2 เพื่อนสาวทิ้งเงินเดือนหลักหมื่น มาสร้าง "Cosluxe" แบรนด์บิวตี้ยอดขายดีที่สุดตอนนี้!! - CLEO Thailand Online Magazine

2 เพื่อนสาวทิ้งเงินเดือนหลักหมื่น มาสร้าง “Cosluxe” แบรนด์บิวตี้ยอดขายดีที่สุดตอนนี้!!

ครั้งแรกที่เราได้รู้จักกับเมคอัพที่ชื่อว่า Cosluxe มาพร้อมปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในกอง บก. ว่าอายไลเนอร์ยี่ห้อนี้ดีมากเลยนะ เขียนแล้วไม่ค่อยเลอะ แถมราคาไม่แพงเลย แต่ที่มาบูมสุดๆ ตอนที่ได้สัมภาษณ์เหล่าบล็อกเกอร์เมื่อวันที่เราจัด CLEO Beauty Camp 2015 ทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่าชอบที่เขียนคิ้ว Cosluxe Slimbrow Pencil ถล่มทลาย จนเราต้องไปซื้อมาใช้ตามแล้วก็รู้สึกเหมือนเติมขนคิ้วทีละเส้นจริง

brow

เรารู้ต่อมาอีกว่าคนก่อตั้งเป็นหญิงสาวสองคนที่เริ่มต้นมาตอนอายุ 26 แต่สู้ทำแบรนด์เองได้ขนาดนี้ และยอดขายพุ่งแรงสุดๆ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ขนาดไปสัมภาษณ์เรายังอินสไปร์อยากทำธุรกิจแบบเธอบ้างจริงๆ

cosluxe3

กิ๊ฟ – ช่อทิพย์ ประสิทธิชัย 30 ปี

 

cosluxe4

พี – วิไลวรรณ สุชาติสุนทร 30 ปี

 

เริ่มจากขายของออนไลน์เป็นงานอดิเรก

พีเล่าว่าเธอเองก็เป็นเหมือนสาวออฟฟิศทั่วไป ทำงานประจำสายออกแบบผลิตภัณฑ์ มีเงินเดือนระดับหนึ่ง แล้วรู้สึกอยากหารายได้เพิ่มให้ได้ใช้จ่ายมากขึ้น เลยไปรับอายไลเนอร์มาขาย เพราะเธอเองก็ใช้อายไลเนอร์เป็นประจำอยู่แล้ว พีไปทำงานเข้า 9 โมงเช้าเลิก 6 โมงเย็น แต่หน้าที่ที่ต้องทำเพิ่มคือแวะส่งไปรษณีย์ตอนเช้า กลับบ้านมาอัพขายออนไลน์ตอน 3-4 ทุ่มทำอยู่พักหนึ่งก็คิดว่าถ้าทำเองต้นทุนน่าจะถูกกว่า ตอนนั้นอายไลเนอร์แบรนด์ก็มีอยู่ไม่กี่เจ้าเลยตัดสินใจทำอายไลเนอร์ของตัวเองดีกว่า

 

หาเงินลงทุนก้อนแรก

และพีก็เป็นเหมือนสาวๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้มีเงินทุนมาตั้งแต่เกิด เธอเล่าว่า “บ้านพีไม่ได้รวย ไม่สามารถเดินไปหาป๊ากับม๊าแล้วขอเงินมาลงได้เลย เราคิดว่าทำคนเดียวไปได้ไม่ไกลแน่ ตังค์ก็ยังไม่มีจะจ้างใครมาทำ เลยมองหาพาร์ทเนอร์ เป็นใครไม่ได้นอกจากเพื่อนที่สนิทที่สุด”

 

กิ๊ฟ เพื่อนสนิทที่พีพูดถึง พวกเธอเป็นเพื่อนรักสมัยเรียนอยู่ที่เกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร อยู่กลุ่มเดียวกันมานาน หลังจากแยกย้ายไปทำงานของตัวเองอยู่ 4 ปี พีมาแนวกราฟฟิก กิ๊ฟทำ R&D แต่ก็ยังนัดเจอกันเรื่อยๆ กิ๊ฟเล่าว่าช่วยอุดหนุนพีตั้งแต่สมัยขายของออนไลน์ “อยู่ๆ วันหนึ่งพีก็มาถามว่าสนใจมาลงทุนด้วยกันมั้ย เราก็ใช้ที่เขาขายอยู่นะ พีมาพร้อมแผนงานที่ชัดเขนมาก มีชื่อแบรนด์อะไรหมดแล้ว ถามเราว่าเอาด้วยมั้ย วางเงินแล้วทำเลย” กิ๊ฟบอกว่าเราก็เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่ไม่ได้มีเงินเก็บก้อนใหญ่มาก เลยขอยืมเงินแม่ สัญญาว่าจะคืนทุนให้ได้ใน 2 ปี “แม่รู้จักพีอยู่แล้ว บอกว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนคิดจริงทำจริง ไว้ใจได้ แม่เป็นผู้ใหญ่ที่มองคนขาด คนอื่นแม่อาจจะไม่ยอมให้ทำด้วย แต่คนนี้แม่มั่นใจ”

