว
  • Mango Zero : เว็บข่าวโซเชียลแบบใหม่ ที่ทำคอนเทนต์ยากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ไม่เอาประเด็นดราม่ามาเล่น

Quote “เรามองทุกอย่างที่เข้ามาเป็นความท้าทาย และสิ่งที่อยากทำที่สุดคือทำให้งานดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังกับงานรางวัล แต่อยากสร้างผลกระทบที่ดีกับสังคมได้”