ไปทั้งที ต้องดีกว่าเดิม

better leave better life

เลือกรองเท้าคู่ใหม่ ยังต้องให้ไฉไลกว่าเดิม เลือกแฟนใหม่ ก็ยังต้องให้โดนใจกว่าคนเก่า เลือกจะลาออกจากที่ทำงานเก่า ก็ต้องให้มันได้ดีกว่าที่เดิม ไม่ใช่ออกไปแล้วง่อย อายเค้าแย่

แต่ไอ้ลาออกจากงานประจำที่นึง แล้วไปทำประจำที่ใหม่ แบบนั้นผมว่ายังไม่น่าห่วง เพราะจะดีจะชั่ว สิ้นเดือนก็ยังมีเงินกินใช้ แต่คนที่ลาออกจากงานประจำ ไปตามฝันอันเสรี ไปทำงานอิสระ ไปทำธุรกิจส่วนตัวนี่สิ ที่น่าห่วง เพราะฝันมักจะสวยงามกว่าความจริงเสมอ และอิสระเจ้าก็ช่างกลิ่นหอมยั่วยวน

 

ในฐานะคนที่ลาออกจากงานประจำ มาทำงานไม่ประจำอย่างผม ผมมี Checklist อยู่ 5 ข้อว่า “คุณพร้อมจะลาออกจากงานประจำมาทำงานส่วนตัวหรือเปล่า?”

 

ไปทั้งที จะได้ดีกว่าเดิมยังไงล่ะ

 

ข้อแรก มีเงินเก็บที่พอใช้ได้กี่เดือน?คำถามนี้สำคัญ เพราะมันคือเสบียงไว้เลี้ยงตัว เวลาที่ชีวิตมันเกิดไม่เป็นอย่างฝันขึ้นมา เราจะได้ปรับแผนทัน ใครจะรู้ว่าตอนแรกทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะรุ่ง แต่ต่อมามันอาจจะร่วงก็ได้ ถ้ามีเงินเก็บให้อุ่นใจว่าถ้าพลาด ก็ยังอยู่ได้ ไม่ใช่อดตาย ถ้ามีเงิน สมองเราจะแล่นมากขึ้น แนะนำว่าควรมีเงินเก็บพอใช้อย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี จะปลอดภัยใจสงบ รุ่นพี่ท่านนึงเล่าให้ผมฟังว่า ตอนเขาลาออกจากงานประจำมาเล่นหุ้น มีเขาเงินเก็บที่ใช้ได้อีก 5 ปี ปัจจุบันเขาเป็นเศรษฐีหลายร้อยล้านไปแล้ว

 

ข้อสอง เคยลองทำงานอิสระนั้นนานแค่ไหน?งานอิสระ ธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านกาแฟเก๋ๆ รับงานออกแบบ ทำงานอยู่ที่บ้าน ตอนแรกของใหม่ๆ อะไรก็สนุกไปหมด จนลืมมองปัญหา จนลืมคิดว่าวันนึงอาจจะเบื่อขึ้นมาก็ได้ เพราะไม่มีเพื่อนให้เมาธ์ตอนกินข้าวกลางวัน ทางออกที่ดีคือยอมเหนื่อย ลองทำมันควบคู่ ลองเหยียบเรือสองแคม แล้วจะได้รู้ว่างานใหม่ที่เราจะโดดออกไป มันใช่ตัวเราจริงหรือเปล่า? บางคนทำไปสักพักเกิดเบื่อ คิดจะกลับมาทำงานประจำ ก็กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง แบบนี้ก็มีไม่น้อย

 

ข้อสาม คอนเน็คชั่นเหนียวแน่นแค่ไหน? งานอิสระ ธุรกิจส่วนตัวในระยะตั้งไข่ แรงสนับสนุนจากมิตรรักแฟนเพลงนั้นสำคัญมาก ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าผู้น่ารักรายแรกๆ มักจะมาจากคนรู้จักที่มาอุดหนุน ใช้บริการ แล้วจากนั้นมันจะต่อแขนงออกไปเป็นลูกค้ารายใหม่ๆ ถ้าตอนทำงานประจำ ไม่เคยคิดจะสร้างคอนเน็คชั่น เกียรติยศชื่อเสียงดีๆ อะไรไว้เลย ก็ดูท่าจะยากหน่อยที่ต้องไปเริ่มใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก่อนออก เช็คคอนเน็คชั่นกันนิดนึงว่าน่าจะมีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการหรือไม่?

 

ข้อสี่ ถามรุ่นพี่หน่อยมั้ย? เนื่องจากพอไม่ใช่งานประจำ มันจึงไม่มีเรตรายได้ที่เราจะรู้ได้ว่าต่อเดือน เราน่าจะมีรายได้เท่าไหร่ ตรงนี้สำคัญ เพราะบางครั้งเราถูกลวงตาจากคนที่มีรายได้สูงมากๆ จนคิดว่าถ้าเราออกไปทำ เราก็น่าจะได้รายได้อย่างนั้นบ้าง ถึงผมไม่อยากจะให้เสียบรรยากาศ แต่ก็คงต้องพูดว่ามันอาจจะไม่ได้รายได้อย่างนั้นทุกคน สมัยผมเป็นนักแต่งเพลงใหม่ๆ คิดว่าคงได้เดือนละหลายแสนเหมือนรุ่นพี่นักแต่งเพลงท่านนึง แต่ความจริงก็คือ เขาคือสุดยอดหนึ่งเดียวในสยาม นอกนั้นน้อยคนที่จะได้รายได้อย่างเขา เพราะฉะนั้นลองเก็บข้อมูล หารายได้เฉลี่ยของอาชีพนั้นๆ ก่อน จะดีที่สุด

ข้อห้า ไปทั้งที ดีกว่าเดิมหรือเปล่า?ข้อนี้ต้องดูให้ดี บางคนลาออกจากงานประจำ เพื่อมาจ้างตัวเองทำงานที่หนักกว่าเดิม แบบนั้นจะทำเพื่อ? บางทีแย่กว่านั้น เหนื่อยก็เหนื่อย แถมตังค์น้อยกว่าเดิม ได้มาเท่าไหร่ ก็ไปจ่ายลูกน้องหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำเวลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวหรืองานอิสระก็คือ ต้อง “สร้างระบบ” และ “สร้างแบรนด์” หมายความว่า อย่าออกมาทำงานรับจ้างไปวันๆ ทำงานแบบไร้หน้า คนจำไม่ได้ว่าเราคือใคร ธุรกิจเราแตกต่างอย่างไร ที่สำคัญต้องหาคนมาช่วยเราทำงาน อย่าบ้าเลือดอยู่คนเดียว ใครทำข้อนี้ได้ค่าตัวจะสูงลิ่ว แถมยังตัวปลิวไปเที่ยวนู่นนี่นั่นได้สบายใจ และนั่นล่ะถึงจะคุ้มกับที่อุตส่าห์ลาออกมา

ถ้าเช็ค 5 ข้อนี้แล้วผ่าน จะลาออกหรือไม่ อันนั้นมันอยู่ที่คุณ

แต่ถ้าเช็คแล้วไม่ผ่าน ผมว่าอย่าลาออกเลยครับ ออกมาแล้วเงิบเปล่าๆ ผมเตือนแล้วนะ

HOROSCOPE