cosluxe2

ทำคู่งานประจำจนอยู่ตัว

สเต็ปแรกต้องค่อยๆ ไปอย่างมั่นคง ทั้งพีกับกิ๊ฟยังทำคู่งานออฟฟิศไป ยอมเหนื่อยในเวลาว่างและวันหยุด แพคของใส่ซองส่งให้ลูกค้า เสาร์อาทิตย์ก็ไปตามห้าง ดูร้านที่สวยหน่อย น่าจะวางขายของเราได้ หาตัวแทนจำหน่ายที่ให้รู้สึกว่าสาวออฟฟิศหาซื้อง่าย และด้วยลูกอ้อนบวกกับมั่นใจในอายไลเนอร์ตัวเอง เจ้าของร้านส่วนใหญ่เห็นความตั้งใจก็สั่งเลย 2 โหล ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว เจ้าของโทรมาบอกให้เอามาขายเพิ่มอีก 10 โหล ไม่ว่าไปเที่ยวต่างจังหวัดจะต้องพกอายไลเนอร์ไปด้วยเสมอ เผื่อผ่านไปเจอร้านตัวแทนจำหน่ายในต่างจังหวัด เธอก็ฝากขายได้ทันที

 

ความแรงของยอดขายทำให้พีเริ่มทำคู่กันไปไม่อยู่ ยอดโตขึ้นทุกเดือน มานั่งคิดว่าเงินที่ได้มาน่าจะแทนเงินเดือนตัวเองได้แล้วเลยลาออกจากงานประจำ “เราถามตัวเองว่าออกมาก็ต้องกินต้องใช้ ถ้าตัดค่าใช้จ่ายออกแล้ว จะเหลือเท่าไหร่ และมองว่าเรากำลังจะมีขนตาปลอมออกมา ออเดอร์ขายปลีกกับส่งอีก แต่ละวันเหนื่อยมาก ถ้ามีขนตามาเพิ่มอีก เราแย่แน่ เลยขอลาออก เพราะในใจพีคิดว่าขนาดมีเวลาน้อยยังขายได้ขนาดนี้ ถ้าออกมาน่าจะได้มากกว่านี้”

 

ส่วนกิ๊ฟก็ต้องฝ่ากระแสที่บ้านที่ยังไม่อยากให้ออกจากงานประจำเพราะกลัวว่าจะไม่มั่นคง กิ๊ฟเลยยังทำงานประจำต่อไปก่อน “เราบอกแม่ว่าขนาดทำพาร์ทไทม์ยังได้ขนาดนี้ ถ้าทำเต็มเวลาน่าจะดีกว่านี้แน่ และปล่อยให้พีทำคนเดียวก็ดูไม่ดี เรามั่นใจในเพื่อนเรา แม่กิ๊ฟก็ไปดูดวง เขาบอกออกมาเลยดีมาก บ้านกิ๊ฟจะเป็นแนวนี้ แต่ของพีเขาจะเชื่อว่าทำยังไงได้ยังงั้น แต่เราไลฟ์สไตล์เดียวกันเลยไปกันได้”

 

คอนเซปต์ของอายไลเนอร์ชิ้นแรก

liner

ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายๆ พีและกิ๊ฟอาจจะเริ่มด้วยความชอบแต่งหน้า ชอบกรีดไลเนอร์ทุกวัน ผลิตเองจะได้ประหยัดไม่ต้องซื้อใคร โชคดีที่พีได้ไปงานแฟร์ต่างประเทศบ่อยๆ เริ่มเก็บข้อมูล เอาโบรชัวร์กลับมาดีลแล้วใช้เซนส์เลือกโรงงาน “เราพัฒนาสูตรขึ้นมาเอง มีอายไลเนอร์ที่ชอบในใจแล้วบอกกับทีมพัฒนาว่าอยากให้แมตต์กว่านี้ ดำกว่านี้ อากาศเมืองไทยก็เป็นอีกแบบ ผลิตเกาหลีก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้กับคนไทยดีทั้งหมด ตลาดไทยปราบเซียนมากค่ะ”

 

“สูตรที่ได้มาใช้เวลาพัฒนาอยู่เป็นปี ทดลองกับสภาพผิวแตกต่างกัน วิธีการเขียนก็ต่างกัน ใช้เวลาเก็บข้อมูลนานมาก ทำออกมาแล้วต้องตอบโจทย์ พอออกมาชิ้นหนึ่งต้องโปรโมตให้ติดตลาดออกมาแล้วต้องโดนใจคน ผลิตภัณฑ์แบรนด์เราอาจจะไม่เยอะเท่าแบรนด์อื่น แต่ 95% ที่ออกมาแป๊กน้อยมากค่ะ” กิ๊ฟช่วยเสริมอีกว่า “ที่อื่นอาจจะออกมาครบทุกไลน์ ทำโฆษณาทีเดียวรู้เรื่อง แต่ Cosluxe จะค่อยเริ่มทีละชิ้นและต้องใช้แล้วดีจริงๆ บางคนอาจไม่ชอบแบบเรา เพราะมันช้า แต่เราอยากไปแบบมั่นคง เราอยากให้คนไทยใช้ของดี เพราะตอนเด็กๆ เราใช้ของแพงแล้วรู้สึกว่าถ้าถูกกว่านี้คงดี เราต้องคิดแทนผู้บริโภคว่าเขาจะซื้อมั้ย

 

กระแสออนไลน์บูม Cosluxe บูมตามไปติดๆ

พีกับกิ๊ฟเล่าว่ายุคนั้นยังไม่เหมือนทุกวันนี้ ทุกคนยังไม่มีใครมาเล่นออนไลน์เยอะ พวกเธอเล่าพร้อมกันว่า “เราใช้เงินทำการตลาดน้อยมาก เราอาศัยบล็อกเกอร์ ก็อินบ็อกซ์เข้าไปเลย ไม่ได้จ่ายตังค์เลย เขาบอกว่าส่งของมาเลย ถ้าดีจะพูดให้ เรามั่นใจในผลิตภัณฑ์มาก ปรากฎว่าทุกคนพูดให้เราหมดเลย แนะนำลูกค้า บอกปากต่อปาก มีพี่บล็อกเกอร์คนหนึ่งมาพูดวันที่เราจัดงานครบรอบ เขาเดินเข้ามาจับมือแล้วบอกว่ายังจำวันแรกที่หนูส่งเมล์มาหาพี่ มีคนหนึ่งใส่ชื่อผิดด้วย ฮ่าๆๆ ตอนนั้นเบลอและง่วง เพราะเราส่งตอนกลางคืนหลังทำงานประจำไงคะ ก็เป็นบทเรียนที่ดีเลยว่าอย่าส่งชื่อผิด”

 

โดนเมินใส่มาก็เยอะ

แบรนด์ที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก็ไม่ใช่ว่าเดินไปที่ไหนแม่ค้าจะรับทุกที่นะ พีบอกว่าโดนปฏิเสธมาก็เยอะ “เขาบอกไม่เอา แบรนด์อะไรก็ไม่รู้ แต่คนใจดีให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ก็มี แต่ทุกวันนี้คนที่เคยไม่เอาเรา เขาให้ลูกน้องโทรกลับมาบอกว่าถึงวันที่พี่จะรับของหนูเข้ามาขายแล้วนะ แสดงว่าของเราดังไปแตะหูเขา เราไม่เคยโกรธใครเลยนะคะ ถือว่าเรายังทำงานได้ไม่ดีพอ พูดไม่ดีพอเราจะกลับมาทำการบ้านแล้วลุยใหม่ เปลี่ยนก่อน แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่ายังมีไฟมากพอ ไม่โทษตลาด โทษตัวเราเอง”

 

คำถามยอดฮิต “เพื่อนทำงานด้วยกัน จะรอดเหรอ?”

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พีอยากออกอายไลเนอร์สีน้ำตาล เพราะรู้สึกว่าในตลาดยังไม่มี แต่มั่นใจว่าต้องขายได้ แต่กิ๊ฟไม่เอาเด็ดขาด ทะเลาะกันแรงมาก “พอพีอธิบาย กิ๊ฟก็นิ่งใส่เลยพาลหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ถึงขั้นออกคำขาดว่าถ้าไม่ทำจะไปหุ้นอายไลเนอร์สีน้ำตาลกับคนอื่นแล้วนะ อีกสัปดาห์หนึ่งบ้านกิ๊ฟไปดูดวงมาบอกว่าเอาเลย ทำเลย เรางงมาก พรีเซนต์ไปแทบตาย นี่ไปดูดวงมา ยอมทำเลย” พีกับกิ๊ฟก็มีมุมขำๆ เป็นการทำงานประสาเพื่อนที่น่ารักมากๆ “สุดท้ายก็เป็นสีที่ขายได้นะคะ เพราะพีมีประสบการณ์รู้ว่าลูกค้าต้องใช้ เราเชื่อในคุณภาพที่สุดอยู่แล้ว”

 

ถึงจะมีงอนกันไปมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่รักและเข้าใจกันตลอด กิ๊ฟบอกว่า “แม่บอกให้ดูแลพีดีกว่าสามีนะ เพราะเธอเจอคนนี้มากกว่าสามี พีเคยโกรธไม่คุยด้วยทั้งที่ทำงานนั่งโต๊ะข้างกัน กิ๊ฟก็เอาข้าวมาวางง้อ” พีบอกว่าเธอไม่ใช่สายหวานซึ้ง ไม่เข้าใจต้องเคลียร์แต่กิ๊ฟจะนิ่งๆ ถ้าทะเลาะกันต้องรอ 2-3 วันค่อยคุยใหม่ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องงานต่างฝ่ายต่างต้องไปทำการบ้าน ใครเหตุผลดีกว่าก็ต้องยอมตามนั้น แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ไม่ลืมว่าเป้าหมายบริษัทคือที่สุด พีเล่าว่า “มีช่วงหนึ่งที่ทะเลาะหนักมาก เราเหนื่อยมาก พีไม่เคยคิดจะแยกกัน แต่ถ้าถึงวันนั้นบอกกิ๊ฟอย่าถอนหุ้น งานที่เหลือเดี๋ยวหาทีมมาทำแทน เพื่อให้ธุรกิจไปได้ กิ๊ฟจะได้มีเงินไปหล่อเลี้ยงพ่อแม่ กิ๊ฟควรได้รับอะไรจากมันเหมือนกัน”

 

cosluxe6

 

สองครอบครัวเป็นธุรกิจเต็มตัว

ตอนนี้ทั้งคู่เปลี่ยนจากทำงานที่บ้านมาสร้างออฟฟิศ เป็นองค์กรมากขึ้น “เมื่อก่อนเรามีพ่อแม่ช่วยกันแพคของ พ่อแม่พวกเราต้องมานั่งติดสติกเกอร์ แต่วันนี้เป็นบริษัทจริงจัง ตอนเราลาออกจากบริษัทอายุ 25-26 กันเอง เป็นแค่ซีเนียร์ แต่ยังไม่เคยคุมคน ทุกวันนี้เราต้องจัดการกับคนมากมาย เที่ยวอยู่ดีๆ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาตอน 3 ทุ่มพี่คะ หนูทะเลาะกับแฟน หนูไม่ไปทำงานนะคะ เราก็อึ้งเลย เพราะถ้าไม่ไปทางห้างจะมีค่าปรับรายวัน เราก็ต้องหาคนไปยืนแทน นี่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องค่อยเรียนรู้ต่อไปค่ะ”

 

ตีตลาดเมืองนอกต่อไป

ในเมืองไทยตลาดค่อนข้างแน่นแล้ว ตอนนี้เริ่มมีการสั่งซื้อจากทางเมืองจีนที่เราเองก็อยากเข้าไปมากขึ้น และกำลังศึกษาอยู่ อีกไม่เกิน 6 เดือนน่าจะอยู่ตัวกว่านี้ พีบอกว่า “อยากรีบออกไปต่างประเทศให้มากที่สุด เพราะถ้าคนอื่นนำแล้วเราต้องไปแชร์ตลาดกับเขา คิดแล้วต้องทำให้เร็วด้วย” ประสบการณ์ทำ Cosluxe กับ 4 ปีที่ผ่านมาทำให้พวกเธอมั่นใจมากว่าจะต้องก้าวไปอย่างมั่นคง และทำได้แน่นอน ติดตามแบรนด์ Cosluxe ต่อไปว่าจะมีผลิตภัณฑ์เด็ดๆ อะไรออกมาอีก คอนเฟิร์มว่ายังสวยเหมือนเดิมที่เพิ่มเติมคือดวงตาปิ๊งๆ

 

cosluxe5

 

 

HOROSCOPE